"สยามสปอร์ต" แจงเหตุ ส.บอล ยกเลิกสัญญา 4 ประเด็น

"สยามสปอร์ต" แจงเหตุ ส.บอล ยกเลิกสัญญา 4 ประเด็น
S! Sport

สนับสนุนเนื้อหา

นาย อดิศัย วารินทร์ศิริกุล ประธานกรรมการบริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคต จำกัด (มหาชน) และ ดร.สรายุทธ มหวลีรัตน์ กรรมการผู้จัดการบริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคต จำกัด (มหาชน) ร่วมแถลงข่าว กรณีที่สภากรรมการ สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ โดย "บิ๊กอ๊อด" พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง เป็นนายกสมาคมฯ ได้มีมติยกเลิกการดูแลสิทธิ์ประโยชน์ของ บริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคต จำกัด (มหาชน) ที่มีต่อสมาคมฯ โดย นายอดิศัย ชี้แจง 4 ประเด็นตามที่สภากรรมการ ระบุ ดังนี้

1.บ.สยามสปอร์ตฯ มีลักษณะสัญญาผูกขาด : "ไม่เป็นความจริง เนื่องจาก 10 กว่าปีก่อน มีบริษัทเอกชนเข้ามาดูแลสิทธิประโยชน์ของสมาคมฯ แต่สุดท้ายก็ได้ถอนออกไปเพราะประสบภาวะขาดทุน จากนั้นผู้บริหารสมาคมฯ สมัยนั้น ได้เข้ามาหารือกับ บ.สยามสปอร์ตฯ เพื่อขอให้เข้ามาช่วย ซึ่ง 5 ปีแรก บ.สยามสปอร์ตฯ ต้องขาดทุน ก่อนจะมีการฟื้นตัวจนถึงปัจจุบันที่มีรายได้เข้ามามากมาย ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องการผูกขาด แต่เป็นเรื่องความสามารถที่ บ.สยามสปอร์ตฯ สามารถจัดหาสปอร์นเซอร์มาได้และมีมูลค่าสูงขึ้นทุกปี"

2.บ.สยามสปอร์ตฯ ไม่มีการกำหนดค่าตอบแทนให้สมาคมฯ : "ไม่เป็นความจริง เพราะเราทำสัญญามีการระบุชัดเจนถึงการกำหนดค่าตอบแทน ในสัญญาระบุว่า บ.สยามสปอร์ตฯ มีหน้าที่หารายได้และรับผิดชอบค่าใช้จ่าย ซึ่งที่เหลือจะแบ่งคนละครึ่งกับสมาคมฯ แต่หากขาดทุน บ.สยามสปอร์ตฯ จะรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว ซึ่งเรารับได้"

3.สมาคมฟุตบอลฯ ไม่มีอิสระในการบริหารงาน : "ขอชี้แจงว่าการบริหารงานของสมาคมฯ แบ่งออกเป็น 3 หน่วยงาน คือ 1.สมาคมฯ มีหน้าที่กำหนดนโยบาย โดยมีสภากรรมการ เป็นผู้ร่วมทำงาน 2.บจก.ไทยพรีเมียร์ลีก หรือ ทีพีแอล มีหน้าที่จัดการแข่งขัน โดยมีบอร์ดบริหารเป็นผู้ร่วมทำงาน และ 3.บ.สยามสปอร์ตฯ มีหน้าที่ดูแลสิทธิประโยชน์ โดยมีคณะกรรมการฯ เป็นผู้ร่วมทำงาน ซึ่งทั้ง 3 หน่วยงานก็แบ่งงานกันชัดเจน ดังนั้นจึงอยากเรียนถามว่าไม่มีอิสระในการทำงานตรงไหน"

4.สมาคมฯ ไม่สามารถวางแผนงบประมาณได้ด้วยตัวเอง : "สมาคมฯ ฟุตบอลมีรายได้เป็นที่แน่ชัดหลายทีม อาทิ เงินสนับสนุนจาก ฟีฟ่า, เงินจากสปอร์นเซอร์ที่สมาคมฯ หามาเอง และส่วนแบ่งสิทธิประโยชน์ ซึ่งไม่ใช่จำนวนเงินที่เยอะเท่าไหร่ โดยช่วงต้นปีประมาณเดือน มีนาคม 3 หน่วยงานคือ สมาคมฯ, บจก.ไทยพรีเมียร์ลีก และ บ.สยามสปอร์ตฯ จะมาคุยกันเรื่องรายรับ – รายจ่ายของแต่ละปี ซึ่งระบุชัดเจนว่าแบ่งกันคนละครึ่ง เพราะฉะนั้นทั้ง 3 หน่วยงานจะทราบตัวเลขที่ชัดเจนตั้งแต่เดือน มีนาคม และสามารถนำไปวางแผนได้ เพราะฉะนั้นประเด็นนี้จึงไม่เป็นความจริง"

นาย อดิศัย กล่าวเสริมต่อว่า บ.สยามสปอร์ตฯ มีสัญญาในการเป็นผู้ดูแลสิทธิประโยชน์ของสมาคมฯ ถึงปี 2560 ซึ่ง ณ ตอนนี้ยังไม่ได้รับหนังสือการขอยกเลิกสัญญาอย่างเป็นทางการจากสมาคมฯ ดังนั้นหากมีหนังสืออย่างเป็นทางการมาถึงเมื่อไหร่ ก็จะดำเนินการตามสิทธิ์ที่พึงมี เนื่องจาก บ.สยามสปอร์ตฯ มีสัญญาชัดแจน ดังนั้นจึงไม่สามารถยกเลิกกันได้ง่ายๆ

"เราพร้อมทำงานร่วมกับทุกฝ่าย แต่เราก็ต้องการความเป็นธรรมเช่นกัน ซึ่งเรายอมรับว่าไม่ทันตั้งตัวเหมือนกัน เพราะก่อนหน้านี้ได้ให้คุณสรายุธ มหาวลีรัตน์ ไปพูดคุยกับสมาคมฯ แล้ว และก็มีเอกสารสัญญาต่างๆ ชัดเจน แต่ไม่คิดว่าจะถูกยกเลิกสัญญาด้วยวิธีการผ่านสื่อฯ ซึ่งหากจะยกเลิกเราก็รับได้ แต่ต้องให้เกียรติกันและให้ความเป็นธรรมกับเราด้วย ส่วนการฟ้องร้องจะมีขึ้นหรือไม่ ยอมรับว่านั่นคือวิธีการสุดท้าย แต่เบื้องต้นหากมีหนังสือฯ มาเมื่อไหร่ ก็อยากจะใช้วิธีการพูดคุยกันก่อน เพราะเชื่อว่าเรื่องนี้สามารถเจรจากันได้"

ด้าน สรายุทธ มหวลีรัตน์ กล่าวว่า บ.สยามสปอร์ตฯ รู้สึกเป็นห่วงบรรดาสปอร์นเซอร์ที่มีสัญญาอยู่กับเรา ทั้งนี้เชื่อว่าการยกเลิกสัญญาฯ ที่ปรากฎออกมาตามสื่อฯ ไม่น่ามาจากการตัดสินใจของ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง เนื่องจากมีหนังสือแจกให้กับสื่อในทันทีหลังเสร็จสิ้นการประชุมสภากรรมการ เมื่อวานนี้ (7 มี.ค.) ซึ่งผิดวิสัย และตนเคยได้พูดคุยเป็นการส่วนตัวกับ พล.ต.อ.สมยศ ถึง 4 ครั้ง และสัมผัสได้ว่านายกสมาคมฯ เป็นคนที่น่ารักและมีเหตุผล