เรื่องราวดีๆที่อยากให้แชร์ต่อ "เด็กดาวน์ซินโดรมไทย ในสนามเซลติก"

เรื่องราวดีๆที่อยากให้แชร์ต่อ "เด็กดาวน์ซินโดรมไทย ในสนามเซลติก"
S! Sport

สนับสนุนเนื้อหา

กลายเป็นเรื่องราวที่ถูกแชร์ต่อไปในโลกโซเชียล หลังจากที่เฟซบุ๊คเพจ Referee no 4  ได้นำเรื่องราวของ  "เด็กดาวน์ซินโดรมไทย ในสนามเซลติก" เผยแพร่ออกมา

ตอนนี้เรื่องราวดีๆ เรื่องนี้ ได้ถูกผู้คนในโลกโซเชียลช่วยกันแชร์ออกไปอย่างกว้างขวาง จนล่าสุด โรงเรียนนายายอาม กำลังจะได้รับโล่ห์แห่งความดี จากพลตำรวจเอกสมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง  นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยคนใหม่

เราลองไปอ่านเรื่องราวดีๆ เรื่องนี้กันครับ แล้วท่านจะได้รับรู้ถึงเรื่องราวดีๆ ที่เกิดขึ้นจากโรงเรียนเล็กๆแห่งหนึ่งของเมืองไทย กับสิ่งที่พวกเขาทำมันด้วยใจเช่นนี้ เพราะผมเชื่อว่า "เรื่องราวดีๆ ยิ่งส่งต่อยิ่งมีพลัง" ครับ


"รุ่งทิวา" คือสาวไทยที่แต่งงานกับ "พอล เลนนอน" หนุ่มชาวสก็อตแลนด์ และย้ายมาอยู่เมืองไทย แต่พวกเขาโชคร้ายที่ลูกชายของพวกเขาเกิดมาพร้อมกับอาการดาวน์ซินโดรม

ลูกชายเขาถูกปฏิเสธจากทุกโรงเรียนที่ไปสมัครเข้าเรียน พอลท้อถอยและระบายให้เพื่อนฝูงที่สก็อตแลนด์ฟัง พอลกับเพื่อนคือแฟนตัวยงของ สโมสรกลาสโกว์ เซลติก แห่งศึก สก็อตติช พรีเมียร์ และจากการระบายให้เพื่อนฟังนั่นเองทำให้เกิดเรื่องราวอันน่าประทับใจขึ้น ที่แม้แต่พอลกับรุ่งทิวาเองก็คาดไม่ถึงว่ามันจะเกิดขึ้น

พวกเขาถูกปฏิเสธจากคนไทยด้วยกันในการรับลูกชายของพวกเขาเข้าเรียน จนกระทั่งเขาได้รับการต้อนรับจาก โรงเรียนเตรียมศึกษานายายอาม ต.นายายอาม อ.นายายอาม จ.จันทบุรี ซึ่งเป็นสุดยอดโรงเรียนที่รับลูกชายของพวกเขาและเด็กที่เป็นดาวน์ซินโรมอีกหลายคนเข้าเรียนโดยไม่มีท่าทีรังเกียจอันใดเลย

แต่เนื่องจากเป็นโรงเรียนเอกชนที่ไร้ซึ่งผู้สนับสนุน เพราะเป็นโรงเรียนที่ต้องใช้ความสามารถของบุคลากรอย่างหนักเพื่อที่จะสอนเด็กที่มีความผิดปรกติ ไม่มีใครอยากสอนเด็กพิการเพื่อแลกกับค่าจ้างปรกติกันหรอก โรงเรียนนายายอาม เป็นยอดโรงเรียนที่ไร้การเหลียวแลจากรัฐบาล หรือหน่วยงานใดๆ พอล ระบายให้เพื่อนฝูงชาวสก็อตฟังถึงความยากลำบากครั้งนี้ โดยไม่คาดหวังอันใดเลย เขาแค่อยากระบายให้เพื่อนฟัง

และแล้วเรื่องก็ลามไปเข้าหูคนวงในทีมเซลติกเข้า จากการบอกต่อๆกันไป สโมสรดังแห่งสก็อตตัดสินใจยื่นมือเข้าช่วยเหลือโรงเรียนนายายอาม ทั้งด้านการเงิน ด้านกิจกรรม และการระดมทุน โดยที่องค์กรต่างๆในประเทศไทยเองก็รู้สึกเสียหน้าไม่น้อย ก็แหงล่ะ โรคดาวน์ซินโดรม ในไทยนั้นยังถูกเข้าใจว่าเป็นแค่ความปัญญาอ่อนที่ไม่น่าสนับสนุน ทำแล้วได้อะไร แต่หารู้ไม่ว่าประเทศที่เจริญแล้วเขามักใส่ใจกับอะไรอย่างนี้กันมาก



เซลติกประสานงานมาถึงพอลในเรื่องการช่วยเหลือต่างๆแบบเงียบๆ ทางโรงเรียนทั้งครูและเด็กๆต่างซาบซึ้งในน้ำใจเพื่อนร่วมโลกครั้งนี้ของเซลติก พวกเขาจึงทำคลิปร้องเพลงประสานเสียงขึ้นมาเพื่อขอบคุณทีมม้าลายเขียวขาวในน้ำใจของพวกเขาครั้งนี้ ทางเซลติกต่างดูคลิปด้วยความปลาบปลื้มยินดี เพลงที่ใช้กีต้าร์ตัวเดียวและมีนักร้องตัวน้อยหลายๆคนช่วยร่วมกันร้องถูกนำไปเปิดกระหึ่มสนามเซลติกพาร์ก มันคือเพลงที่ทรงพลังกระชากน้ำตาคนทั้งสนามได้อย่างมหัศจรรย์

จนกระทั่งทางเซลติกยื่นเรื่องมาให้พอลว่าทางสโมสรจะขอเชิญให้เด็กเหล่านี้ทั้งที่ปรกติ ทั้งเด็กดาวน์ซินโดรม ไปเดินโชว์ตัวร่วมร้องเพลงในสนาม พร้อมกับการให้นักเตะที่ลงเตะในวันนั้นร่วม 18 คน ทั้งตัวจริงและตัวสำรอง สวมเสื้อที่สกรีนชื่อนักเตะด้วยภาษาไทย ซึ่งต่อมานั้นเสื้อเซลติกที่สกรีนชื่อภาษาไทยมันเป็นเสื้อที่มีมูลค่าและทรงคุณค่ามากๆ

ในสนามวันนั้น เหล่าเด็กไทยจากนายายอาม ร่วมกันเดินโบกธงสะบัดพร้อมร้องเพลงร่วมกับแฟนๆบอลเซลติกกระหึ่มสนาม นักเตะลงเตะด้วยเสื้อทีมที่สกรีนภาษาไทย มันเป็นความยิ่งใหญ่ที่แฝงไปด้วยความเมตตาต่อเพื่อนร่วมโลกที่สุดเท่าที่คนต่างชาติพันธุ์จะมอบให้แด่กันได้


วันนั้นจบลงอย่างงดงามพร้อมชัยชนะท่วมท้นของเซลติก แต่ชัยชนะในสนามมันดูเล็กน้อยไปเลยหากเทียบกับชัยชนะที่เหล่าเด็กๆมอบให้สโมสรที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้ เสื้อนักฟุตบอลสกรีนเป็นภาษาไทยวันนั้นถูกนำไปประมูลเพื่อนำรายได้เข้าสู่โรงเรียนนายายอาม บริษัทเบียร์ชื่อดังเข้าร่วมประมูลมาได้ 7 ตัว แล้วมอบมันกลับคืนให้เด็กๆนายายอาม พร้อมกับบริจาคให้อีก 3 แสนบาท(ไวจริงๆ ก่อนนี้ไม่ยักกะสนใจครับ แต่ก็ถือว่าเยี่ยม)

ปัจจุบัน พอล และ รุ่งทิวา รับหน้าที่สอนภาษาอังกฤษให้เด็กๆโรงเรียนนายายอาม เซลติกยังคงให้ความช่วยเหลือต่อมา และทุกครั้งที่มีโอกาสก็มักจะเชิญชวนเด็กไทยโรงเรียนนายายอามไปร่วมเดินขบวนขับร้องเพลงของทีมในสนาม

มันคือความประทับใจที่ต้องรอให้คนต่างชาติต่างพันธุ์เห็นก่อนนะครับ เพราะขนาดที่ว่าไม่รับเด็กดาวน์ซินโดรมเข้าเรียนนี่ก็ถือว่าแย่แล้ว บทความที่เขียนขึ้นมานี้มันมีทั้งความน่าประทับใจและน่าอับอายแฝงอยู่ในนั้นด้วย ขอบคุณ กลาสโกว์ เซลติก

ขอบคุณข้อมูลเรื่องราวดีๆจาก เฟซบุ๊คเพจ : Referee no 4 และ ติดตามเรื่องราวกีฬาดีๆได้ในเพจ Referee no 4 เพจกีฬาที่ไม่ได้มีแต่เรื่องฟุตบอล "