เปิดปม "มู-เป๊ป" : แค่ "เพื่อน" ก็เป็นไม่ได้!!

ตั้งแต่ก่อนฤดูกาลจะเริ่มต้น ผมเชื่อว่าคนรักฟุตบอลทุกคนน่าจะสนใจกับเกม “แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้” ในฤดูกาลนี้มากเป็นพิเศษ
เหตุผลนั้นไม่ยากเกินเข้าไปใจ ไม่มีใครที่ไม่อยากดูการดวลกันระหว่าง “มู” กับ “เป๊ป” ครับ
คนหนึ่งคือสุดยอดกุนซือรอบจัดที่ประสบความสำเร็จมาแล้วในทุกระดับกับทุกสโมสรที่รับหน้าที่ มูรินโญ่ คือตราประทับแห่งความสำเร็จที่วางใจได้
ขณะที่อีกคนคือยอดอัจฉริยะผู้ที่เปิดมิติใหม่ให้แก่โลกฟุตบอล ด้วยนวัตกรรมลูกหนังมากมาย และความสำเร็จที่ดูเหมือนหากเป็น “เป๊ป” แล้วทุกอย่างจะได้มาอย่างง่ายดายด้วยซ้ำ แม้ว่าจะผ่านการทำงานมากับ 2 ทีมอย่าง บาร์เซโลน่า และ บาเยิร์น มิวนิค เท่านั้น

ทั้งสองแม้จะไม่ถึงขั้น “ชิงชัง” ออกนอกหน้าว่าไม่สามารถอยู่ร่วมโลกกันได้ แต่ต่างเป็นแม่เหล็กขั้วเดียวกันที่ไม่สามารถเข้าใกล้กันได้
พวกเขาไม่สามารถแม้แต่จะเป็นเพื่อนกันด้วยซ้ำ
มากที่สุดคือการจับมือทักทายก่อนเกม และจับมือเพื่อร่ำลาหลังจบเกม
ปูมหลังของความสัมพันธ์ของทั้งสองเองก็มีความเป็นมายาวนาน หากจะไล่เรียงต้องย้อนกลับไปถึงวันที่มูรินโญ่ ยังเป็นล่ามและผู้ช่วยของ บ็อบบี้ ร็อบสัน เมื่อ 20 ปีก่อน เวลานั้น เป๊ป เป็นทั้งกัปตันทีมและกองกลางระดับแกนนำของสโมสรที่สืบสายมาตั้งแต่ยุคของ โยฮัน ครอยฟ์
เวลานั้นทั้งสองสนิทสนมกันตามประสา “เพื่อนร่วมงาน” ที่ดีต่อกัน โดยที่ มูรินโญ่ ตระหนักดีถึงความสำคัญของ เป๊ป ในทีมบาร์เซโลน่า และต้องการที่จะรู้จักเป็นการส่วนตัว
เป๊ป เองก็ชื่นชมในความใส่ใจในทุกรายละเอียดของ มูรินโญ่ โดยเฉพาะการทำวีดีโอวิเคราะห์เทปคู่แข่งที่เป็นงานที่หนักและสาหัสสำหรับการทำงานเมื่อ 20 ปีที่แล้ว
มูรินโญ่ ย้ายออกจากบาร์ซ่า เมื่อปี 2000 ก่อนจะเริ่มงานคุมทีมด้วยตัวเองในอีก 4 ปีต่อมา ขณะที่ในอีก 2 ปีหลังจากที่มูรินโญ่ เริ่มกลายเป็น The Special One เป๊ปก็ได้อำลาวงการนักเตะและสนใจในงานคุมทีม
สำหรับคนที่สนใจในงานคุมทีมเช่นนี้ สิ่งหนึ่งที่ต้องทำซึ่งเป็นระเบียบบังคับสำหรับการอบรมโค้ชระดับสูงคือการ “ดูงาน” ซึ่ง เป๊ป ได้ติดต่อ มูรินโญ่ เพื่อขอเข้าชมการซ้อมที่ค็อบแฮม แต่คำตอบที่ได้รับกลับมาคือการปฏิเสธ
และนั่นเป็นจุดที่ความสัมพันธ์ของทั้งสองเริ่มห่างเหินกัน

จากนั้นในปี 2008 ในวันที่ มูรินโญ่ ยังว่างงานหลังพ้นจากตำแหน่งในทีมเชลซีแบบชอกช้ำ เขาแอบหวังงานในทีมบาร์เซโลน่า และในการเจรจากับ มาร์ค อิงลา และซิกิ เบกิริสไตน์ (ซึ่งต่อมากลายเป็นคนสนิทของ เป๊ป และมีส่วนในการนำเขามาสู่เอติฮัด สเตเดี้ยม) มูรินโญ่ ได้นำเสนอแผนการทำงาน (โดยมี อังเดร บีญาส-โบอาส เป็นผู้ช่วยขณะนั้น)
เงื่อนไขหนึ่งที่มูรินโญ่ ต้องการคือการให้ เป๊ป ซึ่งขณะนั้นคุมทีมบาร์เซโลน่า บี เป็นผู้ช่วยของเขา ซึ่งเป็นสไตล์ดั้งเดิมของ มูรินโญ่ ที่ต้องการให้มี “คนเก่าแก่” ของสโมสรอยู่ในชุดทีมงานด้วยเพื่อความราบรื่นในการทำงาน
ครั้งนั้นดูเหมือน บาร์เซโลน่า น่าจะได้นายใหญ่คนใหม่ที่ชื่อ โจเซ่ มูรินโญ่ อยู่แล้ว แต่สุดท้ายการแต่งตั้งถูกแทรกแซงโดยบุคคลที่ “เชื่อว่า” อยู่เบื้องหลังคือ ครอยฟ์ ที่ไม่ต้องการให้มูรินโญ่ มาทำลายทุกสิ่งที่เขาวางรากฐานเอาไว้ตั้งแต่บาร์เซโลน่ายุค “ดรีมทีม”
สุดท้ายจากมูรินโญ่ กลายเป็น กวาร์ดิโอล่า ที่ได้รับงานนี้ภายใต้การสนับสนุนของครอยฟ์ และนำไปสู่การกลับมาของ “ยุคทอง” แห่งยอดทีมแห่งคาตาลัน
เป๊ป ทำให้บาร์ซ่า ยอดเยี่ยมและยิ่งใหญ่ใกล้เคียงหรืออาจจะเหนือกว่ายุคของอาจารย์อย่าง ครอยฟ์ ด้วยซ้ำไป ขณะที่ มูรินโญ่ ชื่อเสียงเริ่มตกต่ำจากการตกงานที่เชลซี ซึ่งในอีกหลายปีหลังจากนั้นเขากลับต้องเป็นฝ่ายที่ไล่ตามคนที่เขาเคยปฏิเสธด้วยเกือบตลอดเวลา
ความภูมิใจของ The Special One ถูก เป๊ป ทำลายจนย่อยยับ
แน่นอนว่ามันย่อมมีวันที่ มูรินโญ่ เป็นผู้ชนะบ้าง แต่โดยส่วนใหญ่แล้วเขาจะพบกับความชอกช้ำจนยับเยิน และทำให้เขายิ่งชิงชังโค้ชชาวคาตาลันผู้นี้เข้ากระดูกดำ

ขณะที่ เป๊ป เองก็ “เหยียด” จอมอหังการผ่านท่วงท่าและถ้อยคำในบางที
ที่ผ่านมา มูรินโญ่ ต่อกรกับเป๊ป ได้ยากเพราะสภาพทีมนั้นเป็นรองในเกือบทุกด้าน เพราะบาร์ซ่า และบาเยิร์น นั้นใกล้เคียงกับคำว่าสมบูรณ์แบบ แต่สำหรับ “แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้” ครั้งนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ของเขาไม่ได้เป็นรอง แมนฯ ซิตี้ อีกต่อไป
ไม่ผิดอะไรหากจะบอกว่านี่เป็นโอกาสที่ มูรินโญ่ รอคอยที่จะ “ฉีกหน้า” คู่แข่งแห่งโชคชะตาคนนี้บ้าง
แต่ในทางกลับกัน เป๊ป ก็ย่อมคิดในสิ่งเดียวกัน แม้ว่าจะไม่เอ่ยปากออกมาก็ตาม
ลูกแม่กิ่ง (lookmaeking@hotmail.com)
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี







