ปู่รอยประเดิมสวยหรู! ยังซัดพาเฉือนไวกิ้ง1-0

ปู่รอยประเดิมสวยหรู! ยังซัดพาเฉือนไวกิ้ง1-0
Smm Sport

สนับสนุนเนื้อหา

"สิงโตคำราม" มาได้ แอชลี่ย์ ยัง ซัดประตูชัยเพียงแค่ 9 นาที พาทีมบุกชนะ นอร์เวย์ ไปได้ 1-0 ในเกมอุ่นเครื่อง ก่อนลุย "ยูโร 2012" ประเดิมการคุมทีมนัดแรกของ "ปู่รอย" ได้แบบชื่นมื่น

การแข่งฟุตบอลทีมชาตินัดกระชับมิตร ประจำวันเสาร์ที่ 26 พฤษภาคม 2555 คู่เอกประจำวัน ที่สนาม อุลเลวาล ในกรุงออสโล เจ้าบ้าน "ไวกิ้ง" นอร์เวย์ ต้อนรับการมาเยือนของ "สิงโตคำราม" อังกฤษ

เอกิล โอลเซ่น กุนซือนอร์เวย์ ต้องเตรียมสำหรับการลุยฟุตบอลโลก 2014 หลังทีมพ่ายในรอบเพลย์ออฟศึก ยูโร 2012 กับ โปรตุเกส ไปอย่างน่าเสียดาย

โดยทีมจะเล่นในระบบ 4-5-1 วาง รูเน่ ยาร์สตีน ลงเฝ้าเสา แนวรับใช้ เบรเด้ ฮันเกลันด์ กองหลังตัวแกร่งจาก ฟูแล่ม จับคู่กับ วาดิม เดมิคอฟ กองกลาง 5 คนใช้ ทาริค เอลยูนุสซี่, มาร์คุส เฮนริคเซ่น, อเล็กซานเดอร์ เตตเตย์, มอร์เท่น กัมส์ท พีเดอร์เซ่น และ ดาเนี่ยล แบร็ตเทน ลงทำเกม ส่วนแดนหน้าใช้ โมฮัมเหม็ด อับดุลลาย ลงยืนทำสกอร์

ด้านอังกฤษของ รอย ฮอดจ์สัน กุนซือคนใหม่ที่จะประเดิมคุมทีมเป็นเกมแรก ก่อนต้องพาทีมลงทำศึกยูโร 2012 วันนี้จะไม่มี เวย์น รูนี่ย์ ที่ไม่ได้เรียกติดทีมมา เนื่องจากต้องลองแผนการเล่นใหม่เนื่องจากจะอดใช้งานเจ้าตัวในสองเกมแรกนั่นเอง รวมทั้ง 4 ผู้เล่นจาก เชลซี ที่ได้พัก หลังเพิ่งเสร็จภารกิจจากศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

ทีมจะใช้ระบบ 4-2-3-1 ผู้รักษาประตูจะเป็น โรเบิร์ต กรีน ลงเฝ้าเสา แนวรับ ฟิล จากีลก้า จับคู่กับ โจลีออน เลสค็อตต์ แดนกลางใช้ เจมส์ มิลเนอร์, แอชลี่ย์ ยัง และ สจ๊วต ดาวนิ่ง คอยเติมเกมบุกโดยมี สก็อตต์ พาร์เกอร์ กับ สตีเว่น เจอร์ราร์ด คอยช่วย ขณะที่กองหน้าเป็นโอกาสของ แอนดี้ คาร์โรลล์ ได้รับหน้าที่ลงล่าตาข่าย

เริ่มเกมมาได้เพียง 4 นาที สจ๊วต ดาวนิ่ง โยนบอลมาให้ แอนดี้ คาร์โรลล์ ได้จังหวะทำประตู แต่เจ้าตัวกลับโหม่งบอลพลาดไป ชวดโอกาสแรกไปก่อนสำหรับอังกฤษ

น.9 อังกฤษ มาเป็นได้ประตูไปก่อนจากการเล่นสวนกลับ แอชลี่ย์ ยัง ได้บอลแล้วกระชากเข้าเขตโทษ ก่อนจะเลี้ยงหลบ เบรเด้ ฮันเกลันด์ แล้วซัดด้วยขวาแบบเฉียบขาดเข้าประตูไปให้ทีมเป็นฝ่ายขึ้นนำ นอร์เวย์ 1-0

น.11 หลังเสียประตู นอร์เวย์ มาเอาคืนบ้างเมื่อ มาร์คุส เฮนริคเซ่น ได้โอกาสซัดจากมุม แต่ โรเบิร์ต กรีน ยังไวปัดออกหลังไปได้เป็นลูกเตะมุม มอร์เท่น กัมส์ท พีเดอร์เซ่น รับหน้าที่โยนเข้าไปในเขตโทษ บอลเลี้ยวพุ่งมาชนเสากระดอนออกไปแบบได้ลุ้น

น.33 อังกฤษ เกือบมาได้ประตูที่สอง หลังได้โอกาสเล่นลูกสวนกลับอีกครั้ง คราวนี้เป็น เจมส์ มิลเนอร์ ที่ได้โอกาสเลี้ยงบอลทะลุเข้าเขตโทษก่อนจะแตะหลบกองหลังเจ้าถิ่นและยิงด้วยซ้ายไปทางเสาแรก แต่ รูเน่ ยาร์สตีน ยังไวล้มตัวเซฟเอาไว้อย่างยอดเยี่ยม

หลังจากนั้นเกมต้องหยุดไปชั่วคราวเนื่องจาก สตีเว่น เจอร์ราร์ด ไปเสียบแบบเปิดปุ่มใส่ ทอม ฮ็อกลี่ อย่างน่าเกลียด ทำให้เจ้าตัวต้องออกไปปฐมพยาบาลนอกสนาม แต่สุดท้ายก็เล่นต่อไม่ไหวต้องส่ง เอสเพน รุด ลงสนามแทน

ช่วงท้ายครึ่งแรกรูปเกมยังไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก ทั้งสองฝ่ายต่างผลัดกันบุกไปมาตรงกลางสนาม และหมดครึ่งแรก อังกฤษ นำไปก่อน 1-0

มาในครึ่งหลังกันต่อ อังกฤษ เปลี่ยนตัว เจอร์ราร์ด กัปตันทีมที่โดนแฟนเจ้าถิ่นโห่อย่างหนักออกไปและส่ง แกเร็ธ แบร์รี่ ลงมาคุมกลางสนามแทน

น.46 อังกฤษ มาได้ฟรีคิกนอกเขตในจังหวะที่ ยัง ถูก วาดิม เดมิคอฟ ผลักล้มลงไป เลห์ตัน เบนส์ รับหน้าที่ปั่นด้วยซ้าย บอลพุ่งหาประตู แต่ ยาร์สตีน ยังพุ่งไปปัดได้อีกครั้ง อีกสองนาทีต่อมาเกือบได้ลุ้นอีกครั้งเป็น ฟิล โจนส์ ที่ลากบอลขึ้นมาเองจนถึงหน้าเขตโทษก่อนจะซัดเต็มเท้าด้วยขวา บอลกระแทกโดนหน้า ฮันเกลันด์ ไปพุ่งชนเสาออกหลังไป

น.51 นอร์เวย์ ได้บุกบ้าง มอร์เท่น กัมส์ท พีเดอร์เซ่น ได้ตั้งป้องซัดแต่บอลก็เลี้ยวออกหลังเฉี่ยวเสาไปแบบน่าเสียดาย จังหวะต่อมา ยอห์น อาร์เน่ รีเซ่ ลองซัดไกลก้วยซ้ายบ้าง แต่บอลก็พุ่งเข้าซองของ กรีน รับได้แบบไร้ปัญหา

อังกฤษ เปลี่ยนตัวคนที่สองส่ง ธีโอ วัลค็อตต์ ลงสนามไปแทนที่ สก็อตต์ พาร์เกอร์

น.61 รีเซ่ ได้บอลจากการโยนจากฝั่งขวา ก่อนจะรับบอลแล้วแตะลอดขากองหลังและะวิ่งไปซัดเต็มข้อ แต่ กรีน ยังปิดมุมป้องกันเอาไว้ได้

จากนั้น นอร์เวย์ ก็เปลี่ยนตัวเพิ่มถอด มอร์เท่น กัมส์ท พีเดอร์เซ่น และ ดาเนี่ยล แบร็ตเทน ออกไปแล้วส่ง คริสเตียน กรินด์ไฮม์ กับ เอริค ฮูเซเคล็ปป์ ลงไปเล่นแทน ขณะที่ อังกฤษก็ส่ง อเล็กซ์ อ็อกเลด-แชมเบอร์เลน ลงแทน ยัง ผู้ทำประตู รวมทั้งส่ง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ลงแทน แบร์รี่ ที่บาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว

น.78 เจ้าถิ่นเกือบได้ลุ้นตีเสมอเมื่อ เฮนเดอร์สัน เคลียร์บอลไม่ดีมาเข้าเท้า รีเซ่ ได้เปิดเข้าไปถูก โจนส์ สกัดออกมา ก่อนบอลมาถึง เอสเพน รุด ได้ซัดไกล แต่ กรีน ก็ยังป้องกันไว้ได้อีกครั้ง

นอร์เวย์ เปลี่ยนตัวอีกครั้งส่ง วาลอน เบอริช่า ลงสนามแทน มาร์คุส เฮนริคเซ่น ส่วน อังกฤษก็ถอดเอา ดาวนิ่ง ออกและส่ง อดัม จอห์นสัน ลงเล่น และต่อมาไม่นานก็ส่ง มาร์ติน เคลลี่ ลงเล่นเกมรับแทน โจนส์

ช่วงทดเวลาบาดเจ็บท้ายเกม อังกฤษ มาได้โอกาสยิงครั้งสุดท้ายจาก อดัม จอห์นสัน ที่ได้ส่องไกลนอกเขตโทษ แต่ ยาร์สตีน ยังป้องกันไว้ได้เหมือนเช่นเคย และจบเกม อังกฤษ บุกมาเอาชนะ นอร์เวย์ ได้ถึงบ้าน 1-0


รายชื่อผู้เล่น นอร์เวย์ (4-5-1) :
รูเน่ ยาร์สตีน - ทอม ฮ็อกลี่ (เอสเพน รุด น.40), เบรเด้ ฮันเกลันด์, วาดิม เดมิคอฟ, ยอห์น อาร์เน่ รีเซ่ - ทาริค เอลยูนุสซี่, มาร์คุส เฮนริคเซ่น (วาลอน เบอริช่า น.84), อเล็กซานเดอร์ เตตเตย์, มอร์เท่น กัมส์ท พีเดอร์เซ่น (คริสเตียน กรินด์ไฮม์ น.62), ดาเนี่ยล แบร็ตเทน (เอริค ฮูเซเคล็ปป์ น.74) - โมฮัมเหม็ด อับดุลลาย
ผู้เล่นสำรอง : เอสเพน เพ็ทเทอเซ่น - คิม แมดเซ่น - รูเบน เจนเซ่น
 
รายชื่อผู้เล่น อังกฤษ (4-2-3-1) :
โรเบิร์ต กรีน - ฟิล โจนส์ (มาร์ติน เคลลี่ น.88), ฟิล จากีลก้า, โจลีออน เลสค็อตต์, เลห์ตัน เบนส์ - สก็อตต์ พาร์เกอร์ (ธีโอ วัลค็อตต์ น.55), สตีเว่น เจอร์ราร์ด (แกเร็ธ แบร์รี่ น.46 จอร์แดน เฮนเดอร์สัน น.73) - เจมส์ มิลเนอร์, แอชลี่ย์ ยัง (อเล็กซ์ อ็อกเลด-แชมเบอร์เลน น.73), สจ๊วต ดาวนิ่ง (อดัม จอห์นสัน น.85) - แอนดี้ คาร์โรลล์
ผู้เล่นสำรอง : โจ ฮาร์ท - เจอร์เมน เดโฟ

 

ติดตามSanook! Sport

ผลบอลสด โปรแกรมบอล พร้อมข้อมูลก่อนเตะ ข่าวสารฟุตบอลทั้งไทยและลีกชั้นนำ รวมถึงกีฬาอื่นๆ จากทุกมุมโลก ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook ได้ที่นี่!!