สกู๊ป : "สเปน.. (อย่า)หล่อแต่กินไม่ได้"

สกู๊ป : "สเปน.. (อย่า)หล่อแต่กินไม่ได้"

สกู๊ป : "สเปน.. (อย่า)หล่อแต่กินไม่ได้"
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ถึงเวลาอันควรแล้ว ที่แชมป์เก่าจะได้ลงมาโชว์เพลงแข้งอันเลื่องชื่อ กับ สาธารณเช็ก อดีตมหาอำนาจลูกหนังของยุโรปตะวันออก ในการแข่งฟุตบอลยูโร รอบสุดท้าย

ขอทวนอดีตชาติกันก่อนว่า สองคู่นี้ยังไม่เคยเจอกันมหกรรมฟุตบอลระดับทวีป หรือระดับโลกในรอบสุดท้ายเลย นี้จึงเป็นครั้งแรกที่ทั้งคู่พบกัน หลังจาก 4 ครั้งก่อนหน้านี้ เคยดวลกันแต่ในรอบคัดเลือกเท่านั้น

สเปน ในฐานะแชมป์เมื่อสี่ปีที่แล้ว พ่วงดีกรีเต็งสามของรายการ ตามร้านรับพนันถูกฎหมายที่ต่างประเทศ รองจาก ฝรั่งเศสและเยอรมัน ขณะที่เช็กนั้น เป็นม้านอกสายตา ไม่มีใครมองเห็นราศีแชมป์ อยู่ถึงอันดับที่ 17 หากอยากเสี่ยงดวงตอนนี้ มีค่าตอบแทนถึง 175 เท่าเป็นรางวัล

ยังไม่ทันลงสนาม เอาแค่อัตราต่อรอง ลูกทีมบิเซนเต้ เดล บอสเก้ ก็เหนือกว่าเป็นช่วงตัวแล้ว ขณะที่พาเวล เวอร์บา คงรู้ดี หากมาเปิดหน้าแลก มีแต่เจ็บกับเจ็บ หรือถึงขั้นพังทลายทีเดียว วิธีจะเล่นกับสเปน ก็คือ รับ และต้องรับอย่างมีวินัยกันทั้งหมด เผลอๆกองหน้าของทีมอาจจะต้องลงมาช่วยไล่บอลที่กลางสนามด้วยซ้ำ

ทุกอย่างจึงเข้าลูป ที่ขุนพลสเปนเจอนับตั้งแต่เป็นมหาอำนาจฟุตบอลในยุคปัจจุบันเป็นต้นมา คือ คู่แข่งเล่นรับ ขณะที่ทีมตัวเองได้แต่เซ็ตบอลข้างนอกเท่านั้น แต่เข้าไปพื้นที่สุดท้ายไม่ได้

บอลที่ต่อกันไปมา บางครั้ง ถึง 30-40 จังหวะ อย่างกับเล่นลิงชิงบอลของสเปน ดูยังไงก็เพลินตา สวยงาม และแย่งยาก

จึงเปรียบได้ว่า นี่คือฟุตบอลประเภทสุดหล่อ ดูดี ดูมีแบบแผน ดูสง่างาม และสมาร์ท ในแบบของเกมรุกกีฬา

เช็กในฐานะที่เล่นแต่ฟุตบอลอย่างเดียวคงไม่ทำให้ทีมสำเร็จแน่ หากไม่มีลูกแท็กติค ลูกเตะติดดาบ เข้าหนัก หรือทำลายสมาธิคู่แข่งไปในตัว จึงขอเรียกฟุตบอลแบบนี้ว่า ขี้เหร่

ซีซั่นนี้ เราเห็นทีมที่เล่นในแบบเกมรับและทำได้มาแล้วอย่าง แอตเลติโก มาดริด ที่ไม่ใช่บอลสุดหล่อ แต่เป็นบอลที่จับต้องผลงานได้ และทำให้ทีมไปถึงเป้าหมายที่วางไว้ ถึงไม่ได้แชมป์ แต่หากวัดไปเป็นเกมๆ แล้วพวกเขาทำได้สำเร็จมากกว่าล้มเหลว

สิ่งที่เช็กต้องการในเกมนี้ คงไม่ต่างอะไรกันมาก คือจบเกมขอผลเสมอ แฟนบอลก็เฮกันทั้งประเทศแล้ว หรือหากชนะได้ รับรองว่าเกมนี้ถึงขั้นเป็นประวัติศาสตร์ของวงการฟุตบอลเช็กได้เลย เพราะ 4 ครั้งที่เคยพบกันไม่เคยชนะเลยสักครั้ง เอาแค่ยิงประตูสเปนให้ได้ยังลำบาก เพราะมีเพียงลูกเดียวเท่านั้นตั้งแต่แยกออกจากเช็กโกสโลวะเกียมาที่ทำได้

“ลา โรฆา” ด้วยความคาดหวังของแฟนบอลแล้ว แต้มเดียวคือสอบตก พวกเขาจึงมีหน้าที่บุกเข้าหา แล้วต้องยิงประตูให้ได้ด้วย ไม่ว่าจะวิธีไหนก็ตาม หาใช่เพียงแค่ครองบอลอย่างเดียวไม่

สองเกมล่าสุดที่สเปนแพ้ เมื่อ 5 วันก่อนก็พลาดท่าให้กับจอร์เจีย ในเกมนั้น สเปน ครองบอลถึง 76 เปอร์เซ็นต์ เหลือ 24 ไว้ให้ จอร์เจียสาดบอลทิ้งอย่างเดียว

แต่บังเอิญว่า 1 ใน 4 ของเกม ที่จอร์เจียสัมผัสบอล มันสามารถส่งบอลไปอยู่ในตาข่ายของสเปนได้

ย้อนกลับไปปีที่แล้ว สเปนแพ้ ฮอลแลนด์ 0-2 ในนัดกระชับมิตร เหมือนเดิมทุกอย่าง โพเซสชั่นฟุตบอลของเด็กๆ บิเซนเต้ บอล บอสเก้ มีถึง 60 เปอร์เซ็นต์ เซตบอลไปเข้าทำไม่ได้ คู่แข่งใช้เพียง 40 เปอร์เซ็นต์ ยิงได้ 2 ประตู

“แกฟเฟอร์” ต้องหาอะไรใหม่ๆมาทำให้บอลที่อยู่กับเท้าพวกเขามากกว่าคู่แข่งเกิน 20 เปอร์เซ็นต์ ในแต่ละเกม เป็นการสร้างจังหวะ แล้วโอกาสในการทำประตู

ด้วยวัยถึง 65 ปี ถึงเวลาแล้วต้องงัดประสบการณ์ที่มีทุกอย่าง ทุกวิธี ที่เคยทำทีมที่เป็นต่อคู่แข่ง สามารถเอาชนะคู่แข่งได้ตามศักยภาพของทีม

แฟนบอลสเปน ก็อยากเห็นกลยุทธ์ กลเม็ดอะไรใหม่ๆบ้าง เหมือนในตอน 4 ปีที่แล้ว ที่เลือกจะใช้ “ฟัลส์ ไนน์” หรือแท็คติคไม่มีกองหน้า มาสร้างความแตกต่างไม่ให้คู่แข่งจับทางได้

ทัวร์นาเมนต์นี้ก็เช่นกัน ความแปลกใหม่ จะเป็นกุญแจสำคัญ ที่พาให้ ทีมชาติสเปนก้าวไปถึงแชมป์ เป็นการสร้างประวัติศาสตร์ได้ชูถ้วยสามสมัยติด

หากยังเอาแต่ครองบอล เซตกันเพื่อหาช่องเข้าทำ รอคู่ต่อสู้หลวม เกรงว่า 90 นาทีจะไม่พอให้พวกเขาเอาชนะทีมอื่นๆได้ ครองเกมเหนือกว่า ฟังยังไงมันก็ดูหล่อ หากแต่ว่า ฟุตบอลต้องยิงประตูให้ได้ก่อน ถึงจะเป็นแชมเปี้ยนได้ในบั้นปลาย หากต้องกลับบ้านโดยลงเตะในรายการแค่สามเกมแบบในบอลโลก

นอกจากไม่หล่อแล้ว ยังโคตรขี้เหร่ อีกต่างหาก

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook