บังยีโดนจวกเป็นเผด็จการกลางวงประชุม

บังยีโดนจวกเป็นเผด็จการกลางวงประชุม
INN News

สนับสนุนเนื้อหา


"บังยี" นายวรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เป็นประธานการประชุมใหญ่ ประจำปี พ.ศ.2554 ของสมาคมฟุตบอลฯ พร้อมด้วย "บิ๊กเปี๊ยก" นายองอาจ ก่อสินค้า เลขาธิการสมาคมฟุตบอลฯ และผู้แทนการกีฬาแห่งประเทศไทย ที่ห้องประชุมศูนย์ฝึกฟุตบอลแห่งชาติ หนองจอก เมื่อวันที่ 18 เม.ย.สำหรับการประชุมครั้งนี้มีวาระที่สำคัญ 4 วาระคือ เรื่องรับรองรายงานการประชุมใหญ่ ประจำปี 2553, แถลงกิจการในรอบปี พ.ศ.2554 , แถลงฐานะการเงินประจำปี 2554 , พิจารณาแต่งตั้งผู้ตรวจสอบบัญชี ประจำปี พ.ศ.2555 โดยมีสภากรรมการเข้าร่วมประชุม 12 คน มีสโมสรสมาชิกเข้าร่วมประชุม 78 สโมสร  สมาชิกจากทั้งหมด 154 เสียงประมุขบอลไทย กล่าวว่า สมาคมฟุตบอลฯ ได้เสนอตัวเป็นเจ้าภาพการแข่งขัน บีซ ซอคเกอร์ ในปี 2015 ซึ่งคาดว่า มีแนวโน้มสูงที่ไทยจะได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันขึ้น ส่วนเรื่องธรรมนูญของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ FIFA ที่ได้กำหนดให้ชาติสมาชิกต้องปรับเปลี่ยนนั้น สำหรับ ไทย คงเป็นเรื่องยากที่จะปรับเปลี่ยน เช่นเดียวกับทั้ง จีน กับ สิงคโปร์ ก็ยังไม่ได้ปรับมาใช้เหมือนกัน ทั้งนี้ไทยยังคงใช้ธรรมนูญอันเก่าไปก่อน  เพราะทาง ฟีฟ่า ยังไม่ได้บังคับใช้ในทันที  ส่วนเรื่องคลับไลเซนซิง ล่าสุด ยังไม่มีการบังคับใช้อย่างเป็นทางการ ตนได้พูดคุยกับทางสมาพันธ์ฟุตบอลทวีปเอเชีย AFC ว่า ไทยยังไม่มีความพร้อมมากนัก ซึ่งมีไม่ถึง 6 ทีมสโมสร ที่จะสามารถเล่นได้ ตนอยากให้ทุกสโมสรเข้าใจและจะให้เวลาอีก 1-2 ปี เพื่อพัฒนาเพื่อให้เป็นไปตามระเบียบของเอเอฟซี ส่วนเรื่องงบดุลรายได้สมาคมฯ   มีรายได้มากกว่ารายจ่าย ประมาณ 1 ล้านบาทนอกจากนี้ "บังยี" กล่าวถึงเรื่องการดูแลสิทธิประโยชน์ว่า บ.สยามสปอร์ตฯ เป็นสื่อใหญ่ในวงกว้างและเป็นเจ้าของสื่อหลาย ๆ ชนิด การเข้ามาดูแลเรื่องสิทธิประโยชน์ร่วมกับสมาคมฟุตบอลฯ ทั้งในเรื่องของการประชาสัมพันธ์และช่วยส่งเสริมให้ฟุตบอลลีกเติบโต ตั้งแต่ช่วงที่บอลลีก ล้มลุกคลุกคลาน ตนอยากขอร้องให้ บ.สยามสปอร์ตฯ ดูแลต่อ หาก บ.สยามสปอร์ตฯ พร้อมดูแลต่อ ก็ต้องมาดูข้อสัมพันธ์ทางด้านกฎหมายอีกครั้ง หากแต่ว่า บ.สยามสปอร์ตฯ ไม่ทำต่อ ก็อาจเปิดประมูล เพื่อให้บริษัทอื่น ๆ  ดำเนินการต่อไป ซึ่งการเข้ามาของ บ.สยามสปอร์ตฯ นั้นถือว่าเข้ามาด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ และไม่ได้มีผลประโยชน์แอบแฝงประมุขบอลไทย ได้สรุปผลงานที่ผ่านมาของทีมชาติไทย ไม่ว่าจะเป็นฟุตบอลซีเกมส์ ครั้งที่ 26 โดยกล่าวว่า ตนถูกวิจารณ์อย่างมาก ในช่วงซีเกมส์ ซึ่งตน และนายเกษม จริยวัฒน์วงศ์ ผู้จัดการทีมในขณะนั้น มีความตั้งใจที่จะทำงานมาก โดยซีเกมส์ 10 ครั้งที่ผ่านมา ทีมไทย เป็นแชมป์ถึง 8 ครั้ง คู่ต่อสู้ต้องการเอาชนะไทยทั้งสิ้น ส่วนครั้งต่อ ๆ ไป ก็คงต้องพยายามทำงานหนักขึ้น ทั้งนี้ ในส่วนของฟุตบอลทีมชาติไทยชุดอื่น ๆ นั้น ไทยเป็นแชมป์มาทั้งสิ้น เช่น ยู-16ปี , ยู-19ปี , ฟุตบอลหญิงและฟุตซอล ส่วนผลงานทีมไทยชุดบอลโลก ตนถือว่าทุกคนมีความพอใจดีหลัง นายวรวีร์ กล่าวเสร็จสิ้น "ทนายอ๊อด" นายภีมเดช อมรสุคนธ์ สโมสรสมาชิกจากจังหวัดระยอง ลุกขึ้นแสดงความคิดเห็นและแสดงความไม่พอใจ โดยกล่าวว่า สภากรรมการฯ กำลังทำผิดข้อบังคับ เพราะไม่มีสิทธิ์เลื่อนการประชุม  จากเดิมจะต้องประชุมใหญ่กันในเดือนมี.ค. แต่กลับมาประชุมในเดือนเม.ย.  นอกจากนี้ ยังไม่มีแผนงานอนาคตเสนอต่อที่ประชุมใหญ่ และชี้แจงว่า นายกสมาคมฯ ควรปรับปรุงการทำงานเสียใหม่ ไม่เช่นนั้น สมาคมฟุตบอลฯ ก็จะไม่เจริญ พร้อมกับฝากให้ผู้แทนของ กกท. ปรับปรุงระเบียบข้อบังคับใหม่