ไทยแค่รองแชมป์ปิดฉากเอเชียนบีชเกมส์ ที่จีน

ไทยแค่รองแชมป์ปิดฉากเอเชียนบีชเกมส์ ที่จีน
Smm Sport

สนับสนุนเนื้อหา

ปิดฉากเอเชียนบีชเกมส์ ครั้งที่ 3 "ไห่หยางเกมส์" วันสุดท้ายของการชิงชัย นักกีฬาไทยเก็บเพิ่มมาได้อีก 2 เหรียญทอง เบ็ดเสร็จทำได้ 13 เหรียญทอง 9 เหรียญเงิน และ7 เหรียญทองแดง แต่ก็ได้แค่รอง หลัง "เจ้าภาพ" จีน เร่งโกยเหรียญ ก่อนจะแซงกลับมาปาดหน้าในโค้งสุดท้ายคว้าเจ้าเหรียญทองไปครองได้สำเร็จ โดยเฉือนทีม

 

การแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนบีชเกมส์ ครั้งที่ 3 "ไห่หยางเกมส์" ที่เมืองไห่หยาง ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 มิ.ย. ที่ผ่านมา เป็นวันสุดท้ายของการแข่งขัน ชิงชัยอีก 9 เหรียญทองสุดท้าย จากกาบัดดี้ชายหาด 2 เหรียญทอง,เซปักตะกร้อชายหาด 1 เหรียญทอง,วอเตอร์สกี 4 เหรียญทอง และแฮนด์บอลชายหาด 2 เหรียญทองเซปักตะกร้อ ชิง 1 เหรียญทอง ประเภททีมเดี่ยวชาย รอบชิงชนะเลิศ ทีมไทย ส่ง เสกสรรค์ ทับทอง, คมคิด เสือพิมพา, พักตร์พงษ์ เดชเจริญ และอรรคสิทธิ์ หันประทับ ลงสนาม เอาชนะ เป็นฝ่ายเอาชนะ จีน 3-0 เซต (15-4,18-16,15-11) คว้าเหรียญทองไปครอง และจีนได้เหรียญเงิน บรูไน กับอินโดนีเซีย ได้เหรียญทองแดง

หลังจบการแข่งขัน นายธวัช กุมุทพงษ์พานิช ผู้จัดการทีมตะกร้อไทย กล่าวว่า วันนี้ทุกคนเล่นกันได้ดีมาก แม้เซตสองจีนจะทำแต้มไล่จี้มาก็ตาม แต่ด้วยประสบการณ์ที่มากกว่าทำให้เราเอาชนะได้ ครั้งนี้เรากวาดมาได้ทั้ง  4 เหรียญทองที่จัดการแข่งขัน ก็ถือว่าเรายังทำได้ตามมาตรฐานของตัวเอง ส่วนการแข่งขันครั้งต่อไปก็ยังหวังว่าจะกวาดเหรียญทองให้ได้ทุกเหรียญ

ขณะที่ประเภทของการแข่งขันที่จะเพิ่มมาต้องดูว่าสมาคมจะเพิ่มประเภทใดแต่คิดว่าไทยดีกว่าทุกทีมแน่นอนวอเตอร์สกี ชิง 4 เหรียญทอง นักกีฬาไทยสามารถคว้ามาได้ 1 เหรียญทอง ในประเภทเวคบอร์ดชาย จาก ทัศไนย เกื้อกูลรัฐ ที่ทำสถิติ 79.23 คะแนน ในรอบชิงชนะเลิศ โดย เกาหลีใต้ ได้เหรียญเงินและเหรียญทองแดง ส่วนอีก 3 ประเภท ทั้ง เวคบอร์ดหญิง ,ทริคหญิง และทริคชาย นักกีฬาจีนคว้าไปได้หมดทั้ง 3 เหรียญทอง ขณะที่นักกีฬาไทยชวดเหรียญทั้งหมด

กาบัดดี้ชายหาด ชิง 2 เหรียญทอง โดยในประเภททีมหญิง สาวไทย ตกเป็นฝ่ายพ่าย "แชมป์โลก" อินเดีย ไปอย่างขาดลอย 25-45 คะแนน ได้แค่เหรียญเงิน ส่วนเหรียญทองแดงเป็นของ บังคลาเทศ และศรีลังกา ขณะที่ประเภททีมชาย เหรียญทองเป็นของ อิหร่าน เหรียญเงิน ปากีสถาน และศรีลังกา กับ อินเดีย ได้เหรียญทองแดง

แฮนด์บอลชายหาด 2 เหรียญทอง ทีมสาวไทย แพ้ให้กับ เวียดนาม ในรอบชิงเหรียญทองแดง 1-2 พีเรียด (11-12,13-12,ลูกโทษ 4-7) ชวดได้เหรียญรางวัล ส่วนเหรียญทองเป็นของทีมจีน และเหรียญเงินเป็นของไต้หวัน ประเภททีมชาย เหรียญทองเป็นของ กาตาร์ เหรียญเงิน บาห์เรน และปากีสถาน ได้เหรียญทองแดง

สำหรับการแข่งขันฟุตบอลชายหาด รอบชิงชนะเลิศ ที่เสร็จสิ้นในช่วงค่ำของวันที่ 21 มิ.ย. ที่ผ่านมา ปรากฎว่า ในรอบชิงชนะเลิศ อิหร่าน เอาชนะ "เจ้าภาพ" จีน 2-0 คว้าเหรียญทองไปครอง ส่วนเหรียญทองแดงเป็นของปาเลสไตน์ ที่เอาชนะ เลบานอน 6-5 ในรอบชิงอันดับที่ 3

สรุปตารางเหรียญรวม จนจบการแข่งขัน (22 มิ.ย.) ซึ่งทีมไทยหล่นมาเป็นอันดับที่ 2 ได้แค่รองแชมป์ ขณะที่ "เจ้าภาพ" จีน ไล่กวาดเหรียญในวันสุดท้ายเกือบหมด เฉือนทีมไทยแค่ 1 เหรียญทอง เข้าป้ายเป็นแชมป์ในที่สุด เรียงตามลำดับเหรียญทอง-เงิน-ทองแดง ดังต่อไปนี้ อันดับ 1 จีน 14-10-11 อันดับ 2 ไทย 13-9-7 อันดับ 3 เกาหลีใต้ 6-7-10 อันดับ 4 อินโดนีเซีย 6-6-4 อันดับ 5 ไต้หวัน 3-6-6 อันดับ 6 อินเดีย 2-0-1อันดับ 7 อิหร่าน 2-0-0อันดับ 8 ญี่ปุ่น 1-3-2 อันดับ 9 อัฟกานิสถาน 1-0-0  อันดับ 9 การ์ตา 1-0-0อันดับ 11 ฟิลิปปินส์ 0-2 -2  อันดับ 12 เวียดนาม 0-2-0 อันดับ 13 คาซัคสถาน 0-1-1  อันดับ 13 ปากีสถาน 0-1-1อันดับ 15 บาห์เรน 0-1-0อันดับ 15 เติร์กเมนิสถาน 0-1-0 อันดับ 17 ศรีลังกา 0-0-2อันดับ 18 บังคลาเทศ 0-0-1อันดับ 18 บรูไน 0-0-1อันดับ 18 ลาว 0-0-1 อันดับ 18 มองโกเลีย 0-0-1 อันดับ 18 ปาเลสไตน์ 0-0-1อันดับ 18 สิงคโปร์ 0-0-1

จากผลงาน 13 เหรียญทอง 9 เหรียญเงิน 7 เหรียญทองแดง จะได้รับเงินรางวัลอัดฉีดจากกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติตามหลักเกณฑ์เหรียญทองละ 200,000 บาท เหรียญเงินละ 100,000 บาท และ เหรียญทองแดงละ 50000 บาท ผู้ฝึกสอนรับ 20%(กีฬา7คนขึ้นไป 10%) และ สมาคมรับ 30% รวมเป็นเงิน 27,855,000 บาท โดยกีฬาที่ได้รับมากที่สุดได้แก่ ตะกร้อ 4 ทอง รับ 9,540,000 บาท อันดับ 2 เรือพาย แม้จะมีแค่ 1 เงิน 4 ทองแดง แต่จำนวนสมาชิกต่อเหรียญมากถึง 16คนรวมตัวสำรองรับไป 5,600,000 บาท อันดับ 3 วู้ดบอล 4 ทอง 2 เงิน รับไป 4,620,000 บาท (ยังไม่นับรวมนักกีฬา 2 คน ที่ได้อันดับ 3 แต่ไม่ได้รับเหรียญทองแดงอีกคนละ 50,000บาท) ขณะที่นักกีฬาที่รับอัดฉีดมากที่สุดได้แก่ จอร์จ จีรี่ มาซัก หนุ่มลูกครึ่งสาธารณรัฐเช็ก เจ้าของ 3 เหรียญทองพาราไกลดิ้ง รับไป 600,000 บาท

"บิ๊กต้อม" นายธนา ไชยประสิทธิ์ หัวหน้าคณะนักกีฬาไทย กล่าวว่า แม้จะได้รองแชมป์ แต่ผลงานเหรียญโดยรวมถือว่าน่าพอใจ เพราะทำได้เกินเป้าหมายที่วางเอาไว้ก่อนหน้านี้ที่ 12 เหรียญทอง อย่างไรก็ตามในหลายชนิดกีฬาเราต้องแข่งกับ จีน เจ้าภาพ ซึ่งเราเสียเปรียบในทุกๆด้าน ในส่วนของกีฬาที่เราไม่ค่อยประสบความสำเร็จอาทิ เรือพาย,ปีนหน้าผา, โรลเลอร์สปอร์ต, แฮนด์บอล คงจะต้องพัฒนากันต่อไปส่วนพิธีปิดการแข่งขันอย่างเป็นทางการในค่ำวันเดียวกัน ที่เฮอฉิง สเตเดี้ยม เจ้าภาพจัดการแสดง ชุด "Pass the Joy" ก่อนเข้าสู่พิธีการต่างๆ ซึ่งรวมถึงพิธีส่งมอบธง สภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย (โอซีเอ) และธงประจำการแข่งขันให้กับ ประเทศไทย เจ้าภาพ ครั้งที่ 4 ระหว่างวันที่ 14-21 พฤศจิกายน 2557 ที่ จ.ภูเก็ต โดย ชีค อาหมัด อัล ฟาฮัด อัล ซาบาห์ ประธาน โอซีเอ ส่งมอบให้กับ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ประธานโอลิมปิกไทย เพื่อมอบต่อให้ นายสมบัติ คุรุพันธุ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และส่งต่อให้ นายกนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เป็นลำดับสุดท้าย

จากนั้น เป็นการแสดงจากไทย ชื่อชุด "มิราเคิล ภูเก็ต ซันชายน์" ใช้เวลา 8 นาที ซึ่งแบ่งเป็น 5 ช่วง ได้แก่ แสงมหัศจรรย์ของเมืองไทย, แสงมหัศจรรย์ของทะเลภูเก็ต, แสงมหัศจรรย์ของโลกใต้ทะเลอันดามัน, แสงมหัศจรรย์ของเอเชี่ยนบีชเกมส์ และแสงมหัศจรรย์แห่งการเฉลิมฉลอง ร่วมด้วยมาสคอตของการแข่งขัน ครั้งที่ 4 คือ "เต่าตนุ" ทั้ง 3 ตัว ที่ชื่อ สินธุ์ สาคร และ สมุทร โดยใช้นักแสดง 52 คน เป็นคนไทย 42 คน และจีน 10 คน และปิดท้ายด้วยพิธีดับไฟในกระถางคบเพลิง เป็นอันว่ากีฬาเอเชียนบีชเกมส์ครั้งนี้ปิดฉากลงอย่างเป็นทางการแล้ว

ด้าน “บิ๊กหนุ่ม” นายกนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เปิดเผยว่า สำหรับภาพรวมการแข่งขันของไทยถือว่าน่าพอใจ หลายกีฬาทำได้สูสีกับจีน นอกจากนี้หลายชาติก็มีความแข็งแกร่งขึ้นมามาก ดังนั้นเราก็ต้องไม่หยุดพัฒนาตัวเองด้วย ส่วนการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ถือว่าจีนทำได้ตามมาตรฐานอยู่แล้ว เนื่องจากเขาผ่านกีฬาใหญ่ๆมาเยอะ ไม่ว่าจะเป็นโอลิมปิกเกมส์ หรือเอเชียนเกมส์ ซึ่งในส่วนของเราซึ่งจะเป็นเจ้าภาพครั้งต่อไป ก็คงจะต้องพยายามจัดให้ได้มาตรฐานที่เทียบเท่าหรือดีกว่าไห่หยางเกมส์ให้ได้

“บิ๊กหนุ่ม" กล่าวต่อไปว่า  สำหรับงบประมาณการจัดศึกเอเชี่ยนบีชเกมส์ ครั้งที่ 4 ที่ จ.ภูเก็ต ได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแล้ว จำนวน 700 ล้านบาท แต่คิดว่าน่าจะมีรายรับเข้ามาที่ประมาณ 200 ล้านบาท เพราะฉะนั้นงบประมาณที่ใช้จริง น่าจะอยู่ที่ประมาณ 500 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ตัวเลขยังไม่ชัดเจน เนื่องจากว่าเป็นตัวเลขโดยภาพรวมทั้งหมด นอกจากนี้ยังมีบริษัทสินค้ากีฬาของต่างชาติได้ติดต่อขอเป็นผู้สนับสนุนการแข่งขันที่ภูเก็ตด้วย และในส่วนของชนิดกีฬา อาจจะมีการบรรจุชนิดกีฬาที่มีความหวังเข้าไปเพิ่ม เนื่องจากมีสมาคมกีฬาที่เล่นอยู่บริเวณชายหาดได้ทำเรื่องเสนอเข้ามา เช่น เจ็ตสกี ซึ่งนักกีฬาไทยก็มีความสามารถในระดับโลก ซึ่งจะมีการพิจารณาต่อไป