เสธ.ตุ้มเตรียมดึงเปายุ่นเป่าไทยลีก,มานพ ประเดิมนั่งจับเท็จ

เสธ.ตุ้มเตรียมดึงเปายุ่นเป่าไทยลีก,มานพ ประเดิมนั่งจับเท็จ
Thaileaugeonline

สนับสนุนเนื้อหา

เสธ.ตุ้ม พลตรี ชินเสณ ทองโกมล ประธานผู้ตัดสินเผยเตรียมดึงผู้ตัดสินญี่ปุ่นมาช่วยเป่าไทยลีกในเร็ววันนี้แก้ปัญหาเปาไทยขาดแคลน ส่วนมานพ ปานสาคร ประเดิมนั่งเครื่องจับเท็จ บิ๊กย้อย เผยอีก 2 วันรู้ผล

“เสธตุ้ม” พล.ต.ชินเสณ ทองโกมล ประธานคณะกรรมการแต่งตั้งและประเมินผู้ตัดสิน ได้ทำการจัดงานแถลงข่าวเรื่องแผนงานของคณะกรรมการผู้ตัดสินในการที่จะนำผู้ตัดสินต่างชาติมาทำหน้าที่ในเกม ไทยพรีเมียร์ลีก คู่บิ๊กแมตช์ของทีมยักษ์ใหญ่ในไทยลีกที่จะพบกันในโปรแกรมที่เหลือ ซึ่งจะพยายามเร่งดำเนินการเพื่อนำมาตัดสินให้เร็วที่สุด โดยเฉพาะวันที่ 24 มิถุนายน นี้ ในเกมที่ที่บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะเปิดบ้านพบกับ ชลบุรี เอฟซี โดยงานแถลงข่าวมีขึ้นเมื่อช่วงสายวันนี้ (11 มิ.ย.) เวลา 11.00 น. ที่ห้องประชุมสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ

ทางด้านประธานคณะผู้ตัดสินกล่าวว่า “ตอนนี้ผู้ตัดสินไทยค่อนข้างขาดแคลนซึ่งตนได้นำเรื่องดังกล่าวไปปรึกษาหารือกับนายวรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ เกี่ยวกับแนวทางในการนำผู้ตัดสินต่างชาติมาทำหน้าที่ลงตัดสินในเกมไทยพรีเมียร์ลีกคู่บิ๊กแมตช์ ซึ่งที่เล็งไว้จะเป็นผู้ตัดสินชาวญี่ปุ่นเพราะคิดว่ามีมาตรฐานดีที่สุดในเอเชียตอนนี้ โดยช่วงแรกจะนำมาตัดสินเพียงคนเดียวคือผู้ตัดสินที่ 1ก่อน ส่วนผู้ช่วยยังคงจะให้ผู้ตัดสินไทยลงทำหน้าที่เหมือนเดิม

เสธ.ตุ้มกล่าวต่อว่า “ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการเจรจา ซึ่งตนอยากจะนำผู้ตัดสินต่างชาติมาทำหน้าที่ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยการนำผู้ตัดสินต่างชาติมาทำหน้าที่ในไทยจะเป็นการชี้วัดว่าผู้ตัดสินต่างชาติทำหน้าที่ได้ดีและจะเป็นที่ยอมรับได้มากกว่าผู้ตัดสินไทยหรือไม่ โดยหลังจบฤดูกาลเราคงจะมีการประเมินผลการทำหน้าที่ของผู้ตัดสินอีกครั้ง"

มานพ ปานสาคร ประเดิมนั่งจับเท็จ2 วันได้คำตอบ

ในวันเดียวกันช่วงบ่าย ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ สตง. “บิ๊กย้อย” พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา ประธานคณะกรรมการฝ่ายป้องกันและปราบรามการประพฤติมิชอบในวงการฟุตบอล หรือ คปบ. ได้เรียกตัว นายมานพ ปานสาคร ผู้ตัดสิน และ วราฤทธิ์ สุวรรณจิระ ผู้ช่วยผู้ตัดสินที่ 2 ที่ลงทำหน้าที่ในเกม ไทยพรีเมียร์ลีกลีก เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ระหว่าง บีอีซี เทโรศาน ที่บุกไปพ่ายให้กับ ชัยนาท เอฟซี 1-2 เพื่อเข้าเครื่องจับเท็จในการทำหน้าที่เกมดังกล่าว ใช้เวลากว่า 3 ชม.จึงเสร็จสิ้น

หลังเสร็จสิ้นพิธีการในการจับเท็จแล้ว ด้าน “บิ๊กย้อย” ได้ออกมาเผยว่า "การนำผู้ตัดสินทั้งสองคนเข้าเครื่องจับเท็จเพื่อต้องการพิสูจน์ความโปร่งใสในการทำหน้าที่ และผู้ตัดสินทั้งสองคนก็ยินดีให้ความร่วมมือ โดยผลการวินิจฉัยจะรู้ผลภายใน 2 วันหลังจากนี้ ซึ่งทันทีที่รู้ผลก็จะส่งเรื่องให้คณะกรรมการแต่งตั้งและประเมินผู้ตัดสินฯ เป็นผู้พิจารณาและแถลงข่าวต่อไป

ทั้งนี้ “บิ๊กย้อย” กล่าวเพิ่มว่า "สำหรับการใช้เครื่องจับเท็จนั้นสามารถเชื่อถือได้เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ดังนั้นผลที่ออกมาจะเป็นความจริงอย่างแน่นอน และหลังจากนี้หากมีผู้ตัดสินคนไหนทำหน้าที่ที่อาจจะก่อให้เกิดกรณีการล้มบอลก็จะมีการเรียกมานั่งเครื่องจับเท็จแบบนี้แน่นอน"

ส่วนทางด้าน มานพ ปานสาคร เผยว่า "ตนขอยืนยันการทำหน้าที่ของตัวเองอีกครั้งว่าไม่เคยลำเอียงหรือตัดสินเข้าข้างทีมใดทีมหนึ่งอย่างแน่นอน ตลอดการเป็นผู้ตัดสินมากว่า 20 ปี ก็ไม่เคยเกิดเรื่องดังกล่าวขึ้น"