"คริสต์มาส ทรูซ" หยุดฆ่ากันเพื่อแข่งฟุตบอล (โดย พิศณุ นิลกลัด)

"คริสต์มาส ทรูซ" หยุดฆ่ากันเพื่อแข่งฟุตบอล (โดย พิศณุ นิลกลัด)

"คริสต์มาส ทรูซ" หยุดฆ่ากันเพื่อแข่งฟุตบอล (โดย พิศณุ นิลกลัด)
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

25 ธันวาคม เป็นวันคริสต์มาส

คริสต์มาสปีนี้เป็นวันครบรอบ 101 ปี ของคริสต์มาส ทรูซ (Christmas Truce) หมายถึงการตกลงพักรบชั่วคราวของทหารอังกฤษและทหารเยอรมัน ซึ่งกำลังรบกันในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1

พักรบเพื่อแข่งฟุตบอลกัน

การพักรบเพื่อมาเตะฟุตบอลในวันคริสต์มาสครั้งนั้นเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม ปี ค.ศ.1914

ในวันนั้นทหารอังกฤษและเยอรมัน ซึ่งเข่นฆ่าทำสงครามกัน ได้วางอาวุธและลงเตะฟุตบอลร่วมกันเพื่อฉลองวันคริสต์มาส

มีการตั้งวงดื่มฉลอง ร้องรำทำเพลง รวมถึงการแลกเปลี่ยนของขวัญตามธรรมเนียมเทศกาลคริสต์มาสทุกประการ

ของขวัญชิ้นหนึ่งที่มีการมอบให้กันคือ ลูกฟุตบอล ที่นำมาใช้ในการแข่งขันเพื่อความสนุกของทหารอังกฤษและทหารเยอรมัน

การแข่งขันฟุตบอลเมื่อ 101 ปีก่อนระหว่างทีมทหารอังกฤษกับทีมทหารเยอรมันครั้งนั้น ทีมทหารเยอรมันเป็นฝ่ายชนะ 3 ต่อ 2 แข่งกันที่ผืนดินทำการเกษตรในเมืองเซ็นต์ อีฟส์ (Saint Yves) ประเทศเบลเยียม

เออร์นี่ย์ วิลเลี่ยมส์ ทหารผ่านศึกชาวอังกฤษสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่ยังมีชีวิตอยู่ เล่าถึงฟุตบอลนัดประวัติศาสตร์ครั้งนั้นว่า ตอนนั้นเขาอายุ 19 ปี เป็นหนึ่งในทีมที่ลงเตะฟุตบอลด้วย

วิลเลี่ยมส์เล่าว่าลูกฟุตบอลที่ใช้แข่งวันนั้นเป็นลูกฟุตบอลสภาพดี มีการสมมุติเขตประตูและเตะกันเพื่อความสนุกสนาน ไม่ได้เอาผลแพ้ชนะอย่างจริงจัง

ทุกคนเล่นฟุตบอลกันอย่างมีความสุข

พอถึงช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ระหว่างปี 1939 ถึง 1945

ฟุตบอลลีกในอังกฤษถูกยกเลิกอีกครั้งหนึ่ง โดยหยุดยาวนานถึง 7 ปีเพราะสถานการณ์ไม่เอื้ออำนวย

ในช่วงเวลาดังกล่าว มีนักฟุตบอลอาชีพชาวอังกฤษถึง 629 คนเป็นทหารร่วมรบในสงครามโลกครั้งที่ 2

แต่ฟุตบอลก็เป็นกีฬาที่ทหารอังกฤษใช้เล่นเพื่อคลายความเครียด และออกกำลังให้ร่างกายแข็งแรงในช่วงออกรบ

การเล่นฟุตบอลกระชับมิตรระหว่างทหารอังกฤษและทหารเยอรมันที่สู้รบฆ่าฟันกันในสงครามโลกครั้งที่ 1 นับเป็นสัญลักษณ์แสดงให้เห็นว่า กีฬาฟุตบอลสามารถนำมาใช้ในการสร้างมิตรภาพ และท่ามกลางความโหดเหี้ยมของสงคราม มนุษย์ก็ยังมีมนุษยธรรม มีความรักสันติอยู่ในหัวใจ

การหยุดพักรบวันนั้น ทำให้ทหารลืมสงคราม ลืมการเข่นฆ่ากันไปชั่วขณะ ได้ใช้ชีวิตสนุกสนานอย่างมนุษย์ทั่วไปอีกครั้งหนึ่ง

นอกจากคริสต์มาส ทรูซ เมื่อปี 1914 แล้ว เมื่อปี 2005 ก็มีการนำฟุตบอลมาใช้หยุดสงครามในทวีปแอฟริกา

โดย ดีดิเย่ร์ ดร็อกบา (Didier Drogba) อดีตนักเตะทีมเชลซีชาวไอวอรี่ โคสต์ เป็นผู้ขอร้องให้ประเทศของเขายุติสงครามกลางเมืองลงชั่วคราว เพื่อให้คนในชาติช่วยกันส่งแรงใจเพื่อเชียร์ทีมชาติไอวอรี่ โคสต์ ที่สามารถเข้าแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่ประเทศเยอรมนี เมื่อปี 2006 ได้สำเร็จ

ทันทีที่ทีมไอวอรี่ โคสต์ แข่งคัดเลือกเสร็จเมื่อเดือนตุลาคม ปี 2005 จนสามารถเข้าไปแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ดร็อกบาได้คุกเข่าขอร้องเพื่อนร่วมชาติในห้องพักนักกีฬาโดยมีเพื่อนๆ ร่วมทีมให้กำลังใจ

การอ้อนวอนขอร้องของดร็อกบามีการถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศ เขาขอให้ทุกคนในชาติหยุดสงครามกลางเมืองที่ยืดเยื้อมานานถึง 5 ปี เพื่อผนึกกำลังส่งแรงเชียร์ให้กับทีมชาติ

หลังจากการอ้อนวอนของดร็อกบาผ่านไป 1 สัปดาห์ สงครามกลางเมืองได้ประกาศพักรบเป็นครั้งแรกตามคำขอร้องของเขา

ทำให้ดร็อกบาได้รับการยกย่องชื่นชมยินดีจากคนทั่วโลกว่าเขาเป็นผู้มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งทำให้สงครามการเมืองภายในประเทศที่กินเวลายืดเยื้อยาวนานตั้งแต่ปี 2001 ถึง 2007 ยุติลงเป็นครั้งแรก

คอลัมน์ "คลุกวงใน" มติชนสุดสัปดาห์ 18-24 ธันวาคม 2558

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล