หงส์ขั้นเทพไล่อัดราชัน4-0

หงส์ขั้นเทพไล่อัดราชัน4-0

ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้ายนัดที่ 2 วันอังคารที่ 10 มีนาคม "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เปิดแอนฟิลด์รับการมาเยือนของ "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด หลังจากที่นัดแรก ลิเวอร์พูล บุกไปชนะมาก่อน 1-0 โดยเกมนี้เจ้าถิ่นไม่มี ยอสซี เบนายูน ที่เจ็บ รวมทั้ง อัลเบิร์ต ริเอรา ติดโทษแบน แต่ก็มี สตีเวน เจอร์ราร์ด ลงสนามมาพร้อมๆ กับ เฟอร์นันโด ตอร์เรส ส่วนทีมเยือนใช้ผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามทั้งชุด
       
    เริ่มเกมขึ้นมา ลิเวอร์พูล ครองเกมแดนกลางเอาไว้ได้หมดนาทีที่ 4 น่าจะได้ประตูขึ้นนำเมื่อ เจอร์ราร์ด จ่ายบอลให้ ตอร์เรส พลิกบอลหลุดเดี่ยวไปยิงแต่ไปติดขา อิเคร์ กาซิยาส อย่างน่าเสียดาย และจากลูกเตะมุม ฮาเวียร์ มาสเชราโน มีโอกาสยิงไกล แต่ กาซิยาส ยังปัดชนคานออกไปได้อีก
 
    อย่างไรก็ตาม นาทีที่ 15 ลิเวอร์พูล ก็ได้ประตูออกนำไปจนได้จากบอลโด่งและกองหลังของ เรอัล มาดริด พลาดกันไปหมด เดียร์ค เคาท์ หลุดไปทางขวาและผ่านให้ ตอร์เรส จิ้มเข้าไปง่ายๆ เป็น 1-0 จากนั้นนาทีที่ 28 เจ้าถิ่นนำห่างออกไปอีกเมื่อ อัลบาโร อาร์เบลัว โหม่งบอลไปโดนแขน กาเบรียล ไฮน์เซ ผู้ตัดสินเป่าเป็นจุดโทษ เจอร์ราร์ด รับหน้าที่สังหารเข้าไปเป็น 2-0
     
     เรอัล มาดริด มามีลุ้นบ้างนาทีที่ 30 จากฟรีคิก 30 หลาของ เวสลีย์ สไนย์เดอร์ แต่ โฆเซ เรนา ปัดเอาไว้ได้ รวมทั้งนาทีที่ 42 ไฮน์เซ ผ่านให้ อาร์เยน ร็อบเบน ได้ยิง ซึ่ง เรนา ก็ยังไม่พลาด และเมื่อเข้าครึ่งหลังได้ 2 นาที ลิเวอร์พูล ได้ประตูห่างออกไปอีกเมื่อ ไรอัน บาเบิล กระชากขึ้นทางซ้ายก่อนผ่านเข้าเขตโทษให้ เจอร์ราร์ด ชาร์จเข้าไปเป็น 3-0 และปิดท้ายด้วยประตูของ อันเดรีย ดอสเซนา นาทีที่ 87 จบเกม ลิเวอร์พูล ชนะขาด 4-0 เข้ารอบด้วยสกอร์ 5-0
       
    "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ออกไปเยือน "ม้าลาย" ยูเวนตุส ที่สนามโอลิมปิก ตูริน โดยมีสกอร์นำจากนัดแรกมา 1-0 และเกมนี้เป็นเจ้าถิ่นได้ประตูขึ้นนำก่อนในนาทีที่ 19 เมื่อ ดาวิด เทรเซเกต์ กระดกบอลผ่านช่องให้ วินเชนโซ ยาคินต้า หลุดไปยิงสวน ปีเตอร์ เช็ก เป็น 1-0 แต่จากนั้น เชลซี ก็เริ่มมีลุ้นประตูมากขึ้นเรื่อยๆ จนช่วงทดเจ็บของครึ่งแรกก็ตีเสมอได้โดน แฟรงค์ แลมพาร์ด ยิงไปแฉลบกองหลังบอลชนคานออกมาเข้าทางให้ มิกกาแอล เอสเซียง ตามซ้ำเข้าไป จบครึ่งแรกจึงเสมอ 1-1
 
    เข้าครึ่งหลัง ยูเวนตุส พยายามเร่งเกมอีกครั้งและมีลุ้นในนาทีที่ 65 จากการโหม่งของ เทรเซเกต์ แต่ ปีเตอร์ เช็ก ก็โชว์ซูเปอร์เซฟปัดเอาไว้ได้หวุดหวิด แต่นาทีที่ 70 ยูเวนตุส ต้องเหลือผู้เล่นแค่ 10 คนหลังจากที่ จอร์โจ้ คิเอลลินี ไปเสียบ ดิดิเยร์ ดร็อกบา จากด้านหลังจึงโดนใบแดงไล่ออกจากสนามไป ก่อนที่ ยูเว่ จะมีฮึดอีกครั้งในอีก 4 นาทีต่อมาเมื่อได้ลูกจุดโทษจากการแฮนด์บอลของ จูเลียโน เบลเล็ตติ อเลสซานโดร เดลปิเอโร ยิงไม่พลาดเป็น 2-1
        
    เชลซี ที่มีผู้เล่นมากกว่ามาตีเสมอได้อีกครั้งในนาทีที่ 83 โดย เบลเล็ตติ แก้ตัวด้วยการขึ้นมาผ่านบอลจากทางขวาให้ ดร็อกบา เข้าชาร์จเป็น 2-2 ทำให้จบเกม เชลซี เข้ารอบไปด้วยประตูรวม 3-2
 
    "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค ที่ชนะ สปอร์ติง ลิสบอน มา 5-0 ตั้งแต่นัดแรกยังฟอร์มแรงไม่หยุด นัดนี้เพียงแค่ครึ่งแรกก็นำห่างทีมจากโปรตุเกสไปก่อนถึง 4-1 โดยเจ้าถิ่นออกนำ 1-0 ตั้งแต่นาทีที่ 8 โดย ลูคัส โพโดลสกี้ สับไกยิงจากนอกเขตโทษเสียบเข้าไปเป็น 1-0 ก่อนที่ โพโดลสกี้ คนเดิมจะตีลังกายิงเข้าไปเป็น 2-0 ในนาทีที่ 34
        
     ประตูที่ 3 ของ บาเยิร์น เกิดขึ้นในอีก 5 นาทีต่อมาจากการพลาดทำเข้าประตูตัวเองของ อันแดร์สัน โพลก้า เป็น 3-0 ซึ่งแม้ว่า สปอร์ติง จะตีไข่แตกเป็น 1-3 ในนาทีที่ 42 จากการยิงไกลของ เจา มูตินโญ่ แต่นาทีต่อมา บาเยิร์น ก็หนีห่างไปอีกจากการยิงระยะแค่ 8 หลาของ บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ จบครึ่งแรก บาเยิร์น นำห่างถึง 4-1 และครึ่งหลังเจ้าถิ่นยังได้อีก 3 ประตูจาก มาร์ค ฟานบอมเมล นาทีที่ 74, มิโรสลาฟ โคลเซ นาทีที่ 82 และ โธมัส มุลเลอร์ นาทีที่ 90 จบเกม บาเยิร์น ถล่มไป 7-1 เข้ารอบด้วยสกอร์ 12-1
        
    ส่วนอีกคู่ พานาธิไนกอส ของกรีซ แพ้ บียาร์รีล จากสเปน 1-2 โดยทีมเยือนนำก่อน 1-0 จาก อาเรียล อิบากาซา นาทีที่ 50 ก่อนที่ อีวานเกลอส มานท์ซิออส โขกตีเสมอให้เจ้าถิ่นในอีก 5 นาทีต่อมา และ โฆเซบา ญอเรนเต้ มาทำประตูชัยให้ บียาร์รีล ในนาทีที่ 71 จึงเข้ารอบด้วยประตูรวม 3-2

ติดตามSanook! Sport

ผลบอลสด โปรแกรมบอล พร้อมข้อมูลก่อนเตะ ข่าวสารฟุตบอลทั้งไทยและลีกชั้นนำ รวมถึงกีฬาอื่นๆ จากทุกมุมโลก ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook ได้ที่นี่!!