สกู๊ป : 4 เหตุหนุน "โบโร่" ขึ้นพรีเมียร์ลีก(อีกครั้ง)

เหมือนบทละครที่ถูกเขียนไว้ตั้งแต่แรกเริ่ม นัดสุดท้ายของ เดอะ แชมเปี้ยนชิพ กลายฉากจบสำคัญที่สุดของฤดูกาล 2015-16
การดวลกันระหว่าง มิดเดิลสโบรห์ และ ไบรจ์ตัน ไม่ต่างอะไรกับเกมนัดชิงชนะเลิศบอลถ้วย โดยที่มีตั๋วขึ้นชั้นและเงินก้อนโตกว่า 200 ล้านปอนด์ เป็นตัวเดิมพัน
สุดท้ายผลการแข่งขันเป็นอย่างที่เราทราบกัน "เดอะ โบโร่" ทำได้ตามเป้าหมายคือต้องการยื้อเสมอเป็นอย่างน้อย เพราะพวกเขามีลูกได้เสียที่ดีกว่า
มิดเดิลสโบรห์ ได้คัมแบ็กคืนสู่ลีกสูงสุดเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี และนี่คือ 4 เหตุผลที่ที่จะใช้สนับสนุนว่าพวกเขาสมควรแล้วที่จะได้กลับไปเล่นในพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง
1.ตัวผู้เล่นเจ๋ง

วัดกันที่คุณภาพผู้เล่นแล้ว แน่นอนว่า มิดเดิลสโบรห์ คือตัวเต็งของฤดูกาลนี้อย่างไม่ต้องสงสัย
พูดกันแบบไม่อวยเพราะขึ้นชั้นมาแล้ว ไล่เรียงผู้เล่นกันแบบเรียงตัวมี ฮัลล์ ซิตี้ เพียงทีมเดียวเท่านั้นที่พอฟัดพอเหวี่ยงด้วย
นักเตะอย่าง สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง ยอมย้ายกลับถิ่นเก่า ทั้งๆที่เจ้าตัวก็ฟอร์มดีกับเวสต์แฮม จอร์แดน โร้ดส์ และ ดาวิด นูเจนท์ 2 คนนี้ก็หัวหอกตัวท็อปของแชมเปี้ยนชิพ
คริสเตียน สตูอานี่, กาสตอน รามิเรซ และ อัลเบิร์ต อโดมาห์ นี่คือผู้เล่นที่ผ่านการเล่นระดับฟุตบอลโลกมาแล้วกับทั้ง อุรุกวัย และ กานา
ดิมี่ คอนสแตนโทปูลอส, ดาเนี่ยล อยาล่า, เบน กิ๊บสัน และ จอร์จ เฟรนด์ นี่คือแกนหลักในแผงแบ็กโฟร์ที่มีสถิติเสียประตูน้อยที่สุดในลีกมา 2 ฤดูกาลติดต่อกัน
ด้วยขุมกำลังขนาดนี้มันปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่าเป้าหมายของทีมมีแต่ต้องขึ้นชั้นเท่านั้น
2.โค้ชมีฝีมือ

เรายังไม่รู้ว่า ไอตอร์ การันก้า จะดีพอสำหรับศึกพรีเมียร์ลีกหรือไม่? แต่ที่แน่ๆ เจ้าตัวมีดีเกินกว่าที่จะเป็นโค้ชในลีกพระรองอย่าง แชมเปี้ยนชิพ
มิดเดิลสโบรห์ อาจจะเป็นทีมใหญ่ที่เคยโลดแล่นในพรีเมียร์ลีกหลายปี ทว่านับตั้งแต่ แกเร็ธ เซาธ์เกต พาทีมตกชั้นมาเมื่อฤดูกาล 2008-09
ไม่ว่าใครจะมาคุมบังเหียน "เดอะ โบโร่" ก็แทบจะไม่ได้ใกล้เคียงกับโอกาสคัมแบ็กเลย
อันดับ 7 คือตัวเลขที่ดีที่สุดที่พวกเขาทำได้ในยุคของ โทนี่ โมว์เบรย์ ทว่านั้นก็ยังไม่ดีพอที่จะให้ มิดเดิลสโบรห์ ได้โอกาสเพลย์ออฟเลยด้วยซ้ำ
ปีแรกของ ไอตอร์ การันก้า อาจจะเต็มไปด้วยคำถาม การคุมทีมระหว่างฤดูกาลทำให้ผลงานของเขายังลุ่มๆดอนๆ
แต่พอได้ทำงานเต็มตัว ได้ปรับจูนทีมในสไตล์ที่ตัวเองต้องการ อดีตมือขวาของ โจเซ่ มูรินโญ่ ที่เรอัล มาดริด ก็พาทีมบินสูงและเกือบจะได้ขึ้นชั้นตั้งแต่ฤดูกาลก่อนด้วยซ้ำ หากไม่สะดุดขาตัวเองในตอนท้าย
อย่างไรก็ตามอนาคตของ การันก้า ยังอยู่ในเครื่องหมายคำถาม เพราะที่ผ่านมาเจ้าตัวเองก็มีเรื่องกินแหนงแคลงใจกับลูกทีมบางคนอยู่
แต่การที่เขาเป็นที่รักของแฟนบอล งานนี้ สตีฟ กิ๊บสัน เจ้าของทีมคงต้องคิดหนักว่าจะให้กุนซือวัย 42 ปีนั้นจะอยู่หรือไป หรือจะตามกระแสข่าวให้ ไนเจล เพียร์สัน เข้ามาเสียบแทน
3.แฟนบอลคิดถึง

มิดเดิลสโบรห์ เป็นหนึ่งในทีมที่มีเสน่ห์ เคยสร้างวีรกรรม และความทรงจำมีความทรงจำดีๆ ให้กับแฟนบอลไว้อย่างมาย
ในอดีต "เดอะ โบโร่" ถือเป็นตัวสีสันของพรีเมียร์ลีก โดยเฉพาะในเรื่องของผู้เล่นที่สามารถอิมพอร์ตแข้งชื่อดังเข้ามาสู่ทีมได้อย่างต่อเนื่อง
เบอร์ต้นๆที่ต้องเอ่ยชื่อเป็นคนแรกก็คือ จูนินโญ่ เพลย์เมกเกอร์ร่างเล็กชาวบราซิล ที่ลีลาการเล่นราวกับพ่อมดในสนาม ไม่ว่าจะเลี้ยง ส่ง ยิง ดูแล้วเพลินตา
ขณะที่ นิค บาร์มบี้, ฟาบริซิโอ ราวาเนลลี่, เอเมอร์สัน, คริสเตียน ซีเก้, คริสติย็อง การ็อมเบอ, อเล็น บ็อกซิค, พอล อินซ์, อูโก้ อีไฮอ็อก, แกเร็ธ เซาธ์เกต, มัสซิโม่ มัคคาโรเน่ และ จิมมี่ ฟลอยด์ ฮัสเซลเบงค์ พวกนี้เอ่ยชื่อมาต้องร้องอ๋อกันทั้งนั้น
ส่วนในยุคของ สตีฟ แม็คคลาเรน อดีตนายใหญ่ทีมชาติอังกฤษ ก็มีผลงานที่ยอดเยี่ยม ได้แชมป์ลีก คัพ ฤดูกาล 2003-04 ขณะที่ ยูฟ่า คัพ ก็เกือบทำเซอร์ไพรส์ หากไม่ไปแพ้ เซบีญ่า 0-4 ในเกมนัดชิงชนะเลิศ
ซึ่งการหายหน้าหายตาไปนาน พูดตรงๆว่าแฟนบอลในยุค 90 หลายคนคิดถึงพวกเขา และคิดว่า มิดเดิลสโบรห์ น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าทาง ไบรจ์ตัน
4.ไบรจ์ตันทำตัวเอง

ไบรจ์ตัน ถือว่าเป็นหนึ่งในทีมที่มีพัฒนาการดีที่สุดในลีก จากทีมที่ต้องดิ้นรนหนีตายเมื่อฤดูกาลก่อน คริส ฮิวจ์ตัน ใช้เวทมนตร์เสกให้พวกเขาดีขึ้นราวกับพลิกฝ่ามือ
ทีม "นกนางนวล" ออกสตาร์ตฤดูกาลได้อย่างยอดเยี่ยม โดยไม่แพ้ใครติดต่อกันนานถึง 21 นัด ก่อนจะมาถูกยัดเยียดความปราชัยด้วยฝีมือของศัตรูตัวแสบอย่าง มิดเดิลสโบรห์
ช่วงผลัดเปลี่ยนศักราชนั้นคือห้วงเวลาที่ ไบรจ์ตัน ออกอาการเป๋อย่างหนัก พวกเขาไม่สามารถคว้าชัยได้เลย 7 เกมติดต่อกัน โดยเป็นการแพ้ 4 นัด
โมเมนตั้มตรงนี้ถือว่าเสียหายไม่น้อย เพราะทำให้ทีมหล่นจากบัลลังก์จ่าฝูง และไม่สามารถกลับไปอยู่ ณ จุดสูงสุดได้เลย
แม้จะเร่งเกมฟอร์มในช่วงท้ายจนได้มา "ซัดเดนเดธ" กับ มิดเดิลสโบรห์ ในช่วงท้าย แต่หลังจากตีเสมอได้แล้ว เดเล่ สตีเฟ่นส์ ก็เปลี่ยนตัวเองจาก "ฮีโร่" กลายเป็น "ซาตาน"
เพราะหลังจากตัวน้อยกว่า ไบรจ์ตัน ที่ต้องการถึงชนะ กลับไม่ได้สร้างแรงคุกคามใดๆ สุดท้ายตลอดทั้งเกมพวกเขายิงเข้ากรอบเพียงหนเดียว นั้นก็คือลูกตีเสมอ
หากครึ่งชั่วโมงสุดท้ายยังเป็น 11 ต่อ 11 อยู่ ก็ไม่มีใครรู้ได้ว่าผลสุดท้ายจะจบเยี่ยงใด
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี



