"ช้างศึกเวอร์ชั่นอัพเดท" ความภาคภูมิใจของแฟนบอลไทย // (โดย น้องเพชร)

"ช้างศึกเวอร์ชั่นอัพเดท" ความภาคภูมิใจของแฟนบอลไทย // (โดย น้องเพชร)

เชื่อว่ากระแส "ความฟิน" ยังคงอบอวลจากช่วงหัวค่ำวานนี้ เมื่อ สนามราชมังคลากีฬาสถาน ได้กลายเป็นจุดปล่อย "คลื่นความสุข" กระจายออกไปทั่วบริเวณ ครอบคลุมทุกซอกหลืบแผ่นดินไทย

แม้ "ทัพช้างศึก" จะทำแฟนบอลใจหายใจคว่ำ "โดนก่อน" อย่างรวดเร็ว จนต้องปรับกระบวนทัพกันใหม่ตั้งแต่ต้นเกม

แต่ยังดีที่ขุนพลทีมชาติไทยของเราไม่เสียสมาธิ ค่อยๆเล่นตามเกมของตัวเอง จนในที่สุดก็ "ปลดล็อก" ได้ก่อนจบครึ่งแรก จากการประสานงานของคู่พี่น้อง "อัสสัมธนฯ"

"เจ้าอุ้ม" ธีราทร บุญมาทัน แบ็กซ้ายกัปตันทีม ครอสเข้ามาอย่างเหมาะเหม็งให้ "เดอะ มุ้ย" ธีรศิลป์ แดงดา โหม่งเน้นๆเสียบเสาลูกนั้น

ถ้าเทวดาบนฟ้ามีจริง คงได้ตกใจกับเสียงเฮสนั่นของแฟนบอลไทยบ้างล่ะ!

ที่เหลือก็อย่างที่เห็น ทีมชาติไทยของเราเป็นฝ่ายคุมเกมได้เหนือกว่า ด้วยความสามารถเฉพาะตัวและรูปแบบการเล่นที่ชัดเจน จนเป็นที่มาของประตูขึ้นนำ 2-1 โดย ปกเกล้า อนันต์

แต่ชีวิตไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบ 100% ประตูตีเสมอ 2-2 ของไต้หวัน ยังเป็นอะไรที่เรา "ไม่น่าเสีย" การสื่อสารระหว่างแผงหลังของเราต้อง "ดีกว่านี้" หากคิดจะไปยืนแถวหน้าของเอเชีย

จังหวะนี้ เราไม่อาจโทษ "ทริสตอง โด" เพียงคนเดียวได้ กับการหลุดตำแหน่งรับผิดชอบด้านขวา เข้าไปช่วย "คู่เซนเตอร์ฯ" อย่าง "ธนบูรณ์ & สุทธินันท์" แบบไม่จำเป็น

ทุกคนในทีมต้องรับผิดชอบร่วมกันครับ ความผิดพลาดเป็นส่วนหนึ่งของฟุตบอล และ "เจ้าโด" ก็วิ่งขึ้น-ลง ช่วยทีมรุก-รับอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยตลอดทั้งเกม ทำให้ไม่มีอะไรที่เราจะให้ร้ายแบ็กลูกครึ่งขวัญใจสาวๆคนนี้ได้เลย

ภาพตัดมาที่ "โค้ชซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ซึ่งวันนี้โชว์สกิล "ยอดโค้ช" ออกมาให้เห็นอีกครั้ง กับการ "พลิกเกม" ด้วยผู้เล่นตัวสำรองที่ส่งลงไป

"เจ้าเจ" ชนาธิป สรงกระสินธ์ เก่งแค่ไหนไม่รู้ รู้แค่ว่าผู้เล่นไต้หวันต้องล็อกคอจนลอยละลิ่วสู่ความเวิ้งว้างอันไกลโพ้น ถึงจะเอาอยู่..

"AK9" อดิศักดิ์ ไกรสร ตอกย้ำให้เห็นถึงการเข้าฮอสจบสกอร์อันเฉียบขาด ไม่แปลกใจที่เป็นดาวยิงสูงสุดของทีมชาติในยุคซิโก้..

และไม่พูดถึงไม่ได้ "ซูเปอร์แมน" ธนา ชะนะบุตร แข้งวัย 31 ปีสังกัดเพื่อนตำรวจ "ของดีลีกวัน" ที่ลงมาซอยยิกๆๆ ให้แข้งตี๋น้อยกินฝุ่นกันถ้วนหน้า ก่อนจบเกมด้วยผลงานระดับ "มาสเตอร์พีซ" 1 ประตู 1 แอสซิสต์..

ส่วนไฮไลต์กระฉ่อนทั่วโซเชี่ยล "จังหวะเดือด" ของซิโก้ vs หมายเลข 17 กัปตันทีมไต้หวัน ที่สุดทนเมื่อเห็น ธีราทร โดนเปิดปุ่มเข้าสกัดต่อหน้าต่อตา ยังดีที่ เจ้าอุ้ม ชักเท้าหลบได้ทัน

และยังดีกว่า ที่เป็น "ทีมชาติไทยเวอร์ชั่นอัพเดท" แล้ว บางคนบอกว่าถ้าเป็นเวอร์ชั่นเก่า สมัยยังเป็น "อุ้มคนเดิม" ไม่แน่ สิ่งที่แข้งไต้หวันอาจได้ "เพิ่มเติม" คือหมัดซ้าย!! (ฮาาา)

ไม่ได้มีเจตนาขุดอดีต รื้อฟื้นภาพลักษณ์เก่าๆของทีมชาติไทย มาให้แฟนบอลอ่านแล้วตะขิดตะขวงใจใดๆนะครับ ผมยังยืนยันคำเดิมว่า "ชื่นชม" ทีมชาติไทยยุคใหม่นี้เสมอ หรือจะพูดให้ชัดเจนคือ "ยุคซิโก้" นี่แหละ

"อุ้ม-ธีราทร" ด้วยวัยวุฒิ, ฝีเท้า และทัศนคติ ที่เติบโตขึ้น ไม่มีใครอีกแล้วที่เหมาะสมกับ "ปลอกแขนกัปตันทีม" เท่าแข้งบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด คนนี้

ไม่มีอีกแล้ว ทีมชาติไทยที่เล่นกันสะเปะสะปะ ขัดใจคนดู..

ไม่มีอีกแล้ว ทีมชาติไทยที่ระงับอารมณ์ไม่อยู่ ใบเหลือง-แดงปลิวว่อน เมื่อผลการแข่งขันไม่ได้ดั่งใจ..

ไม่มีอีกแล้ว การแบ่งพรรคแบ่งพวกในแคมป์ทีมชาติ จะ บุรีรัมย์, เมืองทอง, ชลบุรี, เทโร ฯลฯ เมื่อตราช้างศึกอยู่บนอก ทุกคนคือเพื่อน คือพี่ คือน้อง กันหมด..

ขอบคุณทุกคนที่มีส่วนร่วมในการ "แก้ไขบั๊ก กำจัดไวรัส" อัพเดทเวอร์ชั่นจนทำให้ "ฟุตบอลทีมชาติไทย" เหมือนได้เกิดใหม่ มีแสงสว่างรออยู่ที่ปลายอุโมงค์ซะที หลังจากมืดมิดมานาน

เห็นบางคนบอกว่าเริ่ม "มองหาที่พักในรัสเซีย" กันแล้ว ก็น่ารักดีครับ เป็นมุกที่ทำให้รู้ว่าแฟนบอลมีความสุขมากแค่ไหนกับผลงานทีมชาติ

ถึงตรงนี้ กับเวทีฟุตบอลโลก 2018 เราเข้ารอบ 12 ทีมสุดท้ายไปแล้วกว่า 90% แต่ยังไงก็ต้องช่วยกันลุ้น ช่วยกันเชียร์กันต่อ บอกเลยว่ารอบต่อไป "เหนื่อยกว่านี้ร้อยเท่า" แน่นอน

อย่างไรก็ดี ขอให้เล่นกันแบบนี้ สปิริตเต็มเปี่ยมแบบนี้ ผลลัพธ์สุดท้ายจะ "ได้ไป" หรือ "ไม่ได้ไป" ฟุตบอลโลก

ผมว่ามันไม่สำคัญเท่ากับ "ความภาคภูมิใจ" ของแฟนบอล ที่ได้บอกชาวโลกว่าเป็นคนไทย และเชียร์ฟุตบอลทีมชาติไทย ครับ

เรื่องโดย "น้องเพชร"