“บัวขาว”เบี้ยวนัด“กำนันแก๊” อ้างติดแถลงไทยไฟต์

“บัวขาว”เบี้ยวนัด“กำนันแก๊” อ้างติดแถลงไทยไฟต์
Smm Sport

สนับสนุนเนื้อหา

บัวขาว” อ้างติดงานแถลงข่าวมวยไทยไฟต์ ไม่กล้าโผล่หน้าเจอ “กำนันแก๊” ทั้งที่นัดเคลียร์ปัญหาคาใจที่ กกท. โดยมี “บิ๊กหนุ่ม” และ “ชาติซ้าย” รับเป็นกาวใจ ต้องตั้งโต๊ะเจรจาใหม่อีกรอบ ขณะที่เจ้าตัวเปิดใจพร้อมขึ้นเวทีไทยไฟต์ แต่ยังไม่ยอมเปิดเผยว่าจะใช้ค่ายอะไร ด้าน “นพพร วาทิน” ยืนยันต้องเป็น “ป.ประมุข” เท่านั้น

นายกนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการ กกท. พร้อมด้วย "ชาติซ้าย" สมชาติ เจริญวัชรวิทย์ นายกสมาคมกีฬามวยอาชีพแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานอนุกรรมการวินัย และจรรยาบรรณของบุคคลในวงการกีฬามวย คณะกรรมการกีฬามวย กกท. ได้นัดหมายให้ “กำนันแก๊” ประมุข โรจนตัณฑ์ เจ้าของค่าย ป.ประมุข และ “บัวขาว ป.ประมุข” สมบัติ บัญชาเมฆ ยอดนักมวยเงินล้านที่มีปัญหาขัดแย้งกัน เพื่อมาเคลียร์ปัญหาเกี่ยวกับสัญญาต่างๆ ให้ลงตัว เมื่อวันที่ 4 เม.ย. ที่การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.)

โดยได้นัดหมายกันไว้ในเวลา 15.30 น. ขณะที่ “กำนันแก๊” และ “ชาติซ้าย” ได้เดินทางมาถึงเวลาประมาณ 13.00 น. จากนั้นทั้งหมดได้เข้าหารือเบื้องต้นกับนายกนกพันธุ์ 

ต่อมาในเวลาประมาณ 15.20 น. “ชาติซ้าย” ได้เดินออกมาจากห้อง และได้ต่อโทรศัพท์ถึง “บัวขาว” ปรากฏว่า “บัวขาว” อยู่ระหว่างแถลงข่าวมวยไทยไฟต์ ที่ รร.พูลแมน ซ.รางน้ำ ทำให้ “ชาติซ้าย” ถึงกับหัวเสียเพราะนัดหมายกันไว้ในเวลา 15.30 น. พร้อมกับถามย้ำ “บัวขาว” ว่าตกลงจะเดินทางมาที่ กกท. หรือไม่

ซึ่งทาง “บัวขาว” ตอบมาว่า “มาไม่ได้” จากนั้น “ชาติซ้าย” ได้วางสายโทรศัพท์ทันที พร้อมกันพูดกับผู้สื่อข่าวว่า "ทำอย่างนี้ได้อย่างไร ทุกคนมารอแก้ปัญหาให้ แต่กลับทำแบบนี้ คิดเอาเองแล้วกัน" ก่อนจะเข้าไปหารือกันอีกประมาณ 15 นาที และทั้งหมดได้เดินทางออกมาจากห้อง

ด้านกำนันแก๊” เจ้าของค่าย ป.ประมุข กล่าวเพียงสั้นๆด้วยใบหน้าที่เครียดว่า ในเมื่อเจ้าตัวไม่มาก็ไม่สามารถตกลงอะไรได้ ก่อนจะเดินทางกลับทันที เช่นเดียวกับ “ชาติซ้าย”

หลังพูดคุยกันเสร็จสิ้น “บิ๊กหนุ่ม” นายกนกพันธุ์ เปิดเผยว่า คงต้องมีการนัดมาหารือกันให้ครบทุกฝ่ายอีกครั้ง แม้ บัวขาว จะไม่อยากเผชิญหน้า แต่สุดท้ายและก็คงหนีไม่ได้ เมื่อวันก่อน บัวขาว มาคุยแล้ว และครั้งนี้ กำนันประมุข มาคุยก็ไม่ได้เจอกันครบทุกฝ่าย

ซึ่งจากการที่พูดคุยครั้งแรกกับกำนันแก๊ ทำให้ได้ทราบข้อเท็จจริงต่างๆ มากขึ้น และมีแนวทางแก้ไขปัญหาในใจแล้วแต่ทาง บัวขาว กลับไม่มาเลยยังตกลงกันไม่ได้ ซึ่งตนเชื่อว่าเรื่องนี้จะจบลงได้ด้วยดี ทันกำหนดชกไทยไฟท์ในวันที่ 17 เม.ย.นี้ แน่นอน

วันเดียวกัน  นางสุกุมล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานอำนวยการจัดการแข่งขันชกมวยไทยโลก "ไทยไฟต์" ร่วมกันแถลงข่าว "การแข่งขันชกมวยโลก ไทยไฟต์ ไทย เคาล์เจอร์" มวยไทย วัฒนธรรม. โดยมี บัวขาว ร่วมแถลงข่าวด้วย

นายสุวัจน์กล่าว ว่า ปีนี้จะมีแข่งขันใน 2 รุ่นคือ จูเนียร์มิดเดิ้ลเวท 70 กก. และเวลเตอร์เวท 67 กก. แต่ละรุ่นจะมีนักชก 8 ราย จัดแข่งรอบละ 1 สนาม ดังนี้ รอบ 8 คน วันที่ 23 ตุลาคม ที่ภูเก็ต หรือ เชียงใหม่ รอบ 4 คน วันที่ 18 พฤศจิกายน ที่พัทยา และรอบชิงชนะเลิศในวันที่ 16 ธ.ค. ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า

โดยปีนี้สำหรับนักกีฬาไทย บัวขาวจะเป็นตัวยืนในรุ่น 70 กก. ส่วนรุ่น67 กก.นั้น จะเป็นการคัดเลือกกันระหว่าง สุดสาคร ส.กลิ่นมี พบ สิงห์มณี แก้วสัมฤทธิ์  ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 17 เมษายนนี้ ที่แหลมบาลีฮาย พัทยา จ.ชลบุรี เริ่มตั้งแต่เวลา 18.00 น.  ส่วนการแข่งขันที่ต่างประเทศจะเป็นประเภทแบบยกทีม ทีมเอเชีย พบกับ ทีมยุโรป หรือ อเมริกา โดยอาจจะจัดที่ออสเตรเลีย, อังกฤษ หรือ สหรัฐอเมริกา

ขณะที่บัวขาว กล่าวยืนยันว่า จะขึ้นชกในรายการนี้แน่นอน  หลังจากนี้จะกลับไปซ้อม ที่จ.สุรินทร์ บ้านเกิด  ส่วนเรื่องชื่อค่ายนั้น ขอให้เป็นเรื่องของผู้ใหญ่เจรจากัน ถึงวันที่ 17 เม.ย.จะรู้เอง 

ขณะที่เรื่องมือที่ 3 ที่บอกว่ายุให้ตนออกจากค่ายป.ประมุขนั้น ไม่เป็นความจริง ขณะที่ค่ายบัญชาเมฆ ที่จ.สุรินทร์ จะใช้เป็นที่ออกกำลังกายของเด็กๆ คงยังไม่ได้ไปยื่นจดทะเบียนใดๆ ส่วนจะป้องกันแชมป์ได้หรือไม่นั้น ตนขอให้ดูวันแข่งดีกว่า ซึ่งจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด

ด้าน นายนพร วาทิน ประธานจัดมวย "ไทยไฟต์" กล่าวว่าคิดว่าทั้งค่ายป.ประมุข และบัวขาวจะเคลียร์กันได้ แต่ตนยืนยันว่า บัวขาวจะต้องใช้ชื่อ บัวขาว ป.ประมุข ขึ้นชกเท่านั้น เพราะอาจจะผิดพระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ.2542 ส่วนค่าตัวอยู่ที่หลักล้าน แต่คงบอกจำนวนจริงไม่ได้

โดยการจัดแข่งขันครั้งนี้ใช้งบราว 200 ล้านบาท สำหรับเงินรางวัลแชมป์ในรอบชิงชนะเลิศปีนี้ จะคงอยู่ที่ 2 ล้านบาท แต่ภายในอีก 2 ปีข้างหน้าเมื่อมีการขายลิขสิทธิการถ่ายทอดสด จะเพิ่มเป็น 10 ล้านบาทแน่นอน