ช็อก! "สมาคมฯ" เตรียมตั้งคณะสอบฯผู้บริหารชุดเก่า หลังค้างภาษี 131 ล้านบาท

ช็อก! "สมาคมฯ" เตรียมตั้งคณะสอบฯผู้บริหารชุดเก่า หลังค้างภาษี 131 ล้านบาท
S! Sport

สนับสนุนเนื้อหา

ส.บอลชุดใหม่เตรียมตั้งคณะกรรมการพิเศษสอบสวน ส.บอลชุดเก่า หลังพบว่ามีการค้าภาษีถึง 131 ลบ. ตั้งแต่ปี 2550 -55 ซึ่งได้รับแจ้งจากสรรพากร โดยยังไม่รวมปี 56-58

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย พล.ต.ท.พิสัณห์ จุลดิลก เลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอล และ ชนินทร์ แก่นหิรัญ รองเลขาธิการฝ่ายกฏหมาย ได้มีการนัดสภากรรมการสมาคมกีฬาฟุตบอลชุดเก่า เดินทางมาส่งมอบงานอีกครั้ง โดยมี พ.อ.วรวุฒิ ทองศรีงาม อดีตเลขาธิการสมาคมฯ และ ธีรพงษ์ วัฒนวงษ์ภิญโญ อดีตรองเลขาธิการสมาคม เป็นตัวแทน

ก่อหน้านี้ทั้งสองฝ่ายได้มีการรับมอบงานไปแล้วเมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทว่าวันดังกล่าว สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยชุดใหม่ได้เพียงสำเนาบางส่วนและกุญแจเข้าสำนักงานเท่านั้น ทำให้ทางสภากรรมการชุดเก่าได้ขอเลื่อนออกไปเป็นวันที่ 20 มีนาคมนี้

พล.ต.ท.พิสัณห์ จุลดิลก เลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอล ให้สัมภาษณ์หลังการรับมอบงานครั้งนี้ว่า “เราได้รับมอบทรัพย์สิน สิ่งของ พร้อมหนีสิ้นไว้ เพื่อทำการตรวจสอบต่อไปนะครับว่ามีเงินเหลือและหนีสิ้นเท่าไหร่ เกิดจากอะไร ใครจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ก็คงต้องตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ เพราะว่าน่าจะมีการใช้จ่ายเงินมากพอสมควร ซึ่งต้องใช้เวลา”

“หนี้ที่ค้างอยู่ ควรเป็นใครที่จะต้องรับผิดชอบ ทั้งชุดเก่าและชุดใหม่ต้องมาพูดคุยกัน และล่าสุดได้รับแจ้งว่า ยังมีภาษีค้างจ่ายอีก 131 ล้านบาท ที่สมาคมยังไม่ได้จ่าย ซึ่งเราได้รับแจ้งจากสรรพากร ฉะนั้นเราต้องไปตรวจสอบย้อนหลัง ใครต้องรับผิดชอบ ใครเป็นผู้บกพร่องที่ไม่จ่ายภาษี”

“ซึ่งเราจะดำเนินการอย่างตรงไปตรงมาแน่นอน และหนีสิ้นรวมตอนนี้คร่าวๆก็ประมาณ 140-150 ล้านบาท แบ่งเป็นภาษีที่สรรพกรแจ้งมา 131 ล้านบาท และอื่นๆอีกประมาณ 16 ล้านบาท ส่วนเงินในบัญชีเหลืออยู่ล้านกว่าบาท”

ขณะที่ ชนินทร์ แก่นหิรัญ รองเลขาธิการฝ่ายกฏหมาย กล่าวชี้แจงถึงเรื่องนี้ว่า “ในส่วนนี้ เบื้องต้นมันเป็นข้อมูลจากผู้ที่รับผิดชอบทางสรรพากรแจ้งมาว่าเงินจำนวน 131 ล้านบาท ที่แจ้งให้เราทราบเป็นเงินในเรื่องของแหวต(VAT)”

“ก็คือที่ผ่านมาทางสมาคมเวลารับเงินกับผู้บริจาค ซึ่งเราเข้าใจว่านั่นเป็นผู้บริจาคหรือผู้สนับสนุน ทำให้มองว่าเป็นเรื่องไม่จำเป็นต้องไปออกแหวต(VAT)ในการรับมา”

“แต่ทางสรรพากรเขาไม่ได้มองแบบนั้น เขามองว่าเงินทุกบาทที่เขาจ่ายมา มันเป็นเงินที่เกิดจากสัญญา พอมีสัญญาสิ่งที่เราให้บริษัทนั้นไป เขาตอบแทนกลับมา จึงเป็นค่าตอบแทน พอเป็นค่าตอบแทนจึงต้องมีแหวต(VAT)”

“แต่ที่ผ่านมา จากการสอบถามฝ่ายบัญชีไม่เคยออกแหวต(VAT) ไม่เคยจดด้วย งั้นคงไม่มีข้อสงสัยแล้วว่าเรื่องเงินที่สรรพากรแจ้งมา มันมาจากไหน ถ้าปกติแล้วรายได้สมาคมถ้าเกินหนึ่งล้านแปดแสนจะต้องจดแหวต(VAT)”

“ดังนั้นการบริหารงานที่ผ่านมาไม่ได้มองถึงเรื่องภาษีพวกนี้ไว้เลย มันจึงส่งผลมาวันนี้ พอมีการตรวจสอบ รายรับรายจ่าย สรรพากรก็แจ้งให้เราทราบถึงเรื่องนี้ ซึ่งวันจันทร์นี้ผมต้องไปจดแล้ว”

“ฉะนั้นจากนี้ไปไม่ว่าบริษัท ห้างร้าน ที่มาสนับสนุนสมาคมในเชิงสัญญา เราจะต้องออกแหวต(VAT)ให้เขา ถ้าไม่งั้นเดี๋ยวจะเป็นแบบนี้โดนย้อนหลังอีก ซึ่งขณะนี้เราก็คงจะเข้าไปเจรจากับสรรพากรถึงมุมมองของเราก่อน”

“แต่ก็แปลกใจเหมือนกัน ทำไมเรื่องแบบนี้ถึงมาโผล่ยุคนี้ ที่ผ่านมาไม่เห็นมีปัญหา ซึ่งเงินจำนวน 131 ล้านบาท สรรพากรนับตั้งแต่ปี 2550-2555 นี่ยังไม่รวมช่วงเวลาที่ฟุตบอลไทยบูมขึ้นอีกใน 3 ปีหลัง (2556-58) ที่ยังไม่นับ อย่างไรก็ตามเราคงจะต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนขึ้นมาเพื่อตรวจสอบถึงเรื่องนี้”

เครดิตคลิป V-Feint