"บิ๊กอ๊อด" โต้ "ไม่ขอรับผิดเพราะไม่ได้ทำอะไรผิด"-ครั้งหน้าอาจฟ้องหากสื่อดังบิดเบือนอีก

"บิ๊กอ๊อด" โต้ "ไม่ขอรับผิดเพราะไม่ได้ทำอะไรผิด"-ครั้งหน้าอาจฟ้องหากสื่อดังบิดเบือนอีก
S! Sport

สนับสนุนเนื้อหา

หลังจากมีกระแสการตัดสินที่ขัดใจแฟนบอลของทีมงานผู้ตัดสินในเกมชิงถ้วยพระราชทาน ก. นัดที่ "บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด" เอาชนะ "เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด" 3-1 เมื่อวันที่ 20 ก.พ. ที่ผ่านมา

และมีหนังสือพิมพ์กีฬาชื่อดังฉบับหนึ่งพาดหัวข่าวในทำนองบิดเบือนข้อเท็จจริง โดยมีชื่อของ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย

ล่าสุดวันนี้ (22 ก.พ. 59) เพจ Fair ได้โพสต์ข้อความแถลงจาก "บิ๊กอ๊อด" มีใจความดังนี้

-----------------------------------------------------------

22 กุมภาพันธ์ 2559
เรียน บรรณาธิการหนังสือพิมพ์สยามกีฬา
สโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด
สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
แฟนฟุตบอลชาวไทยที่เคารพทุกท่าน

กรณีการทำหน้าที่ของผู้ตัดสิน นัดชิงถ้วยพระราชทาน ก เมื่อวันที่ 20 ก.พ. ที่ผ่านมา นั้น หลังจากผมสั่งพักการทำหน้าที่ของผู้ตัดสินทั้ง 3 ท่าน และตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว ก็ไม่คิดว่าจะให้ความเห็นเรื่องนี้อีก เพื่อให้กรรมการสอบสวนทำหน้าที่อย่างอิสระ

แต่หนังสือพิมพ์สยามกีฬา วันนี้ (22 ก.พ.) ทำให้ผมต้องพูดถึงเรื่องนี้อีก และจะเล่าเรื่องจริงให้ฟัง 2-3 เรื่อง ดังนี้

1. ผมไม่ได้รับผิดในเรื่องนี้ เพราะผมไม่ได้ทำอะไรผิด ผมขอชี้แจงว่า ในวันนั้นผมได้รับเชิญจาก พล.ท.ม.ล.สุปรีดี ประวิตร ผู้จัดการแข่งขัน ให้ไปทำหน้าที่อัญเชิญถ้วยพระราชทาน ก ในฐานะนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ แต่เมื่อไปถึงทางผู้จัดได้มาเชิญผมไปจับฉลากรายชื่อผู้ทำหน้าที่กรรมการผู้ตัดสินและผู้ช่วยผู้ตัดสิน ซึ่งก็ยินดีและได้จับรายชื่อเพียง 2 ท่านคือกรรมการฯ และกรรมการที่ 4 ส่วนผู้ช่วยผู้ตัดสินอีก 2 ท่าน พล.ท.ม.ล.สุปรีดีฯ เป็นผู้จับ ซึ่งกระบวนการคัดเลือก สรรหา ผู้ตัดสินทั้งหมด เป็นการดำเนินการของฝ่ายจัดการแข่งขัน คือ บริษัทสยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด(มหาชน) เอารายชื่อทั้งหมดที่สรรหา มาใส่ในโหล โหลละ 4-5 ชื่อ ให้ผมและ พล.ท.ม.ล.สุปรีดีฯจับขึ้นมาทำหน้าที่เป็นผู้ตัดสิน ต่อหน้าสื่อมวลชนก่อนการแข่งขันจะเริ่มขึ้น ซึ่งทุกอย่างได้เตรียมการกันไว้หมดแล้ว

ในฐานะนายกสมาคมฯ ผมเพียงแต่ไปจับฉลากตามที่ฝ่ายจัดการแข่งขันเชิญเท่านั้น ผมและสมาคมฯไม่ได้มีส่วนร่วมกับการสรรหา คัดเลือกผู้มาทำหน้าที่ผู้ตัดสิน เพราะสภากรรมการสมาคมชุดใหม่เพิ่งทำงานเมื่อวันที่ 19 ก.พ. ก่อนวันแข่งขันเพียง 1 วันเท่านั้น และถึงขณะนี้ก็ยังมิได้มีการส่งมอบหน้าที่กันแต่อย่างใด

ดังนั้น ฝ่ายจัดการแข่งขันน่าจะชี้แจงได้ดีกว่าว่า เหตุใดจึงเสนอชื่อผู้ตัดสินเหล่านี้มาทำหน้าที่ ฝ่ายจัดการแข่งขันน่าจะมีข้อมูลว่าผู้ตัดสินท่านใดมีความพร้อมที่จะทำหน้าที่มากน้อยเพียงใด เท่าที่ผมได้รับข้อมูล ทราบว่ามีผู้ตัดสิน จำนวน 3-4 ท่าน ถอนตัวไป เพราะไม่พร้อมทำหน้าที่

ผมเพียงแต่รู้สึกผิดหวังกับการทำหน้าที่ของผู้ตัดสินในวันนั้น ซึ่งทำให้ทีมและแฟนของทีม เอสซีจี เมืองทองฯ ต้องผิดหวัง และผู้ชนะคือทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ก็ไม่ภาคภูมิใจ ผมนั่งชมการแข่งขันโดยตลอดจึงทำให้ผมมองเห็นถึงความไม่มีมาตรฐานของกรรมการผู้ตัดสิน

กระบวนการเกี่ยวกับการสรรหาผู้ตัดสิน ดำเนินการกันมาก่อนที่ผมจะเป็นนายกสมาคมครับ ดังนั้นหากจะมีความผิดพลาด ก็คงจะไม่เกี่ยวกับผม ตรงกันข้าม ผมได้เริ่มต้นทำงานพัฒนาศักยภาพผู้ตัดสินทันทีในวันรุ่งขึ้น คือวันที่ 21 ก.พ. และได้ชี้แจงแนวทางการทำงานผ่านสื่อมวลชนทราบแล้ว

2. ผมไม่ได้กล่าวขอโทษสโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เพราะไม่มีเหตุผลที่ผมจะต้องไปกระทำเช่นนั้น แต่อย่างที่บอก ผมยอมรับว่าผิดหวังกับการทำหน้าที่ของผู้ตัดสิน และเห็นว่าเป็นความโชคร้ายของสโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ในขณะเดียวกัน ก็เป็นชัยชนะที่สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด คงจะไม่ภาคภูมิใจนัก

3. ผมขอยืนยันว่า ข้อความพาดหัวข่าวของหนังสือพิมพ์สยามกีฬาวันนี้ เป็นเท็จ แต่ผมคงจะไม่ฟ้องร้องดำเนินคดีที่ทำให้ผู้อ่าน ที่อาจจะหลงเชื่อและเข้าใจผมผิด แต่ขอว่าอย่านำเสนอข่าวในลักษณะนี้อีก เพราะจะส่งผลเสียต่อความน่าเชื่อถือของหนังสือพิมพ์สยามกีฬา และภาพลักษณ์ของสื่อกีฬาโดยรวม หากในอนาคตยังมีการนำเสนอข่าวและข้อมูลอันเป็นเท็จ ที่ทำให้ประชาชนเข้าใจผมไม่ถูกต้องอีก ผมคงต้องใช้สิทธิทางกฎหมาย เพื่อป้องกันชื่อเสียงเกียรติยศของผม เช่นกัน

จึงเรียนมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน
 
พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง
นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

-----------------------------------------------------------