สกู๊ป : "10 ดีลสุดคุ้ม" ไทยลีก 2016 เลกแรก

สกู๊ป : "10 ดีลสุดคุ้ม" ไทยลีก 2016 เลกแรก
S! Sport

สนับสนุนเนื้อหา

เรียกได้ว่าฮือฮาพอสมควรสำหรับตลาดซื้อขายนักเตะไทยลีกในเลกที่ 2 นี้ ทั้งการย้ายข้ามฟากสุดอันตรายของ ธีราธร บุญมาทัน การจบช่วงเวลา 7 ปีสีเขียวอันแสนผูกพันของ มงคล ทศไกร หรือการคืนถิ่นเก่าของตำนาน “กิเลนผยอง” อย่าง ซูมาโฮโร่ ยาย่า

แต่ก่อนที่ทุกท่านจะไปลุ้นระทึกกับผู้เล่นเหล่านั้น วันนี้เราจะพาย้อนไปดูกันว่าในครึ่งฤดูกาลก่อนหน้านี้ ใครบ้างที่จัดว่าเป็น 10 ดีลสุดคุ้มค่าประจำฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก 2016 เลกแรกที่ผ่านมา

เอเรียล โรดริเกวซบางกอกกล๊าส เอฟซี
ดาวยิงแดนกล้วยหอม ย้ายมาเป็นสมาชิกใหม่ในรัง ลีโอ สเตเดี้ยม ด้วยโปรไฟล์ที่จัดว่าเข้าขั้นหรูหรามีระดับเลยทีเดียว โดยที่ฤดูกาลก่อนหน้านั้น เอเรียล มีส่วนสำคัญช่วยให้ต้นสังกัดเก่าอย่าง เดปอร์ติโบ ซาปริสซ่า คว้าแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศ โดยจัดการกระทุ้งไปถึง 20 ประตู จาก 23 นัด ครองตำแหน่งดาวซัลโวประจำลีก อีกทั้งยังมีชื่อติดทีมชาติชุดใหญ่ของคอสตาริกาไปถึง 9 นัดในขณะนั้นด้วย

ซึ่งเจ้าตัวก็ไม่ได้ทำให้สาวก “กระต่ายแก้ว” ต้องรอนานแต่อย่างใด เมื่อจัดการสังหารไป 2 ประตูตั้งแต่เกมประเดิมสนาม และแม้จะได้รับบาดเจ็บจนหายหน้าไปหลายเกม ก็ยังสามารถทะลวงตาข่ายไปถึง 12 ลูกในเลกแรก ครองตำแหน่งอันดับสามบนทำเนียบดาวซัลโวไทยลีกอยู่ในตอนนี้ ซึ่งน่าสนใจไม่น้อยว่าหากเขามีโอกาสลงครบทุกแมตช์ให้กับ บีจี ป่านนี้เจ้าของบัลลังก์ดาวยิงสูงสุดอย่าง คเลตัน ซิลวา คงจะกำลังร้อนๆหนาวๆอยู่เป็นแน่

ธนบูรณ์ เกษารัตน์เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด
มิดฟิลด์ตัวรับเจ้าของฉายา “บุสเก็ตส์เมืองไทย” ย้ายมาร่วมทัพ “กิเลนผยอง” ด้วยสัญญายืมตัว 1 ฤดูกาลจาก “มังกรไฟ” บีอีซี เทโรศาสน พร้อมกับสองนักเตะอย่าง ชนาธิป สรงกระสินธ์ และ พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา ซึ่งการมาของทั้งสามนั้น จัดว่าเป็นดีลที่สะเทือนลีกไทยพอสมควรเลยทีเดียว

แม้สายตาหลายคู่จะจับจ้องไปที่การมาของ “เมสซี่เจ” แต่ “เจ้าตั้ม” ก็ได้แสดงให้เห็นเป็นที่ประจักษ์แล้วว่ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนเมษายนไม่ได้มาเพราะโชคช่วย เมื่อเขาเข้ามาผนึกกำลังกับแนวรับของทีมได้อย่างลงตัว ทั้งยังสามารถถอยไปเป็นปราการหลังตัวกลางได้อย่างยอดเยี่ยมในยามจำเป็น โดย เมืองทอง เสียไปเพียง 10 ประตู จากทั้งหมด 17 นัด และช่วยให้ต้นสังกัดเก็บคลีนชีตไปได้ถึง 6 นัด พร้อมพาทีมเป็นผู้ชนะของเลกแรกในท้ายที่สุด

จูเนียร์ เนเกราพัทยา ยูไนเต็ด
หัวหอกขวัญใจชาว “โลมาสีน้ำเงิน” ย้ายจากทีม เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เข้าร่วมก๊วน พัทยา ยูไนเต็ด ด้วยสัญญาระยะสั้นจนจบเลกแรก ซึ่งในเวลานั้น ศูนย์หน้าชาวแซมบ้าผู้นี้เคยถูกหลายคนมองเป็นตัวตลก หลังล้มเหลวไม่เป็นท่ากับทัพ “กิเลนผยอง” จนทำให้เจ้าตัวหลุดจากสารบบของทีมตั้งแต่ยังไม่ได้สัมผัสลีกสูงสุดของเมืองไทยเลยแม้แต่เกมเดียว

แต่หลังจากที่ เนเกรา เปลี่ยนสียูนิฟอร์มจากแดงเป็นฟ้า ชื่อของเขาก็ไม่ใช่สิ่งที่หลายคนจะเอาไปล้อให้เป็นเรื่องขำได้อีกต่อไป เมื่อเจ้าตัวจัดการกระหน่ำไปถึง 10 ประตู ทั้งยังเป็นการยิงประตูได้ถึง 5 นัดติดต่อกัน ช่วยให้ทีมที่หลายฝ่ายต่างคาดการณ์ว่าจะต้องดิ้นรนหนีตกชั้นอย่าง พัทยา ยูไนเต็ด ขึ้นมาจบที่อันดับ 12 ในเลกแรก โดยมีคะแนนห่างจากทีมอันดับ 9 อย่าง ศรีสะเกษ เอฟซี เพียงแต้มเดียวเท่านั้น จนตอนนี้กลายเป็นว่าอนาคตของ เนเกรา ดูเหมือนจะไม่แน่นอนเพราะความเนื้อหอมของตัวเองซะแล้ว

ดิยุฟ บีรัม สุโขทัย เอฟซี
ดาวเตะจอมพเนจร เรียกได้ว่าเป็นบุคคลที่คุ้นเคยกับเมืองไทยเป็นอย่างดี ซึ่งเจ้าตัวเคยผ่านประสบการณ์ค้าแข้งมากับทั้ง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด , สมุทรสงคราม เอฟซี , สุพรรณบุรี เอฟซี , ชลบุรี เอฟซี , สระบุรี เอฟซี ก่อนที่สุดท้ายจะย้ายจากทัพ “ขุนศึก” มาร่วมทีม สุโขทัย เอฟซี เมื่อเดือนแห่งความรักที่ผ่านมา

ถึงแสงไฟทั้งหลายจะฉายไปที่ จอห์น บาจโจ้ แต่คงไม่อาจปฏิเสธได้ว่าการที่ “ค้างคาวไฟ” บินสูงได้อย่างที่เห็น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะฟอร์มการถล่มประตูของศูนย์หน้าชาวไอวอรี่โคสต์ผู้นี้ โดย ดิยุฟ บีรัม จัดการกดไปทั้งสิ้น 10 ประตู จาก 17 นัด ทั้งยังอหังการถึงขึ้นจารึกสถิติเป็นนักเตะที่ยิงประตูติดต่อกันยาวนานที่สุดในไทยลีกด้วยจำนวน 7 นัดเรียบร้อยแล้ว

ภูวดล สุวรรณชาติศรีสะเกษ เอฟซี
ดาวซัลโวผู้เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของ “กูปรีอันตราย” ย้ายจากทีม “พยัคฆ์ล้านนา” เชียงใหม่ เอฟซี กลับบ้านเกิดร่วมทัพ ศรีสะเกษ เอฟซี เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา แต่การเดินทางไกลของ ภูวดล ในครั้งนี้ส่งผลให้เกิดคำถามที่ตามมาคือ เขาแก่เกินไปหรือเปล่าสำหรับเวทีลีกสูงสุดบนแผ่นดินสยาม

“ดัมมี่” จัดการตอบคำถามเหล่านั้นอย่างหมดจด ด้วยการสังหารตาข่ายคู่แข่งไปถึง 7 ลูกในครึ่งฤดูกาลแรก จนถึงขั้นมีชื่อเป็นแข้งไทยที่ยิงประตูได้สูงสุดในลีกขณะนั้น เคียงข้างเหล่ายอดนักเตะ “ช้างศึก” อย่าง ธีรศิลป์ แดงดา , สุรชาติ สารีพิมพ์ และ อดิศักดิ์ ไกรสร แถมเจ้าตัวยังช่วยให้ ศรีสะเกษ เอฟซี กลายเป็นทีมเดียวที่ยังไม่ปราชัยให้กับใครในบ้านจนถึงตอนนี้อีกด้วย

ประกิต ดีพร้อมชลบุรี เอฟซี
แม้ฤดูกาลที่แล้วจะมีส่วนช่วยให้ทัพ “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ปิดฉากไปอย่างยิ่งใหญ่ด้วยการคว้าไปถึง 5 แชมป์ก็ตาม แต่หลังจากที่ดูจะเป็นส่วนเกินบนถิ่น ไอ-โมบาย สเตเดี้ยม ในปีนี้ ประกิต จึงตัดสินใจหอบข้าวของมาร่วมทีม ชลบุรี เอฟซี พร้อมกับ นฤพล อารมณ์สวะ ด้วยสัญญายืมตัวจนจบฤดูกาล

แล้วดูเหมือนจะเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เมื่อเจ้าตัวสามารถกลับมาแจ้งเกิดได้อีกครั้ง และเป็นกำลังหลักให้กับทีมตลอดเลกแรกที่ผ่านมา โดย “ลุงกิต” จัดการกระหน่ำไปทั้งสิ้น 6 ลูกด้วยกัน ซึ่งถือว่าเป็นนักเตะสัญชาติไทยที่ทำประตูได้มากที่สุดกับตำแหน่งที่ไม่ใช่กองหน้าอีกด้วย

มาริโอ ยูรอฟสกี้แบงค็อก ยูไนเต็ด
จอมทัพมาดกวนชาวมาซิโดเนีย ย้ายมาร่วมทัพ “แข้งเทพ” แบบไม่มีค่าตัว หลังหมดสัญญาในถิ่น เอสซีจี สเตเดี้ยม ซึ่งก่อนหน้าที่ทุกอย่างจะลุล่วง มาริโอ เคยได้รับความสนใจจากทีมชั้นนำของญี่ปุ่นเช่นกัน แต่เจ้าตัวก็ยังรักที่จะค้าแข้งบนแผ่นดินสยาม และเลือกปลงใจกับ แบงค็อก ยุไนเต็ด ลุยศึกไทยลีกต่อไป

โดยฟอร์มการเล่นที่อดีตเพลย์เมกเกอร์ตัวเก่งของทีม เอสซีจี เมืองทอง ยุไนเต็ด แสดงให้เห็นนั้น อาจทำให้สาวก “กิเลนผยอง” แอบบ่นคิดถึงบ้างไม่มากก็น้อย เมื่อเขาจัดการเข้ามาผนึกกำลังกับ ดราแกน บอสโควิช ทะลวงตาข่ายฝั่งตรงข้ามเป็นว่าเล่น โดย มาริโอ ฝากผลงานเลกแรกไว้ทั้งสิ้น 7 ประตู 6 แอสซิส พาพลพรรค “แข้งเทพ” เบียดแย่งแชมป์กับต้นสังกัดเก่าอย่างสุดมันอยู่ในขณะนี้

สุรชาติ สารีพิมพ์ บางกอกกล๊าส เอฟซี
กองหน้าจอมดึงกางเกงผู้นี้จัดเป็นสัญลักษณ์ของ “สุภาพบุรุษโล่ห์เงิน” มาอย่างยาวนาน แต่ด้วยปัญหาทางด้านการเงินของทีม เพื่อนตำรวจ ดีลสุดเซอร์ไพรส์นี้จึงมีโอกาสเกิดขึ้นมาได้ โดยทัพ “กระต่ายแก้ว” จัดการคว้าตัว สุรชาติ มาด้วยสัญญายืมตัว 1 ฤดูกาล

แม้ “กัปตันเก่ง” จะออกสตาร์ทเป็นตัวจริงเพียง 9 นัดเท่านั้นในเลกแรก แต่เจ้าตัวก็สามารถจัดการกระซวกตาข่ายคู่แข่งไปถึง 7 ลูก พร้อมกับเป็นหนึ่งในผู้เล่นชาวไทยที่ทำประตูได้สูงสุดบนไทยลีกขณะนั้น ลองจินตนาการดูว่าหากวันใดที่เขาจูนติดกับ เอเรียล ขึ้นมา เมื่อนั้นกระต่ายตัวนี้คงกลายเป็นฝันร้ายสำหรับกองหลังของทุกทีมที่ต้องเผชิญหน้าแน่นอน

อดิศักดิ์ ไกรษรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด
ศูนย์หน้าจอมปล่อยแสง ย้ายจากทีม “มังกรไฟ” บีอีซี เทโรศาสน มาสมทบกับ ชนาธิป สรงกระสินธ์ , ธนบูรณ์ เกษารัตน์ และ พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา ในถิ่น “กิเลนผยอง” เมื่อตอนต้นฤดูกาล ซึ่งในอดีตเจ้าตัวเคยเป็นนักเตะเยาวชนของทีม เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด มาก่อนด้วย

และก็ไม่ได้ทำให้แฟนๆผิดหวังแต่อย่างใด เมื่อเขามีส่วนช่วยพาสโมสรยึดตำแหน่งจ่าฝูงได้อย่างเหนียวแน่น และลงมายิงประตูสำคัญได้มากมายหลายต่อหลายเกม จนชื่อของสามประสานในแนวรุกอย่าง คเลตัน-ธีรศิลป์-อดิศักดิ์ ทำให้กุนซือแทบทุกทีมต้องกุมขมับพลางจิบน้ำใบบัวบกหลังจบเกมมานักต่อนัก โดย “เจ้ากอล์ฟ” จัดการซัดไปทั้งสิ้น 7 ประตูในเลกแรก พร้อมบวกเพิ่มอีก 2 ลูกจากนัดล่าสุด ส่งให้ตัวเขาขยับขึ้นเป็นแข้งสัญชาติไทยที่ทำประตูสูงสุดบนทำเนียบดาวซัลโวอยู่ในขณะนี้

วู กึน ยองบีบีซียู เอฟซี
ดาวยิงแดนโสม ย้ายจาก นครปฐม ยูไนเต็ด มาร่วมทีม บีบีซียู เอฟซี พร้อมกับฝากสถิติไว้ให้สาวก “บิ๊กแบง” ได้ปลื้มปริ่ม ด้วยผลงานการซัลโวไปถึง 20 ประตู ให้กับทัพ “เสือป่าราชา” ในฤดูกาลที่แล้ว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ยังน่าสงสัยว่า แข้งรายนี้จะโหดเฉพาะในลีกพระรองหรือไม่

แม้ผลงานของสโมสรจะดิ่งลงไปจมที่อันดับท้ายสุดของตาราง แต่ฟอร์มการเล่นของกองหน้าเลือดกิมจิผู้นี้กลับพุ่งสวนทางขึ้นมา เมื่อ วู กึน ยอง สามารถกดไปได้ถึง 8 ลูก จากทั้งหมด 17 ประตูที่ทีมทำได้ในเลกแรก ซึ่งนับว่าเกือบครึ่งของลูกบอลที่ไปซุกอยู่ก้นตาข่ายมาจากฝีเท้าของเขา และสิ่งนี้น่าจะช่วยตอบคำถามได้เป็นอย่างดีว่าเวที ดิวิชั่น 1 คงเล็กเกินไปสำหรับเจ้าตัวจริงๆ

ข่าวจาก http://www.thaileague.co.th/

ขอบคุณภาพจาก บางกอกกล๊าส เอฟซี, www.mtutd.tv, สุโขทัย เอฟซี, 2016SISAKETFC และแบงค็อก ยูไนเต็ด

ติดตามSanook! Sport

ผลบอลสด โปรแกรมบอล พร้อมข้อมูลก่อนเตะ ข่าวสารฟุตบอลทั้งไทยและลีกชั้นนำ รวมถึงกีฬาอื่นๆ จากทุกมุมโลก ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook ได้ที่นี่!!