"บิ๊กอ๊อด" เน้น 3 ข้อ หาทีมโม่แข้งคิงส์คัพ เตรียมพร้อมช้างศึกคัดบอลโลก

"บิ๊กอ๊อด" เน้น 3 ข้อ หาทีมโม่แข้งคิงส์คัพ เตรียมพร้อมช้างศึกคัดบอลโลก
S! Sport

สนับสนุนเนื้อหา

"บิ๊กอ๊อด" พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กำชับทีมงานเร่งสรุปทีมร่วมแข่งคิงส์คัพ เตรียมพร้อมช้างศึกคัดบอลโลกโซนเอเชีย โดยเน้นสามข้อหลักที่เกิดประโยชน์สูงสุด ต่อ "ทัพช้างศึก" ทีมชาติไทย ประกอบด้วย ต้องได้ประสบการณ์ ต้องได้เรียนรู้วิธีการเล่น และต้องเสริมส้รางความแข็งแกร่งของร่างกาย

เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ที่จะลงทำการแข่งขันฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก 12 ทีม สุดท้ายโซนเอเชียซึ่ง ทีมชาติไทยของเราอยู่ในสาย บี ร่วมกับ ทีมชาติญี่ปุ่น, ทีมชาติออสเตรเลีย, ทีมชาติอิรัก, ทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และ ทีมชาติซาอุดิอาระเบีย

เริ่มโปรแกรมการแข่งขันนัดแรกทีมชาติไทยจะไปเยือน ทีมชาติซาอุดิอารเบีย ในวันที่ 1 กันยายน 2559 ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมของทีมชาติไทย ผมได้สั่งการให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง คือ

พล.ต.ท.พิสัณห์ จุลดิลก เลขาธิการสมาคมฯ, นายศุภสิน ลีลาฤทธิ์ อุปนายกฝ่ายจัดการแข่งขัน, "โค้ชเฮง" วิทยา เลาหะกุล อุปนายก ฝ่ายพัฒนาเทคนิค, นายธนศักดิ์ สุระประเสริฐ อุปนายก ฝ่ายสื่อสารองค์กร, นายพาทิศ ศุภะพงษ์ รองเลขาฯ ฝ่ายต่างประเทศ และ "โค้ชซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอน

ร่วมประชุมวางแผนกัน ในวันจันทร์ที่ 18 เมษายน 2559 เวลา 10.00 น. ที่สมาคมฯ (อาคารชาญอิสระ 1 ขั้น 2) เพื่อหาข้อสรุปทีมที่จะเชิญมาเข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 44 ในช่วงวันที่ 3 และ 5 มิถุนายน 2559 ตามปฎิทินฟีฟ่าเดย์

สำหรับทีมที่จะเข้าร่วมแข่งขัน นั้นผมแนะนำทีมงานไปแล้วว่าไม่ว่าจะเป็นทีมชาติไหน ทีมชาติไทยจะต้องได้ประโยชน์สูงสุด ได้ประสบการณ์ ได้เรียนรู้วิธีการเล่น ความแข็งแกร่งของร่างกาย เพื่อเตรียมความพร้อมให้มากที่สุด ก่อนลงสนามในรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก โซนเอเชีย

นอกจากนี้ ผมยังให้การบ้านกับทีมงานว่า ก่อนที่เราจะเดินทางไปทำการแข่งขันนัดแรกกับ ทีมชาติซาอุดิอารเบีย อยากให้ ทีมชาติไทย มีเกมอุ่นเครื่อง นัดเยือน 1 ครั้ง กับทีมในแถบตะวันออกกลาง เพื่อสร้างความคุ้นเคยให้กับนักเตะของเรา และลดความกดดันในเกมเยือนครับ

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

เครดิตข่าวเพจ : Fair