สกู๊ป : "ศักดิ์ศรีของทีม" และ "ศรัทธาของแฟนบอล" / โดย "น้องเพชร"

สกู๊ป : "ศักดิ์ศรีของทีม" และ "ศรัทธาของแฟนบอล" / โดย "น้องเพชร"
S! Sport

สนับสนุนเนื้อหา

แม้จะตกรอบแรกอย่างเป็นทางการแล้ว แต่ "ทัพปราสาทสายฟ้า" บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยังต้องสู้เพื่อศักดิ์ศรีของคำว่า "ตัวแทนประเทศไทย" อีกสองนัด

วันพุธที่ 20 เม.ย. นี้ "ทัพเซราะกราว" จะลงสนามพบกับ "เอฟซี โซล" ทีมแกร่งเมืองหลวงแดนกิมจิ และจ่าฝูงของกลุ่มเอฟ ในศึกเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก 2016 ที่บ้านของฝ่ายหลัง

สถานการณ์หลังผ่าน 4 นัดในรอบแรก "เอฟซี โซล" มีอยู่ 10 แต้ม ตามมาด้วย "ซานตง ลู่เหนิง" จากจีน 7 แต้ม, "ซานเฟรซเซ่ ฮิโรชิม่า" แชมป์เจลีก ญี่ปุ่น 6 แต้ม และ "บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด" รั้งบ๊วยของกลุ่ม ยังไม่มีคะแนน



คู่นี้เจอกันนัดแรกที่ บุรีรัมย์ สเตเดี้ยม เมื่อวันที่ 23 ก.พ. ที่ผ่านมา หากใครยังไม่ลืมนัดนั้นถือเป็นการออกสตาร์ทที่ผิดความคาดหมายไม่น้อย

เมื่อแชมป์ไทยลีกพ่ายไปขาดลอย 0-6 และต้องเสีย "ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต้" หัวหอกตัวเก่งชาวบราซิลจากการบาดเจ็บที่หัวไหล่ตั้งแต่ต้นเกม ต้องพักยาวกว่า 3 เดือน หนำซ้ำ "กัปตันกบ-สุเชาว์ นุชนุ่ม" ก็ดันมาโดนใบแดงช่วงต้นครึ่งหลัง จนทำให้พ่ายไปด้วยสกอร์โหดร้ายอย่างที่เห็น

หลังจากนั้น จะเรียกว่าบุรีรัมย์ "เป๋" ไปเลยก็ได้บนเวทีถ้วยสโมสรใหญ่เอเชีย เมื่ออีก 3 นัดต่อมายังไม่สามารถเก็บแต้มได้เลย ด้วยการแพ้ซานตง 0-3 (เยือน), แพ้ ซานเฟรซเซ่ 0-3 (เยือน) และล่าสุดเมื่อต้นเดือนเม.ย. แพ้ซานเฟรซเซ่ 0-2 (เหย้า)

สำหรับเกมที่จะเกิดขึ้นในวันมะรืนนี้ บุรีรัมย์ ยังถือว่ายังอยู่ในช่วงวิกฤติ เมื่อยกพลบุกโซลด้วยสภาพทีมที่ "ไม่ฟูล" เช่นทุกนัดที่ผ่านมา


นอกจาก ดิโอโก้ ที่ยังไม่หายดีแล้ว "กรวิทย์ นามวิเศษ" เซ็นเตอร์แบ็กดีกรีทีมชาติไทย และ "ไคโอะ เฟลิเป้" กองหน้าตัวใหม่ก็บาดเจ็บและไม่ได้เดินทางมาด้วย ไหนจะ "อานนท์ อมรเลิศศักดิ์" แนวรุกดาวรุ่งที่ฟอร์มกำลังดี แต่ก็ดันมาไหปลาร้าหักในเกมโตโยต้า ลีก คัพ นัดบุกถล่ม "ทหารบก เอฟซี" 7-1 เมื่อวันที่ 10 ที่ผ่านมาอีก

ด้าน "ลุงเน" เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรคนดัง เผยว่าเกมนี้จะพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส ด้วยการ "ใช้ดาวรุ่งลงสนามเพื่อประสบการณ์บนเวทีใหญ่" แต่ก็ยืนยันว่าทัพปราสาทสายฟ้าจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด  100% เหมือนเดิม

เขียนมาถึงตรงนี้แล้ว ก็ถือว่า "น่าเสียดาย" ครับ สำหรับสโมสรที่แข็งแกร่งที่สุดของไทย หนึ่งในขาประจำของถ้วยนี้ ต้องมายุติเส้นทางเจ้าเอเชียปีนี้ไว้เพียงแค่ 6 นัด หลังจากเคยทำได้ดีที่สุดคือการทะลุเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายเมื่อปี 2013


ไร้ข้อสงสัยครับว่า "เวทีเอเชีย" เต็มไปด้วยเสือ สิงห์ กระทิง แรด ทั้งนั้น แต่นอกจากฝีเท้าแล้ว รายละเอียดเล็กๆน้อยๆ โชค จังหวะ ฯลฯ ทุกสิ่งส่งผลต่อโอกาสเข้ารอบทั้งหมด

วันพุธนี้ ผมก็จะอยู่ในสนามโซล เวิลด์ คัพ สเตเดี้ยมด้วย เพื่อเป็นสักขีพยานในเกมเยือนนัดสุดท้ายของรอบนี้ ก่อนไป "ปิดจ็อบ" ที่บุรีรัมย์ใน วันที่ 4 เดือนหน้า ด้วยการพบ ซานตง ลู่เหนิง

เรียกว่าตกรอบอย่างเป็นทางการไปแล้ว แต่ด้วย "วิถีทางของมืออาชีพ", "ศักดิ์ศรีของทีม" และ "ศรัทธาของแฟนบอล"

ยังเป็นเป้าหมายสำคัญที่ "บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด (ชุดไม่ฟูลทีม)" ต้องสู้ต่อในอีก 180 นาทีที่เหลือครับ


เรื่องโดย "น้องเพชร"