ฉลามแม่นโทษดับซ่าบุรีรัมย์ 6-5 คว้าแชมป์ถ้วย ก.

ฉลามแม่นโทษดับซ่าบุรีรัมย์ 6-5 คว้าแชมป์ถ้วย ก.
Smm Sport

สนับสนุนเนื้อหา

ฉลามชล ชลบุรี เอฟซี ผงาดคว้าแชมป์ฟุตบอลถ้วย ก.สมัย 4 ได้อย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการดับซ่า ปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ไปได้ในการดวลจุดโทษ 4-3 หลังเสมอในเกม 2-2 สกอร์รวม 6-5 รักษาสถิติไม่แพ้ใครที่สนามสุภฯ และไม่เคยแพ้ใครในนัดชิงถ้วย ก.

การแข่งขันฟุตบอลสโมสรชิงถ้วยพระราชทาน ประเภท ก.ประจำปี 2555 ในวันอาทิตย์ที่ 11 มีนาคม 2555 ระหว่าง "ปราสาทสายฟ้า" บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แชมป์ไทยพรีเมียร์ลีก พบกับ "ฉลามชล" ชลบุรี เอฟซี รองแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีก และแชมป์เก่ารายการนี้ ที่สนามศุภชลาศัย โดยมี นายอรรถนิติ ดิษฐอำนาจ องคมนตรี ผู้แทนพระองค์ มาเป็นประธานและผู้แทนมอบถ้วยรางวัลชนะเลิศในเกมวันนี้

สำหรับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้เข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลถ้วย ก.ครั้งนี้เป็นครั้งแรกของสโมสร ไม่นับสมัยที่เป็นการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ส่วนชลบุรี เอฟซี ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 3 โดยก่อนหน้านี้สามารถคว้าแชมป์มาได้ทุกครั้ง และไม่เคยแพ้ในสนามศุภชลาศัย มาก่อนไม่ว่าจะเป็นรายการใดก็ตาม โดย "ปราสาทสายฟ้า" วันนี้จัดชุดใหญ่ลงครบครัน แฟรงค์ อาชิมปง และ จิรวัฒน์ มัครมย์ เป็นตัวทีเด็ดในเกมรุก ในขณะที่ชลบุรี เอฟซี ก็จัดชุดใหญ่เช่นกัน โดยมี พิภพ อ่อนโม้ กับ ลูโดวิค ทาคาม เป็นตัวอันตรายในแดนหน้า

เริ่มเกมในครึ่งแรก เป็นทาง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ได้ลุ้นก่อนจากจังหวะที่ สุมัญญา ปุริสาย ลากบอลมาถึงเส้นหลัง หวังที่จะเปิดเข้าไปในกรอบเขตโทษ แต่กองหลังของ ชลบุรี ยังไวตามาบล็อคไว้ได้ทัน

2 นาทีต่อมา เป็นเจ้าบ้านที่เกือบได้ประตูขึ้นนำ จักรพันธ์ แก้วพรม ชิฟบอล ออกไปทางขวาให้ จิรวัฒน์ มัครมย์ หลุดเดี่ยวเข้ากรอบเขตโทษ ก่อนที่ เจ้าแจ็ค จะลองซัดด้วยขวาแต่ทว่าบอลก็โด่งข้ามคานออไปไกล บุรีรัมย์ เร่งเครื่องบุกแหลกแบบไม่ยั้ง สุมัญญา ปุริสาย ได้จังหวะลักไก่ยิงหน้าเขตโทษ แต่ทว่า สินทวีชัย หทัยรัตนกุล นายด่านฉลามชลก็ยังลอยปัดออกไปได้

น.7 ฉลามชล มาได้ลุ้นบ้างจากฟรีคิก และเป็น เทิดศักดิ์ ใจมั่น ที่ลองปั่นด้วยขวาเข้าไปหน้าประตู แต่ ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน ยังยืนถูกที่รับเข้าซองไปได้แบบสบาย

บุรีรัมย์ มาได้ลุ้นอีกครั้ง น.17 สุมัญญา ปุริสาย ได้จังหวะหลุดเดี่ยวขึ้นมาทางฝั่งขวา ก่อนที่จะพาบอลเลี้ยงหากรอบเขตโทษ ก่อนจะเปิดเรียดไปหน้าประตู อาชิมปง พยายามจะวิ่งเข้าชาร์จ แต่ว่าเจ้าตัวก็เข้าไม่ถึงบอล ทำให้บอลหลุดเสาสองออกไปอย่างน่าเสียดาย

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สามารถครองเกมในช่วง 30 นาทีแรกไว้เกือบทั้งหมด แต่ทว่าก็ยังไม่สามารถผ่านแนวรับของ ชลบุรี เอฟซี เข้าไปทำประตูได้ น.30 ฉลามชล ก็มีการเปลี่ยนตัวทันทีโดยส่งทางด้าน อัครวินท์ สวัสดี ลงไปแทน พิภพ อ่อนโม้ ที่มีอาการบาดเจ็บ

เกมเดินทางมาถึง น.32 ก็มีประตูเกิดขึ้น และเป็นทางบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ อัสคาร์ จาดิเกรอฟ ชิ่งกับทางด้าน ธีราทร บุญมาทัน ก่อนที่ อัสคาร์ จะไหลคืนให้ ธีราทร นั้นแปเน้นด้วยขวาบอลแฉลบขากองหลังของ ชลบุรี บอลค่อยๆกลิ้งเข้าประตูไป

อีก 2 นาทีต่อมาแฟนบอล ปราสาทสายฟ้า ก็ได้เฮอย่างต่อเนื่อง จากจังหวะที่ จิรวัฒน์ มัครมย์ นั้นเปิดด้วยขวาไปหน้าประตู กองหลังชลบุรีนั้นพลาดโดนทางด้าน แฟรงค์ อาชิมปง วิ่งแซงไปแปด้วยขวาบอลพุ่งสวนตัว สินทวีชัย เข้าประตูไปทำให้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ออกนำห่าง 2-0 หลังจากเสีย 2 ประตูรวด "ฉลามชล" ชลบุรี เอฟซี ก็เร่งเกมหมายจะเอาประตูตีไข่แตกให้ได้ แต่กองหลังของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยังสามารถช่วยกันสกัดไว้ได้ทั้งหมด

ช่วงท้าย ชลบุรี เอฟซี บุกหนัก น.44 เจฟฟี่ ดูม็อง ได้ลองซัดไกลระยะ 22 หลาแต่เจ้าตัวก็ซัดบอลเหินโด่งข้ามคานไปไกล แต่แล้วนาทีต่อมา ชลบุรี เอฟซี ก็สามารถตีไข่แตกได้ จากจังหวะที่ ลูโดวิค ทาคาม ได้บอลในกรอบเขตโทษก่อนที่จะพลิกยิงจังหวะแรกติดขาของ ศิวรักษ์ แต่ อดุล หละโสะ วิ่งมามาแปด้วยขวาระยะเผาขนเข้าไป ทำให้ชลบุรี เอฟซี ไล่มาเป็น 2-1 และหมดครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

ในช่วงพักครึ่งของการแข่งขัน นายวรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ และนายพรวุฒิ สารสิน รองประธานกรรมการ บ.ไทยน้ำทิพย์ จำกัด เป็นตัวแทนมอบเงินรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายบัตรเข้าชมการแข่งขันครั้งนี้ ให้แก่ นายอรรถนิติ ดิษฐอำนาจ องคมนตรี ผู้แทนพระองค์ เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าทวายแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเสด็จพระราชกุศล ตามพระราชอัธยาศัย

เริ่มเกมในครึ่งหลัง เป็นทาง ชลบุรี เอฟซี ที่เริ่มตั้งเกมบุกใส่ทางด้าน บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทันที  น.52 ฉลามชล ก็ได้ลุ้น ทันที จากจังหวะที่ สุรีย์ สุขะ เปิดบอลเรียดไปหน้าประตู อัครวินท์ วิ่งพยายามที่จะชาร์จแต่กองหลังของ บุรีรัมย์ ยังตามมากดดันได้ดี ทำให้ อัครวินท์ นั้นเข้าชาร์จไม่ถึง

บุรีรัมย์ เริ่มที่จะเน้นจังหวะตั้งรับและสวนกลับ น.56 ก็มาได้ลุ้นทันทีจากจังหวะทุ่มเร็ว และเป็น สุมัญญา ปุริสาย ที่ไหลเข้ากลางไปให้ทางด้าน ฟรองค์ โออองด์ซ่า ลองซัดด้วยขวาทันที แต่ สินทวีชัย นั้นก็ยังล้มตัวรับไว้ได้

ชลบุรี มาได้ลุ้นอีกครั้ง น.60 จากจังหวะชิ่งต่อบอลกันอย่างสวยงาม ก่อนที่ อัครวินท์ สวัสดี จะไหลบอลจากหน้าเขตโทษมาให้ อดุล หละโสะ ที่ยืนรออยู่ลองส่องด้วยขวาทันที แต่บอลก็ยังไม่เป็นใจเหินข้ามคานแบบได้ลุ้นนิดๆเพียงเท่านั้น

ชลบุรี หลังบุกอยู่นานแต่ยังไม่ได้ประตูก็ส่งไผ่ใบสุดท้ายลงสนามทันที นั้นคือทางด้าน สุกรี อีแต  ที่ลงไปแทนทางด้าน เจฟฟี่ ดูม็อง น.74 ชลบุรี เอฟซี  มาได้ล้นอีกครั้ง จากจังหวะฟรีคิกทางด้านซ้าย ก่อนที่ เทิดศักดิ์ ใจมั่น จะปั่นไปหน้าประตูและเป็น คาซูตะ คูชิดะ ที่เทคตัวขึ้นโหม่งได้ก่อน แต่บอลนั้นเบาเกินไปเข้ามือ ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน

น.90 ชลบุรี ยังได้ลุ้นประตูต่อเนื่อง จากจังหวะที่ เทิดศักดิ์ ใจมั่นเปิดบอลจากริมเส้นฝั่งขวาเข้าไปหน้าประตู และเป็น อัครวินท์ สวัสดี ที่โหนโหม่งบอลก็ยังไม่ตรงกรอบอยู่ดี นาทีต่อมา เทิดศักดิ์ ได้โอกาสปั่นฟรีคิกระยะ 28 หลาแต่ว่าก็ยังยิงไปเข้ามือ ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน

บุรีรัมย์ อาศัยจังหวะสวนกลับและเกือบได้ประตูเพิ่ม จากจังหวะที่สุรีย์ แย่งโหม่งกับ โอฮันซ่า ก่อนที่ โอฮันซ่า จะแย่งโหม่งและส่งให้ ธีราทร บุญมาทัน หลุดเดี่ยวมาทางซ้ายก่อนที่เจ้าตัวจะลองซัดด้วยขวาทันที แต่ทว่าก็ยังไม่ผ่านมือ สินทวีชัย หทัยรัตนกุล

แต่แล้ว ชลบุรี เอฟซี ก็มาได้ประตูตีเสมอจนได้ น.95 จากจังหวะที่ ชลทิตย์ จันทคาม เปิดบอลจากฝั่งขวาไปหน้าประตู และเป็น ลูโดวิค ทาคาม ที่หนีการประกบมาแปบอลลอดขาของ ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน เข้าประตูไป ทำให้สกอร์กลับมาเสมอกันอีกครั้งที่ 2-2 พร้อมกับเสียงนกหวีดหมดเวลาการแข่งขันพอดี ทำให้ทั้ง 2 ทีมนั้นต้องมายิงจุดโทษหาผู้ชนะ

และในการดวลจุดโทษตัดสินต้องยิงกันถึง 6 คน ซึ่งเป็นทางด้าน "ฉลามชล" ชลบุรี เอฟซี ที่แม่นกว่าเอาชนะไปได้ 4-3 ในการดวลจุดโทษสกอร์รวม 6-5 ทำให้ ชลบุรี เอฟซี คว้าแชมป์ฟุตบอลสโมสรชิงถ้วยพระราชทาน ประเภท ก. ในปีนี้ไปครองได้สำเร็จ และถือเป็นแชมป์สัมยที่ 4 ในถ้วยใบนี้ของชลบุรีด้วย พร้อมกันนี้ชลบุรี เอฟซี ยังคงรักษาสถิติของสโมสรที่ไม่เคยแพ้ต่อทีมไหนที่สนามศุภชลาศัย ไว้ได้ อีกทั้งยังรักษาสถิติเข้าชิงถ้วย ก.ชนะได้ทุกครั้งอีกด้วย

สำหรับรายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด : ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน (Gk),ธีราทร บุญมาทัน,ประทุม ชูทอง ,จักรพันธ์ แก้วพรม,สุมัญญา ปุริสาย(เอ็ควัลล่า เฮอร์มัน น.64) , อภิเชษฐ์ พุฒกาล (c) , โจเซฟ โอบาม่า , จิรวัฒน์ มัครมย์ , สุรัตน์ สุขะ(ฟรองค์ โออองด์ซ่าน.51) , อัสคาร์ จาดิเกรอฟ , แฟรงค์ อาชิมปง(สุเชาว์ นุชนุ่ม น.46)

ชลบุรี เอฟซี : สินทวีชัย หทัยรัตนกุล (Gk), สุรีย์ สุขะ , สุทธินันท์ พุกหอม , เทิดศักดิ์ ใจมั่น , พิภพ อ่อนโม้ (c)(อัครวินท์ สวัสดี น.30) , เจฟฟี่ ดูม็อง (สุกรี อีแต น.73) ,โฟเด้ บองกาลี่, อดุล หละโสะ,ลูโดวิค ทาคาม , ชลทิตย์ จันทคาม,นพนนท์ คลพลายุกต์(คาซูตะ คูชิดะ น.46)

หลังจบเกมการแข่งขัน

ด้านผู้ชนะอย่างชลบุรี เอฟซี ทางด้านนายวิทยา คุณปลื้ม ประธานสโมสรกล่าวว่า "ดีใจเป็นอย่างมากที่สามารถป้องกันแชมป์ถ้วย ก.ไว้ได้อีกสมัย ซึ่งวันนี้ต้องชื่นชมนักเตะทุกคนที่สู้ตลอดทั้งเกมจนเอาชนะมาได้ในที่สุด และต้องขอบคุณแฟนบอลชลบุรี ทุกคนที่ตามมาเชียร์ในวันนี้และแฟนบอลที่คอยให้กำลังใจอยู่ทางบ้าน"

ส่วนทางด้าน "โค้ชเฮง" วิทยา เลาหกุล กุนซือใหญ่ "ฉลามชล" เผยว่า "ก่อนเกมยอมรับว่าเกรงบุรีรัมย์ อยู่พอสมควร แต่เราก็ยังเชื่อมั่นในศักยภาพของเราว่ามีโอกาสที่จะเป็นผู้ชนะได้ในวันนี้ และยิ่งกฎโควต้านักเตะต่างชาติที่ลดลงทำให้เกมสูสีและสนุกขึ้น วันนี้ต้องขอชมลูกทีมทุกคนที่ทำให้ทีมชนะวันนี้ "

ส่วนผู้แพ้อย่างบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทางด้าน "โค้ชแต๊ก" อรรถพล ปุษปาคม เฮดโค้ช ก็ออกมาเผยว่า "เราเสียใจที่ไม่ได้แชมป์ถ้วยใบนี้ ซึ่งต้องชื่นชมชลบุรีที่แก้เกมมาในครึ่งหลังได้ดี และในการดวลจุดโทษเราก็จัดตัวพลาดด้วย โดยเรายังมีข้อแก้ไขที่ต้องไปปรับปรุงกันอีกเยอะ ทั้งเกมรุกที่น่าจะได้ประตูเพิ่มในครึ่งหลัง และเกมรับที่เสียง่ายในช่วงท้ายเกม แต่ความพ่ายแพ้วันนี้ก็ไม่ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของผู้เล่นบุรีรัมย์ ยังมั่นใจว่าเราจะกลับมาทำผลงานได้ดีในลีกและรายการอื่นๆ ต่อไป"