เป้ยื่นหนังสือถึงผบ.ตร.ช่วยชี้แจงคดีโคเน่เพื่อภาพลักษณ์สโมสร

เป้ยื่นหนังสือถึงผบ.ตร.ช่วยชี้แจงคดีโคเน่เพื่อภาพลักษณ์สโมสร
Smm Sport

สนับสนุนเนื้อหา

เสี่ยเป้ รณฤทธิ์ ซื่อวาจา ผอ.สโมสรเอสซีจี เมืองทองฯ จี้ถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ พล.ต.อ.เพรียวพันธุ์ ดามาพงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พิจารณาคดีของ โคเน่ โมฮาเหม็ด ที่ถูกตรวจพบปัสสาวะสีม่วงแต่ไม่ใช่เกิดจากสารเสพติดแต่อย่างใด หวังให้เจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติดได้แถลงข่าวชี้แจงเพื่อภาพลักษณ์ของสโมสรและวงการฟุตบอลไทย 

หลังจากถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติดเข้าตรวจค้นชาวต่างชาติในสถานบันเทิงย่านซอยนานาและซอยม้าคู่ ถ.สุขุมวิท เมื่อคืนวันที่ 29 ก.พ.ที่ผ่านมา และปรากฏว่า โคเน่ โมฮาเหม็ด ดาวยิง “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ได้ถูกจับกุมด้วย ซึ่งจากการตรวจปัสสาวะพบว่ามีสีม่วง เจ้าหน้าที่จึงทำบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ก่อนให้พนักงานสอบสวนนำปัสสาวะ ส่งให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบว่า ปัสสาวะเป็นสีม่วงเนื่องจากเสพยาเสพติดหรือไม่ ก่อนปล่อยตัวออกมา

จากนั้นรุ่งขึ้นสโมสรเอสซีจี เมืองทองฯ ได้ทำการตรวจอีกครั้งที่ รพ.กรุงเทพ โดย นพ.พรเทพ ม้ามณี แพทย์ประจำทีมเอสซีจี เมืองทองฯ จาก รพ.กรุงเทพ ซึ่งปรากฏว่าไม่พบสารเสพติดในร่างกายของ โคเน่ โมฮาเหม็ด แต่อย่างใด ซึ่งจากข่าวที่ออกมาสร้างความเสื่อมเสียต่อภาพลักษณ์ของสโมสรเป็นอย่างมาก

ล่าสุดเมื่อวันนี้ (5 มี.ค.) เวลาประมาณ 11.00 น. ที่ผ่านมา “เสี่ยเป้” รณฤทธิ์ ซื่อวาจา ผอ.สโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด และโคเน่ โมฮาเหม็ด ดาวยิงผิวสีชาวไอเวอร์รี่โคส ได้เดินทางไปสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อนำเอกสารใบรับรองแพทย์, วีซีดีผลการตรวจของ นพ.พรเทพ ม้ามณี แพทย์ประจำทีมเอสซีจี เมืองทองฯ จาก รพ.กรุงเทพมอบให้กับ พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาคดีและขอความเป็นธรรม โดยเรียนถึง พล.ต.อ.เพรียวพันธุ์ ดามาพงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเพื่อพิจารณาคดีดังกล่าว

โดย “เสียเป้” รณฤทธิ์ ซื่อวาจา ได้เปิดเผยว่าสโมสรเอสซีจี เมืองทองฯ เป็นสโมสรฟุตบอลที่มีจุดประสงค์ในการก่อตั้งสโมสรเพื่อเป็นทีมฟุตบอลอาชีพและฟุตบอลถือเป็นกีฬาที่มุ่งหวังให้ทุกคนห่างไกลยาเสพติด อีกทั้งเอสซีจี เมืองทองฯ มีนโยบายชัดเจนในการห้ามนักกีฬายุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด เพราะฉะนั้นกรณีของ โคเน่ โมฮาเหม็ด ที่ถูกจับกุมและตรวจพบว่ามีปาสสาวะเป็นสีม่วงนั้น ทางสโมสรได้ส่งตัวไปตรวจที่ รพ.กรุงเทพ ทันทีในวันรุ่งขึ้นหลังจากถูกปล่อยตัว ซึ่งปรากฎว่าไม่พบสารเสพติดในร่างกาบของ โคเน่ แต่อย่างใด

ด้วยเหตุนี้ทำให้สโมสร เอสซีจี เมืองทองฯ ต้องการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ชี้แจงต่อสังคมว่าความจริงแล้วเป็นเช่นไร เนื่องจากมีผลต่อภาพลักษณ์ของสโมสร, ตัวนักเตะ และวงการฟุตบอลไทย ซึ่ง โคเน่ โมฮาเหม็ด เล่นฟุตบอลในเมืองไทยมานานร่วม 10 ปี และไม่เคยมีประวัติเรื่องนี้มาก่อนทำให้ต้องการให้มีการชี้แจงเพื่อความเข้าใจตรงกัน

ขณะที่ โคเน่ โมฮาเหม็ด ดาวยิงตัวเก่งที่ตกเป็นจำเลยสังคมกล่าวว่าในวันเกิดเหตุนั้นตนเองกับเพื่อนอย่าง อับดุล คูริบาลี่ ได้ไปรับประทานอาหารที่ซอยนานา และในช่วงของการเรียกเก็บเงินก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาจับกุมและตรวจปัสสาวะ ซึ่งตนเองยินยอมให้ตรวจแต่โดยดีเพราะมั่นใจว่าไม่ได้ทำอะไรผิด ทว่าหลังส่งปัสสาวะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปรากฏว่าเป็นสีม่วงทำให้โดนจับกุม แต่หลังจากนั้นก็ถูกปล่อยตัวออกมา

โคเน่ โมฮาเหม็ด ได้กล่าวต่ออีกว่าตนเองไม่รู้มาก่อนว่าซอยนานาเป็นเป้าหมายของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการตรวจสอบและจับกุมยาเสพติด แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือตนเองไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดมาก่อน ส่วนสาเหตุที่มีปัสสาวะเป็นสีม่วงนั้นน่าเกิดจากวิตามินที่รับประทานเข้าไปเป็นประจำ ทว่าถึงตอนนี้ก็เริ่มสบายใจมากขึ้นเพราะเมื่อตรวจกับแพทย์ก็พบว่าไม่มีสารเสพติดในร่างกายจริงๆ และขอยืนยันว่าไม่คิดที่จะเสพยาแต่อย่างใดเพราะเป็นนักฟุตบอลดังนั้นจึงไม่คิดใช้ยาเสพติดซึ่งทำลายสุขภาพแน่นอน

ส่วน พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวว่าจากการจับกุมถือว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทำตามหน้าที่ซึ่งเมื่อพบว่ามีปัสสาวะเป็นสีม่วงก็ต้องดำเนินคดี โดยในรายของ โคเน่ โมฮาเหม็ด มีการส่งให้นิติเวชตรวจจากน้ำยาและเข้าห้องแลปซึ่งผลการตรวจจะถือว่ามีมาตรฐานที่สุด

สำหรับปัสสาวะสีม่วงเกิดจากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นยาเสพติด, ยาแก้หวัด หรือวิตามิน เพราะฉะนั้นจึงต้องให้แพทย์ตรวจสอบอย่างละเอียด ซึ่งผลการตรวจทางนิติเวชจะทราบผลภายใน 1-2 วันนี้