"ความสุขของคนเชียร์บอล ในวันที่ฟุตบอลทีมชาติไทยเปลี่ยนไป" โดย บ.ส้มซิ่ง

"ความสุขของคนเชียร์บอล ในวันที่ฟุตบอลทีมชาติไทยเปลี่ยนไป"  โดย บ.ส้มซิ่ง
S! Sport

สนับสนุนเนื้อหา

ความปราชัยบนความเจ็บปวด ยังสลัดทิ้งไปจากใจไม่ได้ แต่สุดท้ายเราต้องเดินทางต่อครับ สำหรับนักเตะไทย

ผมอยากให้เหล่านักเตะไทย รวมถึงทีมงานสตาร์ฟโค้ชทุกคน รับรู้เหลือเกินว่า เกือบ 100% ของกองเชียร์ชาวไทย เราเห็นหมด เราเห็นว่าอะไรเกิดขึ้น และเราภูมิใจในผลงานและตัวพวกคุณมากแค่ใหน

บางครั้งความเจ็บปวด มักเกิดขึ้นเสมอกับคำว่า "กีฬา" และฟุตบอลเองก็ฉีกตัวเองให้พ้นใจเรื่องอีแบบนี้ไม่ได้

เดินหน้าครับ เดินหน้า ทิ้งความเสียใจไว้ข้างหลัง!!!


ผมขอย้อนกลับไปคุยถึงรูปแบบการเล่น และสิ่งต่างๆที่ทำให้เราหัวใจพองโต ว่า "กรูมาคราวนี้ ไม่ได้เป็นสมันน้อยให้ใครมายำเล่นนะโว้ย"

90 นาทีเต็ม เราเห็นสิ่งที่เปลี่ยนไปของฟุตบอลทีมชาติไทย ในยุคทอง ที่นำทัพโดย "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง

แฟนบอลทั่วเอเชีย หรือแม้กระทั่งแฟนบอลของซาอุฯ เอง ก็พูดไม่เต็มปากหรอก ว่า 3 แต้มที่ได้มา มันสบายบรื๋อเหมือนอย่างที่คิดเอาไว้

นักเตะไทยแสดงศักยภาพอันเอกอุให้ได้เห็นบนผืนหญ้าที่สนามคิง ฟาฮัด สเตเดี้ยม ว่าเราไม่ได้ผ่านเข้ามารอบนี้เพราะโชคช่วยแต่อย่างใด

เกมเมื่อวาน ผมเห็นแววตาแห่งความมุ่งมั่น ของนักเตะทุกคนตั้งแต่ก้าวลงสนาม


ผมเสียใจกับผลการแข่งขันที่ออกมาแบบนี้ แต่ผมไม่เคยเสียดายเวลา หรือเสียดายที่ได้เชียร์พวกเขาผ่านหน้าจอทีวีเลยสักนิด

คุณคิดดู อุณภูมิตอนกลางคืนที่กรุงริยาด แต่ดันสูงถึง 38 องศา พวกเขาต้องเจอกับเงื่อนไขที่หนักหนาสาหัส

ส่วนเรื่องฟอร์มในสนาม ต้องบอกว่าค่ำคืนที่ผ่านมา มันคือความอิ่มเอมในการได้เชียร์บอล

มัน "สุข" เหลือเกิน ที่เราได้เห็นพวกเขาต่อกรกับทีมชั้นนำของเอเชีย พร้อมกับลบทุกคำสบประมาทว่าเราคือหมูน้อยในรอบ 12 ทีม

นักเตะทุกคนเล่นตามแผนทุกอย่างที่นายใหญ่วางไว้ รูปแบบการเล่น การต่อบอล ลูกฉาบฉวยต่างๆ เราทำได้ดีกว่าเจ้าบ้านซะอีก ขาดอยู่อย่างเดียวคือประตู!!

ฟุตบอลมันก็แบบนี้ บางครั้งก็โหดร้าย บางครั้งทีมที่ดีกว่าก็ไม่ใช่ผู้ที่ได้รับชัยชนะเสมอไป

ทีมชาติไทยชุดนี้ กำลังทำให้เราพูดแบบไม่อายปากเลยว่า พวกเขาคือตัวแทนชาติของเรา พวกเขาคือความภูมิใจของพวกเรา

"ความหวัง" และ "ศรัทธา" ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนบังเกิดจากความเพียรพยายามของทีมชุดนี้


ขณะเดียวการบริหารจัดการของสมาคมฟุตบอลฯ และผู้ที่เกี่ยวข้องก็ช่วยซัพพอร์ตทุกอย่าง

นักเตะเดินทางสะดวก  , ที่พักก็พักระดับ 5 ดาว ,อาหารการกิน ก็หอบเชฟจากเมืองไทยไปดูแลเป็นอย่างดี อันนี้ผมขอชื่นชมจากใจเลยจริงๆ

นักเตะไทยกินอิ่ม อยู่สบาย และพวกเขาก็ตอบแทนด้วยผลงานในสนามเฉกเช่นนี้ 

เราผ่านค่ำคืนที่เจ็บปวดกับผลการแข่งขันที่ไม่เป็นใจ ในขณะเดียวกันเราเองกลับมีความสุขในค่ำคืนที่ได้เห็นทีมฟุตบอลทีมชาติไทย "เปลี่ยนไป" ในทิศทางที่ดีขึ้น

นักเตะไทยสู้จนสิ้นเสียงนกหวีด แล้วกองเชียร์อย่างเราจะปล่อยให้พวกเขาสู้อยู่เพียงลำพังหรือ?

ขอบคุณนักเตะไทย ขอบคุณทุกอยาดเหงื่อของพวกคุณจริงๆ แล้ววันที่ 6 กันยายนนี้ ไปปล่อยพลังร่วมกัน ที่สนามราชมังคลากีฬาสถานกันครับ

  เรื่องโดย "บ.ส้มซิ่ง"