"บิ๊กป๋อม" อาสาพาบอลไทยไปบอลโลก 2018

"บิ๊กป๋อม" อาสาพาบอลไทยไปบอลโลก 2018
S! Sport

สนับสนุนเนื้อหา

คนวงการกีฬาไทยอีกคนที่ลงเล่นการเมืองสำหรับ  “บิ๊กป๋อม” อดิศักดิ์ เบ็ญจศิริวรรณ ประธานพัฒนาฟุตซอลแห่งชาติ ที่ลงสมัคร (ส.ส.)แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังชล

มั่นใจถ้าพรรคพลังชลได้รับโอกาสจะผลักดันกีฬายอดฮิตของคนไทย ทีมฟุตบอลชาติไทย ไปลุยฟุตบอลเวิลด์ คัพ 2018 ที่รัสเซียได้อย่างแน่นอน เหมือนที่เคยพาทีมฟุตซอลทีมชาติไทยไปแข่งขันฟุตซอลเวิลด์คัพมาแล้วถึง 3 ครั้งติดต่อกัน

วางยุทธศาสตร์สำคัญส่งเยาวชน 16-19 เก็บตัวสโมสรทั่วโลก พร้อมดึงโค้ชดัง อาทิ มูรินโญ่ ,อาแซน เวงเกอร์, “เป๊บ”กวาดิโอล่า สัมมนาถ่ายทอดวิชาให้ทีมงานสโมสรและโค้ชไทยช่วยวางระบบลีกสู่ความเป็นมืออาชีพอย่างแท้จริง และปฎิวัติระบบทีมชาติหาโค้ชต่างชาติสร้างสไตล์การเล่นชัดเจน พร้อมเผยแนวทางเดียวกับฟุตซอลอยู่ที่การบริหารจัดการเท่านั้น

“บิ๊กป๋อม”อดิศักดิ์ เบ็ญจศิริวรรณ ประธานพัฒนาฟุตซอลแห่งชาติ ที่ลงสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบปาร์ตี้ลิสต์ กับพรรคพลังชล หมายเลข 6 หลังจากที่พาทีมฟุตซอลทีมชาติไทยประสบความสำเร็จอย่างมากมาย

โดยพาทีมฟุตซอลชายไทยไปเล่นฟุตซอลเวิลด์คัพถึง 3 สมัยในปี 2000,2004และ 2008 พร้อมขึ้นมาอันดับ 9 ของโลก และอันดับ 2 ของเอเชีย ได้แสดงความมั่นใจว่าถ้าหากพรรคพลังชลได้รับโอกาสจากการเลือกตั้งครั้งนี้ จะเข้าไปผลักดันกับวงการกีฬาและพาทีมฟุตบอลทีมชาติไทยไปแข่งขันในรายการ ฟุตบอลเวิลด์คัพ ที่ประเทศรัสเซีย ได้อย่างแน่นอน
 
โดยยุทธศาสตร์สำคัญอย่างแรกคือคัดเลือกเยาวชนไทย 30 คน อายุตั้งแต่ 16 -19 ปี ให้ไปชุบตัวในสโมสรต่างๆ อาทิ สเปน บราซิล อาเจนติน่า โปรตุเกส อิตาลี และฮอลแลนด์ แต่อาจจะเป็นระดับ ดิวิชั่น 1 หรือ 2 ที่นักเตะทุกคนจะต้องมีโอกาสได้ฝึกซ้อมและได้ลงเล่นเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในระบบอาชีพอย่างน้อย 3 ปี ซึ่งนักเตะเหล่านี้จะเป็นฐานกำลังสำคัญในฟุตบอลโลกปี 2018 พร้อมมีการรายงานจัดเก็บข้อมูลนักเตะอยู่ตลอดเวลา 
 
2.การยกระดับมาตราฐานฟุตบอลลีกในประเทศสู่ความเป็นมืออาชีพ ซึ่งฟุตบอลไทยลีกในปัจจุบันได้รับกระแสความนิยมจากแฟนบอลอย่างมาก แต่ในขณะเดียวกันระดับคุณภาพของเกมการแข่งขันยังห่างไกลอยู่มากถ้าเทียบกับลีกในทวีปเอเชียอย่างเกาหลีหรือญี่ปุ่น มาตรฐานระหว่างทีมในไทยลีกทีมหัวแถว ทีมกลางตารางถึงท้ายตารางมีความแตกต่างกันมาก

โดยจะให้มีการสัมมนาติดต่อกุนซือระดับโลก อาทิ มูรินโญ่ ,อาร์แซน เวงเกอร์, “เป๊บ”กวาดิโอล่า หรือกุนซือที่มีความรู้ความสามารถ นำความรู้ถ่ายทอดให้กับบุคลากรและโค้ชไทย ทางด้านระบบการซ้อมแบบอาชีพ การฝึกสมรรถภาพ เทคนิค แทคติกต่างๆ หรือ วิธีการจัดเตรียมทีมผู้เล่นแต่ละสัปดาห์และรายละเอียดต่างๆว่าทำอย่างไรสู่ความสำเร็จและเป็นมืออาชีพมากที่สุด

นอกจากนี้จำเป็นต้องจัดเก็บข้อมูลนักเตะในลีก 120 คน ตั้งแต่เยาวชนถึงระดับทีมชาติเพื่อดูพัฒนาการอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งกำหนดให้นักเตะต่างชาติที่จะเล่นในลีกมีมาตรฐานคุณภาพที่สูงขึ้น โดยต้องผ่านเอเย่นต์ที่ฟีฟ่ารับรองมาตรฐาน ซึ่งมั่นใจได้ว่านักเตะที่ได้มานั้นจะมีคุณภาพสามารถทำให้ลีกแข็งแกร่ง มีการแข่งขันในแต่ละสัปดาห์ในระยะเวลา 8-9 เดือนต่อฤดูกาลที่อยู่ในคุณภาพสูงและเป็นระบบอาชีพอย่างแท้จริง
 
3.เปลี่ยนแปลงจัดการระบบบริหารทีมชาติไทย ผู้ฝึกสอนต้องคัดเลือกให้เหมาะสมกับสไตล์การเล่นคนไทย อย่าง สเปน บราซิล อาเจนติน่า โปรตุเกส ฮอลแลนด์ มีสไตล์การเล่นที่ชัดเจน ซึ่งขณะนี้มีความจำเป็นต้องใช้กุนซือต่างชาติ พร้อมมีทีมงานที่จะให้ข้อมูลนักไทยทั้ง 150 คนนี้อย่างละเอียด ต้องวางแผนยุทธศาสตร์ในการเตรียมทีม 1-5 ปี ทั้งโปรแกรมซ้อม

รวมทั้งการอุ่นเครื่องอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเกมอุ่นเครื่องจำเป็นต้องเป็นที่อยู่ในระดับ 1ใน50 ของโลก ในเอเชียต้อง 1 ใน 10 และจัดเก็บข้อมูลคู่แข่งทีมจากทั่วโลกโดยเฉพาะทีมในระดับเอเชีย และที่สำคัญคือองค์ประกอบของทีมชาติ ทั้งวิทยาศาสตร์การกีฬา โภชนาการ ทีมสต๊าฟด้านต่างๆ ทีมสเก๊าท ทีมจัดเก็บข้อมูล แพทย์ประจำทีม ฯลฯ อย่างครบครัน
 
“บิ๊กป๋อม” ได้กล่าวปิดท้ายว่า โครงสร้างของฟุตบอลกับฟุตซอลไม่ต่างกันถ้าหากดูว่าทีมฟุตบอลอันดับ 1-10 ของโลก มีอย่างน้อย 6-7 ทีม ที่มีอันดับโลกกีฬาฟุตซอลอยู่ 1-10 ของโลก ซึ่งปัจจุบันอย่าง สเปน กีฬาฟุตบอลอันดับ 1 ของโลก ส่วนฟุตซอลก็อันดับ 1 ของโลก เหมือนกับบราซิล ที่อยู่อันดับ 2 ทั้งฟุตบอลและฟุตซอลเช่นกัน

นอกจากนี้ยังมี โปรตุเกส อิตาลี อาเจนติน่า เป็นต้น ทั้งนี้ในระยะ 3 ปีแรกแฟนบอลต้องมีความอดทน โดยหลังจากปี 2014 โครงสร้างจะสำฤทธิ์ผลได้และต่อยอดถึงปี 2018 อย่างแน่นอน  โดยทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแผนงานและการบริหารจัดการอย่างละเอียดทุกขั้นตอน ซึ่งถ้าพรรคพลังชลมีโอกาสเข้าไปพัฒนาประเทศก็พร้อมจะผลักดันสนับสนุนให้มีงบประมาณตามแผนงานที่ได้กล่าวมาข้างต้น