สยามสปอร์ตยันพร้อมประชันหน้าเนวินแต่ไม่ใช่23เม.ย.นี้

สยามสปอร์ตยันพร้อมประชันหน้าเนวินแต่ไม่ใช่23เม.ย.นี้
Smm Sport

สนับสนุนเนื้อหา

บ.สยามสปอร์ต ออกแถลงข่าวอีกรอบตอบข้อสงสัยของ เนวิน ชิดชอบ ทั้งเรื่องสิทธิ์ประโยชน์ที่ไม่ผ่านทีพีแอล และการออกค่าใช้จ่ายเรื่องถ่ายทอดสดแทนทรูวิชันส์ที่ซื้อลิขสิทธิ์ไป ยืนยันพร้อมประชันหน้านายใหญ่ปราสาทสายฟ้าเพื่อตอบข้อสงสัยทั้งหมดแต่ไม่ใช่วันที่ 23 เม.ย.นี้ เพราะผู้ที่จะเชิญได้คือไทยพรีเมียร์ลีกเท่านั้น

บริษัทสยามสปอร์ต ซิดิเคท จำกัด (มหาชน) นำโดย อดิศัย วารินทร์ศิริกุล ก.ก.ผจก.บมจ.สยามสปอร์ต ซินดิเคท    พร้อมทั้ง โอฬาร เชื้อบาง ผอ. ฝ่ายกองบรรณาธิการ ฯ และ สรายุทธ  มหวลีรัตน์ กก. ผจก. บริษัทสยามสปอร์ตมีเดีย แมเนจเม้นท์  ออกมาแถลงข่าวเรื่องสิทธิประโยชน์ไทยพรีเมียร์ลีกเป็นครั้งที่ 2 ณ  ห้องประชุมชั้น 3  บริษัทสยามสปอร์ต  ซิดิเคท จำกัด (มหาชน ) เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้ ตัวแทนของบริษัทสยามสปอร์ตซินดิเคท จำกัด(มหาชน)ได้ชี้แจงเรื่องดังกล่าวต่อหน้าตัวแทนสโมสรในไทยพรีเมียร์ลีกทั้ง 18 ทีมไปแล้วที่สมาคมฟุตบอลฯ อย่างไรก็ตามยังมีการตั้งข้อสังเกตุจาก เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในหลายๆประเด็น

อดิศัย วารินทร์ศิริกุล ก.ก. ผจก.บมจ. สยามสปอร์ต  ซินดิเคท  กล่าวว่า “เรื่องที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าทำไมรายได้จากสิทธิประโยชน์ทั้งหมดไม่ผ่านตรงเข้าบริษัทไทยพรีเมียร์ จำกัดต้องไปผ่านคนอื่นนั้นผมเคยชี้แจงในคราวที่แล้วว่ามันเป็นโครงสร้างที่เราตกลงแบ่งแยกหน้าที่กัน และที่สำคัญเราก็อธิบายไปแล้วว่ามีรายได้และต้นทุนเท่าไหร่คืออธิบายภาพรวม ไม่ว่าจะเข้าไปที่ใครบรรทัดสุดท้ายก็เท่าเดิม ไม่เกี่ยวกับเรื่องความโปร่งใส "      

“สมาคมฟุตบอลมีหน้าที่ดูแลภาพรวมส่วน บริษัทไทยพรีเมียร์ลีกจะทำหน้าที่บริหารจัดการเรื่องการแข่งขันการจัดโปรแกรมและออกกฎระเบียบ ส่วนสยามสปอร์ตจะดูแลเรื่องสิทธิประโยชน์ นี่คือสิ่งที่เราตกลงกันไว้ในปี 2552 ซึ่งในเวลานั้นไม่มีใครคิดว่าฟุตบอลไทยจะมาไกลขนาดนี้ เวลานั้นถามว่าทั้ง 3 หน่วยงานมีใครที่มีความพร้อมมากที่สุดในเรื่องการถ่ายทอดสดซึ่งเป็นเรื่องที่ใหม่มาก และทางสยามสปอร์ตเองมีศักยภาพเพียงพอเราจึงรับหน้าที่นี้มา เราบริหารงานลักษณะนี้เพื่อให้เกิดความคล่องตัว ใครถนัดแบบไหนก็ดูแลงานแบบนั้นก็เท่านี้”

ส่วนข้อสงสัยที่ว่าทำไมสยามสปอร์ตจึงออกค่าใช้จ่ายแทนทรูวิชั่นส์ซึ่งเป็นผู้ซื้อลิขสิทธิ์ไปถ่ายทอดสดนั้น นาย อดิศัย กล่าวว่า “ใน การเจรจาลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดได้ดำเนินการมาในช่วงปลายปี 2553 ต่อเนื่องมาถึงต้นปี 2554 ซึ่งยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้  โดยทางทรูวิชั่นส์มีข้อจำกัดในเรื่องการเตรียมทีมงานในการถ่ายทอดสดและได้ขอให้ทางสยามสปอร์ตช่วยแบ่งเบาภาระ เพราะอยู่บนแพลทฟอร์มเดียวกัน ซึ่งจะต้องมีค่าใช้จ่าย ทางสยามสปอร์ตเองเห็นว่าเมื่อทางทรูวิชั่นส์ มีเจตนาดีที่จะเข้ามา ถ่ายทอดสดไทยพรีเมียร์ลีกซึ่งเป็นมิติใหม่ในวงการฟุตบอลบ้านเรา จึงได้ตกลงรับเงื่อนไขดังกล่าว เพื่อให้ได้ข้อยุติก่อนจะเปิดฤดูกาลแข่งขันประจำปี 2554 "  

" นอกจากนี้ค่าใช้จ่ายรถโอบียังเกิดจากการถ่ายทอดสดไทยพรีเมียร์ลีกทางช่อง 11 และการถ่ายทอดสดดิวิชั่น 1รวมทั้งลีกภูมิภาครอบแชมป์เปี้ยนลีก โดยการถ่ายทอดสดดิวิชั่น 1 เป็นการสร้างฐานผู้ชมเพื่อขายลิขสิทธิ์ในอนาคต ส่วนการถ่ายทอดลีกภูมิภาคเป็นเงื่อนไขที่ได้ตกลงกับสปอนเซอร์ซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้"               

" ค่าใช้จ่ายส่วนแรกเลยคือเงินสนับสนุนสโมสรในไทยพรีเมียร์ลีก 72 ล้านบาทดิวิชั่น 1 อีก 7.2 ล้านบาทรวมเป็นเงิน 79.2 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก 70.2 ล้านบาทเป็นเบี้ยเลี้ยงกรรมการผู้ตัดสิน และค่าเช่าเวลา ค่ารถโอบี ค่าเช่าสัญญาณซึ่งค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เป็นต้นทุนการผลิตรวมแล้วก็ร่วม150 ล้านบาท "               

ผู้บริหารของสยามสปอร์ตยังยืนยันว่าพวกเขาจะไม่ตอบรับคำเชิญของ เนวิน ชิดชอบ ที่จะให้สยามสปอร์ตนำหลักฐานเข้าไปชี้แจงกับสโมสรต่างๆในการประชุมวันที่ 23 เม.ย.นี้ โดยมี พัทยา ยูไนเต็ด เป็นเจ้าภาพ

"ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่าที่สยามสปอร์ตได้เข้าไปชี้แจงในที่ประชุมบริษัทไทยพรีเมียร์ลีก จำกัดเมื่อวันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมาเนื่องจากคุณเนวิน มีการตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับรายได้ ซึ่ง ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง ประธานทีพีแอล ได้เชิญเราไปอธิบาย ให้กับสมาชิกสโมสร ในฐานะผู้บริหารสิทธิประโยชน์ ซึ่งถ้าวันนั้นคุณเนวินเข้าประชุมด้วยก็น่าจะได้ซักถามกันในที่ประชุมทีเดียวเลย"          

"สยามสปอร์ตคงไม่ไปชี้แจงตามที่คุณเนวิน นัดหมาย เพราะผู้ที่จะเชิญก็คือ ประธานบริษัทไทยพรีเมียร์ลีก ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการกำกับและดูแลสโมสรในไทยพรีเมียร์ลีก แต่เราเห็นด้วยที่จะมีการพูดคุยต่อหน้ากันเพราะเรื่องจะได้จบแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องผ่านมาทางทีพีแอล” อดิศัยทิ้งท้าย