สื่อ "เวียดนาม" วิเคราะห์และชื่นชมมือ 1 แบดฯหญิงเดี่ยวโลก "รัชนก อินทนนท์"

สื่อ "เวียดนาม" วิเคราะห์และชื่นชมมือ 1 แบดฯหญิงเดี่ยวโลก "รัชนก อินทนนท์"
S! Sport

สนับสนุนเนื้อหา

การแปลนี้เป็นการแปลจากโปรแกรมอัตโนมัติ จึงอาจจะไม่ถูกต้องและครบถ้วนทั้งหมด ดังนั้นผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณในการอ่านและหากผิดพลาดประการใดต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ครับ

เมื่อคนไทยก้าวขึ้นสู่ “จุดสูงสุด”

ไม่ใช่แค่เพียงคนไทยคนแรก ที่ขึ้นเป็นอันดับ 1 จากการจัดอันดับของสหพันธ์แบดมินตันโลก (BWF) “เมย์-รัชนก อินทนนท์” ยังเป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดที่สามารถคว้าแชมป์โลกได้สำเร็จ อีกทั้งยังเป็นคนแรกที่สามารถทำ “แฮตทริก” แชมป์ ในการแข่งขันระดับซูเปอร์ซีรีส์ได้เป็นคนแรก

แต่สิ่งที่สำคัญคือ “น้องเมย์” จะเป็นความหวังสำหรับการคว้า “เหรียญทอง” ให้กับทีมแบดมินตันทีมชาติไทยในโอลิมปิก 2016 นอกเหนือจากกีฬาอย่าง มวย ยกน้ำหนัก และเทควันโด

1. มีการสนับสนุนที่เข้มแข็งให้กับนักกีฬา

ความสามารถของเธอไม่อาจจะปฏิเสธได้เลย ด้วยวัยเพียง 21 ปี ก็สามารถเป็นแชมป์แบดมินตันโลกได้สำเร็จ เบื้องหลังความสำเร็จนี้คือ สมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทย (BAT) และ สโมสรแบดมินตันบ้านทองหยอด ที่ทำงานกันอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เพื่อสนับสนุนนักแบดมินตันของไทย

สำหรับรัฐบาลไทย ในตอนที่ รัชนก สามารถเอาชนะในการแข่งขันแบดมินตันชิงแชมป์โลกครั้งประวัติศาสตร์ได้สำเร็จ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีของไทยในเวลานั้น ได้เชิญให้เข้าไปพูดคุยมอบรางวัลเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ และในปี 2016 รัชนก ขึ้นอันดับ 1 ของโลก จากการจัดอันดับของ BWF นายกรัฐมนตรีไทย ประยุทธ จันทร์โอชา ยังได้เชิญเธอมาเพื่อตีแบดที่สนามด้านหน้า

นอกเหนือจากเงินรางวัลของรัฐบาลและสมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทย (BAT) แล้ว มีอีกอย่างที่จะช่วยให้ รัชนก สร้างประวัติศาสตร์ในการแข่งขันโอลิมปิก 2016 ในอนาคต นั่นก็คือ โค้ชชาวจีน “Xie zhuhua” ผู้ซึ่งฝึกสอนรัชนก ตั้งแต่อายุ 6 ขวบ โดยมีการเสนอให้นายกมอบสัญชาติไทยให้เค้าในเร็วๆนี้

2. พรสวรรค์และการฝึกซ้อมอย่างมืออาชีพ

รัชนก เคยเปิดเผยว่า ที่จริงแล้ว ครอบครัวตั้งใจให้เธอเล่นกีฬาเพื่อสุขภาพเท่านั้น แต่แล้วก็พบความสามารถของเธอตั้งแต่วัยเด็ก ซึ่งมันไม่ได้เกิดขึ้นในประเทศที่เป็นมหาอำนาจในวงการแบดมินตันอย่าง อินโดนีเซีย จีน หรือมาเลเซีย แต่สาวน้อยคนนี้เธอกำลังเขียนประวัติศาสตร์ด้วยตัวของเธอเอง

การทำ “แฮตทริก” แชมป์ของรัชนกในระดับซูเปอร์ซีรีส์ ไม่ใช่หนแรก ที่เธอทำได้ในตลอดระยะเวลาการแข่งขัน เธอคว้าทั้งหมด 14 แชมป์ และเธอเคยทำได้แล้วในปี 2009-2011 รัชนกทำ “แฮตทริก” แชมป์ในการแข่งขันแบดมินตันเยาวชนโลก โดยเธอสามารถคว้าแชมป์ครั้งแรกด้วยวัยเพียง 14 ปี จากนั้นไม่กี่ปีเธอก็สามารถคว้าแชมป์แบดมินตันหญิงเดี่ยวโลก ด้วยวัยเพียง 18 ปี ซึ่งเป็นประวัติศาสตร์ที่ชาวไทยที่ภาคภูมิใจ

อย่างไรก็ตามความสำเร็จดังกล่าว ผู้เล่นระดับเยาวชนของไทยคนนี้ก็ยังมุ่งมั่นต่อไป เพื่อเป้าหมายใหม่ การแข่งขันชิงแชมป์โลกในปี 2013 เป็นความภาคภูมิใจของคนไทย แต่สำหรับเธอมันเป็นอาเพศเพราะมันทำให้เธอได้รับบาดเจ็บ และไม่สามารถชนะรางวัลใดๆในช่วงฤดูกาล 2014

เธอกล่าวว่า “แม้ว่าเธอจะเป็นแชมป์โลก แต่โค้ชและฉันทราบว่าเราต้องการที่จะมีความมั่นคงมากกว่านี้ในการเจอกับฝ่ายตรงข้าม เทคนิคพื้นฐานคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ไม่ว่านักแบดระดับไหนก็ต้องเริ่มต้นที่จุดเดียวกันนี้ นอกจากนี้ในการฝึกอบรมทางเทคนิคขั้นสูง การฝึกอบรมยุทธวิธี จะทำให้เราสามารถทำตามเป้าหมายของเรา”

3. เชื่อในความสำเร็จของตัวเอง

นอกเหนือจากเทคนิคที่ดี กำลังใจที่เข้มแข็งแล้ว สิ่งที่ทำให้เธอก้าวขึ้นมาเป็นมือ 1 ของโลกจากการแข่งขัน 15 เกมติด ตลอด 3 รายการแข่งขัน แสดงให้เห็นว่า การออกกำลังกายของ รัชนก มีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง และที่เยี่ยมไปกว่านั้น คือกำลังใจที่เธอได้รับ

กำลังใจที่ส่งผลให้เธอประสบความสำเร็จในปัจจุบันอีกอย่างคือ นักแบดมินตันหนุ่ม “ปัณณวิชญ์ ทองน่วม” ที่ถือว่าเป็นอีกแรงใจที่ทำให้เธอ เอาชนะความยากลำบากในการแข่งขันอาชีพได้ เธอมีความสุขมากจากการให้สัมภาษณ์ว่า “พ่อของฉันสัญญาว่า ถ้าได้แชมป์ พ่อจะเปิดโอกาสให้เธอได้คบหาดูใจกับแฟนหนุ่มของเธออย่างเป็นทางการ ฉันรู้สึกดีใจมากที่ได้ยินแบบนี้”

ในขณะที่ รัชนก อินทนนท์ อยู่ในอันดับ 1 ของโลก แต่พอถูกถามถึงความสามารถของเธอในการแข่งขันโอลิมปิก 2016 เธอตอบเจียมเนื้อเจียมตัวมาก แต่ยังคงเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นว่า “ฉันเชื่อว่า ฉันจะสามารถคว้าเหรียญรางวัลในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกครั้งนี้ และฉันมุ่งเน้นไปที่เหรียญทองโอลิมปิก แม้จะมีนักกีฬาที่โดดเด่นมากในกีฬาโอลิมปิก แต่ถ้าฉันสามารถทำได้ตามมาตรฐานของตัวเอง ไม่ว่าฝ่ายตรงข้ามเป็นใครฉันเชื่อว่าฉันสามารถเอาชนะได้”

Source ต้นฉบับ : Nguồn: Thiện Nga – (sggp.org.vn) , T/h: Quang Minh – (dongbang.vn)
แปลและเรียบเรียงโดย TeamThailand.in.th
#TeamThailand เชียร์ทีมชาติไทยไปด้วยกัน