7 เรื่องน่ารู้ รอบรั้ว "สแตมฟอร์ด บริดจ์" สังเวียนชิงดำ "สิงห์ ฟุตบอล ลีก 2015-2016"

7 เรื่องน่ารู้ รอบรั้ว "สแตมฟอร์ด บริดจ์" สังเวียนชิงดำ "สิงห์ ฟุตบอล ลีก 2015-2016"
S! Sport

สนับสนุนเนื้อหา

วันที่ 17 พฤษภาคม ที่กำลังจะถึง นี้มันคือวันที่เหล่านักฟุตบอล  2 ทีม  ที่จะได้ไปสัมผัสความยิ่งใหญ่ของสนาม "สแตมฟอร์ด บริดจ์" รังเหย้าของทีม "สิงห์บลูส์" เชลซี ทีมยักษ์ใหญ่ของศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

กว่าหลายพันทีม ที่ร่วมโม่แข้งมาตั้งแต่รอบแรก จนมาวันนี้ "สิงห์ ฟุตบอล ลีก 2015-2016" ฟุตบอลสมัครเล่น 7 คน รายการใหญ่ที่สุดในประเทศไทย กำลังเดินทางมาถึงรอบชิงชนะเลิศ

ความพิเศษสุดของครั้งนี้ กำลังจะกลายเป็นหน้าประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการฟุตบอลสมัครเล่นของไทย นั่นคือการลงสนามในรอบชิงชนะเลิศ แบบสุดเอ็กซ์คลูซีฟ บนผืนหญ้าของสนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ สนามฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ระดับต้นๆของการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก



อย่างที่เราทราบกัน โอกาสครั้งนี้ "สิงห์ คอร์เปอเรชั่น" โกลบอลพาร์ทเนอร์ที่แน่นแฟ้นของทีมเชลซี ร่วมกันมอบให้ มันคือช่วงเวลาที่ 2ทีมได้รับ

บนความหวังและสิ่งที่พวกเขาทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจ จนมาวันนี้ 2 ทีมฟุตบอลสมัครเล่นของไทย กำลังจะได้ลิ้มรสกับสิ่งที่อาจจะเป็นครั้งหนึ่งในประสบการณ์ ที่ไม่รู้จะมีอีกหรือเปล่า

การได้ลงไปวาดลวดลายบนสนามที่ยิ่งใหญ่ ของทีมที่ยิ่งใหญ่ระดับโลกแบบนี้ มันคือความฝันของคนรักฟุตบอลตัวจริง มันคือสุดยอดของคำว่าสุดยอด

วันนี้ก่อนจะทำความรู้จักกับ 2 ทีม คู่ชิง เราลองไปทำความรู้จักกับ 7 สิ่งควรรู้เกี่ยวกับสนามแห่งนี้กันดูครับ



1.เปิดใช้ครั้งแรก
สแตมฟอร์ด บริดจ์ สร้างเสร็จสมบูรณ์ในปี 1876 แต่เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 28 เมษายน 1877 โดยในครั้งนั้นใช้ชื่อว่า สแตนฟอร์ด ครีก ซึ่งนับถึงปัจจุบันสนามแห่งนี้มีอายุรวมมากถึง 139 ปี

2.สนามที่เก่าแก่อันดับที่ 2 ของเกาะอังกฤษ
ถือเป็นสนามฟุตบอลอาชีพที่เก่าแก่ที่สุดเป็นอันดับที่ 2 ของเกาะอังกฤษ รองจาก บรามอลล์ เลน ของ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ที่สร้างเมื่อปี 1855



3. ออกแบบโดย อาร์ชิบัลด์ ลิทช์
สนามแห่งนี้ได้รับการออกแบบจาก อาร์ชิบัลด์ ลิทช์ สถาปนิกชื่อดังชาวสกอตแลนด์ ผู้ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็น "ชายผู้ให้กำเนิดสนามฟุตบอลยุคใหม่" โดยสถาปนิกชื่อดังรายนี้คือผู้ออกแบบสนามฟุตบอลชื่อดังอย่าง แอนฟิลด์ (ลิเวอร์พูล), กูดิสัน พาร์ค (เอฟเวอร์ตัน), ไฮบิวรี่ (อาร์เซน่อล) และ ไวท์ ฮาร์ท เลน (สเปอร์ส)

4.เคยจุแฟนบอลในเกมลีกมากถึง 82,905 คน
ที่สนามแห่งนี้เคยมียอดผู้ชมสูงถึง 82,905 คน ในเกมลีกนัดที่พบกับ อาร์เซน่อล ในศึกลอนดอน ดาร์บี้แมตช์ เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 1935 แต่สถิติสูงสุดที่เคยมีการบันทึกไว้คือจำนวน 100,000 คน โดยครั้งนั้นเป็นการพบกับ คริสตัล พาเลซ ในเกมฟุตบอลเอฟเอ คัพ



5.ถูกสั่งปิดในช่วงปี 1920-1922
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 (ปี 1920-1922) สนามแห่งนี้ถูกปิดชั่วคราว เพราะกลัวภัยสงครามและอาจถูกใช้เป็นที่ส่องซุมกองกำลังของศัตรู ซึ่งในช่วงนั้น สนามฟุตบอลเป็นสถานที่เสี่ยง ที่กองกำลังอังกฤษต้องระวังมากเป็นพิเศษ แต่โชคดีที่สงครามจบสิ้นลงในช่วงระยะเวลา 2 ปี

6.มีความจุมากเป็นอันดับ 9 ของเกาะอังกฤษ
ปัจจุบันสนามเชลซี ประกอบด้วย อัฒจันทร์ 4 ฝั่ง ประกอบด้วย แมธทิว ฮาร์ดิ้ง สแตนด์, อีสต์ สแตนด์, เชด เอนด์ และ เวสต์ สแตนด์ สามารถรองรับแฟนบอลได้ 41,798 ที่นั่ง ซึ่งถือว่ามากเป็นอันดับที่ 9 ของเกาะอังกฤษ ขณะที่ในลีกมีความจุมากเป็นอันดับที่ 8 และมีแผนที่จะเพิ่มความจุเป็น 60,000 ที่นั่งในอนาคต



7.สนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ เคยได้รับเกียรติให้เป็นสังเวียนแข้งที่ใช้จัดการแข่งขันเกมระดับชาติมาแล้ว 6 ครั้ง
- อังกฤษ 9-1 ฮอลแลนด์ (11 ธันวาคม 1909)
- อังกฤษ 1-0 สกอตแลนด์ (5 เมษายน 1913)
- อังกฤษ 6-0 เวลส์ (7 ธันวาคม 1932)
- อังกฤษ 4-1 สวิตเซอร์แลนด์ (11 พฤษภาคม 1946)
- บราซิล 1-1 รัสเซีย (25 มีนาคม 2013)