"ทิม วีเซ่" จากเสาประตูสู่เทิร์นบัคเกิล

"ผมไม่คิดว่าการเล่นมวยปล้ำเป็นการหนีความจริง มันก็เป็นแค่ทางเลือกอื่นนอกจากการนั่งอ้วนเผละอยู่บนโซฟา" คำพูดนี้ยากจะแยกได้ว่าใครเป็นคนที่พูดมันกันแน่
ระหว่าง ทิม วีเซ่ อดีตผู้รักษาประตูทีมชาติเยอรมันที่เคยไปฟุตบอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้ และลงเล่นในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก กับ แวร์เดอร์ เบรเมน มาแล้ว
หรือว่านี่เป็นคำพูดของ ทิม วีเซ่ ตัวละครน้องใหม่ของมวยปล้ำ WWE ที่เตรียมจะเปิดตัวครั้งแรกในวันพฤหัสบดีนี้ที่มิวนิค
วีเซ่ ในเวลานี้ไม่ได้ดูแตกต่างแค่เรื่องของรูปลักษณ์ภายนอก จากคนเดิมที่เคยหนัก 90 กิโลกรัมในวันที่ยังลงเฝ้าเสา แต่เวลานี้เขากลายเป็นนักมวยปล้ำร่างใหญ่กล้ามโตที่น่าเกรงขามเป็นอย่างยิ่ง "ตอนที่ผมเลิกเล่นฟุตบอล ผมเคยอ้วนที่สุดถึง 132 กิโลกรัม และผมก็กินแคลอรี่มากถึงวันละ 6-7 พันแคลอรี่ต่อวัน

"ผู้หญิงทุกคนชอบอยู่ข้างๆผู้ชายกล้ามใหญ่มากกว่าคนที่อ่อนแอ แต่ตอนนี้ผมลดปริมาณลงมาเหลือวันละ 3 พันแคลอรี่ และลดน้ำหนักลงมาเหลือ 120 กิโลกรัม ผมอยากจะลดลงอีก 3-4 กิโลกรัมเพื่อให้ผมทรงพลังและปล้ำได้ดุดันมากขึ้นเมื่อขึ้นสังเวียน ผมจะได้ไม่แพ้ใคร"
ในฐานะนักฟุตบอลวีเซ่ เป็นคนที่ร้อนแรงและดุดัน เป็น Sweeper-keeper ที่ไม่เคยกลัวการออกมาปะทะนอกเขตโทษ ครั้งหนึ่งเขาเคยออกมาสกัดบอลด้วยการกระโดดร็อปคิกใส่ อิวิก้า โอลิช กองหน้าฮัมบวร์ก เข้าที่ลูกกระเดือกพอดีจนโดนใบเหลือง และยังมีอีกหลายครั้งที่เขาเปิดฉากวิวาทะกับคู่ต่อสู้ ผู้ตัดสิน หรือ เพื่อนร่วมทีมด้วยกันเองก็มี

"ฮีโร่ของผมคือ โอลิเวอร์ คาห์น เพราะสไตล์ของเขาคล้ายกับผมมาก" วีเซ่เผย "ในฐานะนักฟุตบอล ผมพยายามจะทำให้ทุกคนเกลียดผม ผมชอบความคิดแบบนั้นเพราะถ้าคนไม่ชอบเราพวกเขาก็จะแสดงออกต่อเรา ซึ่งผมไม่มีปัญหาเลยกับเรื่องพวกนั้น ในเยอรมนี ไม่มีใครที่ชื่นชอบหรือมีความสุขกับการทีประสบความสำเร็จหรือมีทุกสิ่งพร้อม ผมบอกได้เลยว่าแฟนมวยปล้ำกว่าครึ่งจะชอบผม ส่วนอีกครึ่งจะเกลียดผม ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี อย่างน้อยคนก็สนใจที่จะพูดถึงผม"
ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา มีการสร้างเรื่องเพื่อที่จะพูดถึงตัวละครใหม่คนนี้พอสมควร แต่การจะประสบความสำเร็จในวงการมวยปล้ำนั้นมันจำเป็นที่จะต้องรู้จักการพูดจาข่มกันไปข่มกันมาและคุยโม้หน่อย ซึ่งสำหรับ วีเซ่ ด้วยตัวตนของเขาไม่ว่าจะในฐานะคนธรรมดาหรือในฐานะนักมวยปล้ำเอง เขาไม่อยากให้ใครเห็นภาพของเขาอ่อนแอแม้แต่นิดเดียว
ดังนั้นเมื่อถามถึงเรื่องการบาดเจ็บจากการขึ้นปล้ำ เขาตอบกลับด้วยรอยยิ้มและความมั่นใจ "คำถามงี่เง่า ผมไม่เคยมีอาการบาดเจ็บ คำถามต่อไป"

แต่ย้อนกลับไปเมื่อ 2 ปีก่อน ในวัย 32 ปี วีเซ่ ตัดสินใจอำลาวงการฟุตบอลอย่างน่าประหลาดใจ เพราะในวัยนี้ควรจะเป็นวัยที่ผู้รักษาประตูเริ่มทำผลงานได้ดีที่สุด
ในปี 2012 เขาได้รับการติดต่อให้ไปเป็นมือ 2 ของ อิเคร์ คาซีญาส ในทีมเรอัล มาดริด แต่ วีเซ่ ปฏิเสธข้อเสนอและเลือกจะไปฮอฟเฟ่นไฮม์แทน เพราะคิดว่าการได้ลงสนามต่อเนื่องจะทำให้เขารักษาตำแหน่งในทีมชาติเยอรมันเอาไว้ได้ และเขายังได้เป็นกัปตันทีมด้วย แต่สถานการณ์ทุกอย่างเป็นไปในทางตรงกันข้าม เขาเริ่มฟอร์มตกอย่างหนักและเริ่มถูกวิจารณ์อย่างรุนแรง
เสียงวิจารณ์นำไปสู่การประท้วงยังที่ทำการของสโมสร ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ วีเซ่ ตัดสินใจอำลาสนาม "มันเหมือนกับไปอยู่ในหนังสยองขวัญ ความกดดันที่ผมเจอมันเหนือมนุษย์มาก ผมไม่สามารถจะเล่นได้อย่างอิสระ ทุกครั้งที่ทีมแพ้ก็เหมือนจะเป็นความผิดของผมทุกครั้ง ผมหวังว่าจะไม่มีใครเจอแบบเดียวกับผมอีก"

หลังจากนั้น วีเซ่ ไม่ได้ลงเล่นในทีมชุดใหญ่เป็นระยะเวลาเกือบปี ท่ามกลางกระแสข่าวว่าเขายกเลิกสัญญากับฮอฟเฟ่นไฮม์ไปแล้วตั้งแต่เดือน ม.ค.2014 แต่อดีตนายทวารผมสลวยยืนยันว่าสัญญาของเขากับสโมสรเพิ่งจะหมดลงเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเขาแยกการฝึกซ้อมเดี่ยว
เรื่องนี้อธิบายได้ว่าทำไมการแจ้งเกิดของเขากับ WWE จึงใช้เวลานานนักทั้งๆที่มีกระแสข่าวมาตลอด
การจะเป็นนักมวยปล้ำไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้เวลาเกือบ 2 ปีด้วยกัน แต่จุดเริ่มต้นนั้นต้องย้อนไปในเดือน พ.ย. 2014 วีเซ่ ได้เป็นแขกรับเชิญในรายการของ WWE ที่มาโชว์ที่แฟรงค์เฟิร์ตในฐานะกรรมการผู้รักษาเวลา ซึ่งเขาทำได้ดีทีเดียว ทำให้หลังจากนั้นจึงได้รับเชิญจากตำนานอย่าง Triple H ให้ลองมาชมศูนย์พัฒนาศักยภาพของ WWE ที่ฟลอริด้า

ที่นั่นเองที่ วีเซ่ ได้ค้นพบโลกใบใหม่ในโรงเรียนมวยปล้ำที่สอนให้เขาได้รู้ถึงการเคลื่อนที่และทักษะต่างๆ หรือแม้แต่ห้องอัดเสียงที่สอนวิธีการพูดในสไตล์ของนักมวยปล้ำ
"ผมมันจอมคุยโวโดยสายเลือดอยู่แล้ว" วีเซ่กล่าว
และในเดือนหน้าเขาจะไปปรากฏตัวในรายการของ WWE ร่วมกับซูเปอร์สตาร์อย่าง เชมัส และ เซซาโร ในการขึ้นปล้ำกับคู่แท็กทีม Shining Stars
วีเซ่ เล่าแผนการปล้ำของเขาให้ฟังอย่างออกอรรถรส และแสดงให้เห็นชัดว่าเขามีความสุขกับสิ่งที่ทำอยู่ แม้ว่าจะมีเสียงต่อต้านหรือวิจารณ์ในเชิงไม่เห็นด้วยก็ตาม แต่เขาไม่สนใจอะไรทั้งนั้น

"ผมเป็นคนที่ทะเยอทะยานมาตั้งแต่เด็ก และผมไม่สนใจหรอกว่าใครจะมีปฏิกริยาอย่างไรกับผม ผมไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ตอนเด็กๆผมเลิกเรียนเพราะผมมองไม่เห็นว่าการเรียนจะทำให้ผมหาเงินได้อย่างไร คนจะรวยได้ก็ต้องเป็นนักธุรกิจเท่านั้น ดังนั้นผมก็เลยมาเป็นนักฟุตบอลอาชีพเพื่อที่จะได้เป็นมหาเศรษฐีและทุกอย่างมันเป็นไปด้วยดีสำหรับผม ผมไม่รู้จักพลาดหรือเสียใจต่ออะไรทั้งนั้น ผมเล่นฟุตบอลอาชีพมา 15 ปี และผมก็มีความสุขกับมัน"
คำถามหนึ่งผุดขึ้นมา แล้วอยากเจอใครในวงการฟุตบอลหรือไม่?
ฮัล์ค? ซลาตัน? หรืออเดบาโย อคินเฟนวา นักฟุตบอลร่างยักษ์ที่สุดในโลก - เป็นชื่อที่ผุดมาในหัว แต่สำหรับวีเซ่ ชื่อพวกนี้ไม่มีความหมาย
“ไม่มีใครในวงการฟุตบอลที่ผมอยากจะเจอเป็นพิเศษบนเวทีหรอก และผมก็ไม่คิดว่าจะมีใครกล้าจะเจอกับผมด้วย จะมีใครที่มีร่างกายแข็งแกร่งเหมือนผม?”
นิทานลูกหนัง by ลูกแม่กิ่ง (lookmaeking@hotmail.com)
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี







