เส้นทางสายโค้ชของ "เธียร์รี่ อองรี"

เส้นทางสายโค้ชของ "เธียร์รี่ อองรี"

เส้นทางสายโค้ชของ "เธียร์รี่ อองรี"
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับเหล่ายอดตำนานที่จะหันมาจับงานโค้ช ในอดีตเคยมีบรรดาซูเปอร์นักเตะหลายรายที่มาตกม้าตายกับบทบาทผู้จัดการทีม

แต่ขึ้นชื่อว่า "งานกุนซือ" เพียงแค่ชื่อของมันก็สุดเย้ายวน และนั่นทำให้ "เธียร์รี่ อองรี" รู้สึกอยากลองของดูซักตั้งและเริ่มเข้าสู่วงการเพื่อลิ้มลองมันแล้วอย่างเป็นทางการ

"ผมไม่เคยปิดบังว่า ผมต้องการเป็นผู้จัดการทีม มันเป็นความใฝ่ฝันของผมตลอดมา" อองรี กล่าวกับผู้สื่อข่าวภายหลังเข้ารับงานเป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีมชาติเบลเยี่ยม แม้จะเป็นแค่ตำแหน่งผู้ช่วยในเวลานี้ทว่านั่นก็เป็นแค่ก้าวแรกเพื่อปูทางสู่เส้นทางสายกุนซือในซักวัน

ก่อนหน้านี้แต่เดิมความตั้งใจของ อองรี นั้นคือฝึกปรือวิชากับทีมรักอย่าง อาร์เซน่อล แต่ภายหลังจากที่โดน อาร์เซน เวนเกอร์ ยื่นข้อเสนอว่า หากอยากเป็นโค้ชเยาวชนให้กับสโมสรก็จำต้องลาออกจากบทบาทนักวิจารณ์ทางสถานีโทรทัศน์ Skysports ที่เปรียบดั่งอู่ข้าวอู่น้ำรับเงินกว่า 4 ล้านปอนด์ต่อปี

นั่นทำให้ยอดตำนานรายนี้ต้องเบนเป้าหมาย อองรี ตัดสินใจไม่ทำตามข้อเสนอของอดีตเจ้านายพร้อมเลือกลาออกจากโค้ชเยาวชนทีม "ปืนโต" แทนกระทั่งถูก โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ ผู้จัดการทีมคนใหม่ทีมชาติเบลเยี่ยมดึงไปช่วยงานในที่สุด

ในเกมล่าสุดเมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมานั้น ชัยชนะ 3-0 ของเบลเยี่ยมเหนือ ไซปรัส อาจมาจากความยอดเยี่ยมของ โรเมลู ลูกากู ศูนย์หน้าตัวเก่งของทีม ยอดหัวหอกจากทีมเอฟเวอร์ตันรายนี้บรรจงกดไป 2 ตุงช่วยให้ชาติบ้านเกิดซิวชัยในเกมนัดเปิดสนามฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือกได้อย่างสง่างาม


อย่างไรก็ตามในความยอดเยี่ยมที่ ลูกากู นั้นทำได้ทุกอย่างย่อมมีมูลเหตุ  แข้งวัย 22 ปีได้เผยความลับว่า ในการซ้อมก่อนที่เกมนั้นจะเริ่มต้นขึ้น อองรี ซึ่งเป็นทั้งผู้ช่วย และ โค้ช กลับทำในสิ่งที่สุดแหวกแนวชนิดที่มีโค้ชไม่มากนักที่จะทำ

 2 วันก่อนที่เกมการแข่งจะเริ่มตำนานจาก อาร์เซน่อล ได้เรียกตนเองรวมถึง คริสติย็อง เบนเตเก้ และ เอแด็น อาซาร์ เพื่อนร่วมทีมมานั่งอยู่ในห้องประชุมกว่า 2 ชั่วโมงพร้อมกับตั้งเกม "Playstation4" เอาไว้

อองรี ทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดด้วยการเปิดเกมให้เหล่าผู้เล่นนี้เล่นพร้อมกับสอนเทคนิคที่จะใช้ในชีวิตจริงไปในตัว!

"มันเป็นวิถีการสอนที่ไม่น่าเชื่อ เขาเปิดเกมขึ้นมาจากนั้นก็ให้ทั้งผม, เบนเตเก้ และ อาซาร์ เล่น แล้วเขาก็สอนพวกเราถึงวิธีสลัดหนีตัวประกบภายในเกม"

"เราใช้เวลาร่วมกันกับหน้าจอกว่า 2 ชั่วโมง และ เขาก็คอยบอกจุดที่ผิดพลาดของเราพร้อมบอกถึงวิธีแก้ไข อองรีเป็นนักพูดที่ดี และ มีจิตวิทยา เขายังฟังเราอย่างตั้งอกตั้งใจอีกด้วยโดยที่ไม่ถือตัว มันเป็นช่วงเวลา 2 ชั่วโมงที่ยอดเยี่ยมเหลือเกิน"

แม้จะเพิ่งรับงานกับทีมชาติเบลเยี่ยมได้แค่ 2-3 สัปดาห์ ทว่าในตอนนี้ดูเหมือนบารมีของ "พี่ห้อย" จะแผ่อิทธิพลต่อเหล่าพลพรรค "แดนระฆัง" ได้มากเหลือเกิน ไม่เพียงแต่ ลูกากู ที่กล่าวชมยอดตำนานรายนี้หากแต่ มิตชี่ บัตชูอายี่ หัวหอกตัวใหม่เชลซียังถึงกับเก็บอาการไม่อยู่เช่นกัน

โดย บัตชูอายี่ ได้โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ของตนในวันแรกที่ อองรี มาคุมทีมชาติซ้อม ซึ่งเป็นรูปที่ อองรีกำลังให้คำแนะนำกับเจ้าตัว พร้อมแนบแค็ปชั่นเอาไว้ว่า "ผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่าบางทีผมจะฟังพ่อแม่ของผมเท่ากับเขาหรือเปล่า!"

สำหรับเงินเดือนส่วนตัวนั้นว่ากันว่า เจ้าตัวได้รับเงินจากการเป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีมแค่ 50,000 ปอนด์เท่านั้นซึ่งนั่นมาจากความตั้งใจของเจ้าตัวเองแม้จะเป็นถึงอดีตยอดแข้งชื่อดังเนื่องจากเดิมทีก็ได้เงินกับ Skysports เยอะอยู่แล้ว

และยังเรียกได้ว่า "หล่อฝุดๆ" ไปเลยเมื่อ อองรี ตัดสินใจบริจาคเงินทั้งหมดกว่า 50,000 ปอนด์ดังกล่าวให้กับองค์การกุศลอีกต่างหาก!

แล้วเพราะเหตุใดกันล่ะที่ทำให้ "ติตี้" ผู้นี้ถึงเลือกมาเสี่ยงโชคกับ เบลเยี่ยม โดยที่ไม่ได้เงินซักแดง!?


เรื่องนี้ อองรี ก็กล่าวว่า เป็นเพราะ "ประสบการณ์" ล้วนๆเลยนั่นเอง

"มันเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ และ น่าตื่นเต้นที่สุดของผมเลยล่ะ แต่ขณะเดียวกันผมก็ต้องการนำประสบการณ์ที่ผมเคยมีมาใช้กับเบลเยี่ยม เพราะ ผมเชื่อว่า พวกเขามีพรสวรรค์มากพอที่จะประสบความสำเร็จได้"

"ย้อนกลับไปใครจะคิดว่า แมนฯ ซิตี้ จะก้าวขึ้นมาคว้าแชมป์ลีกแต่ในตอนนี้ไม่ใช่แค่แชมป์ในประเทศหากแต่ทุกคนต่างก็เชื่อว่า พวกเขาจะคว้าแชมป์ ชปล. ในซักวันเนื่องจากพวกเขามีขุมกำลังที่ดี"

"แล้วกับเบลเยี่ยมที่มีทรัพยากรนักเตะที่เพียบพร้อมอยู่แล้วทำไมจะทำบ้างไม่ได้!? คุณแต่ต้องใส่ความเชื่อมั่น, แท็คติก และ จิตวิทยาที่เหมาะสมไปให้พวกเขาก็เท่านั้น"

ก็ต้องมาตามดูกันต่อว่า กับบทบาทครั้งใหม่ของ "เธียร์รี่ อองรี" จะออกมาในทิศทางไหน

แต่จากที่ได้เห็นเหล่านักเตะเบลเยี่ยมออกมาพูดกันให้ควักในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา

โอกาสเป็นกุนซือของเจ้าตัว "คงเป็นจริง" ในซักวัน

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล