สกู๊ป : ต้องมีคนสงสัย.. ทำไม FIFA Ranking ไม่ตอบโจทย์?

ในการแข่งขันทุกชนิดย่อมต้องมีการจัดอันดับ ไม่ว่าจะเป็น สอบแข่งขัน หรือ การแข่งขันกีฬา ซึ่งแต่ละประเภท ก็จะมีวิธีจัดอันดับที่แตกต่างกัน หากแต่สิ่งหนึ่งที่ “ควรจะ” เหมือนกันคือ อันดับนั้นจะต้องแสดงให้เห็นถึง คุณภาพของทีมหรือบุคคลนั้นๆเมื่อเทียบกับคู่แข่งขัน
วิธีการจัดอันดับนั้น มีอยู่มากมายตัวอย่างเช่น การสอบเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย ซึ่งสมัยก่อนคิดคะแนนจากการสอบครั้งเดียว แต่ด้วยกลัวว่าเด็ก ม.6 จะเครียดเกินไป เลยเปลี่ยนไปใช้คะแนนตลอดการเรียน ม.ปลายเข้ามาร่วมด้วย (ซึ่งเด็กบางคนบอกว่า เปลี่ยนจากเครียดปีเดียว กลายเป็นเครียด 3 ปี…) และอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงต่อไปอีกในอนาคต (คิดคะแนน ม.ต้นด้วย ???)
สำหรับวงการกีฬานั้น จะนับเอาผลงานมาเป็นตัวบ่งชี้ บ้าง 2 ปี บ้าง 4 ปี โดยมีคะแนนพิเศษให้กับการแข่งขันรายการใหญ่อย่าง แกรนด์แสลม หรือ ฟุตบอลโลก เป็นต้น

กวาดตามาดูการจัดอันดับโลกของฟุตบอลโดย FIFA ล่าสุด เชื่อว่าหลายๆคนคงมีคำถามถึงประสิทธิภาพในการวัดผลอยู่ไม่น้อย เมื่อทีมชาติไทยของเราอันดับร่วงลงไปอีก ทั้งที่เพิ่งโชว์ฟอร์มแกร่ง ชนะไต้หวัน(ชุดใหญ่ในรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก) และพลิกนรกเสมอกับทีมชาติอิรัก ทีมอันดับ 8 ของเอเชียไป
มิใช่เพียงคนไทยที่สงสัย หากแต่หลายๆอันดับล้วนชวนให้เลิกคิ้ว เมื่อทีมที่ไม่เคยประสบความสำเร็จในระดับนานาชาติอย่าง เบลเยี่ยม ยึดหัวหาดทีมอันดับ 3 ของโลก!!!! (อันที่จริงก่อนหน้านี้อยู่ในอันดับ 2 เหนือแชมป์โลกทีมล่าสุดอย่าง เยอรมัน ด้วยซ้ำ) หรือ โปรตุเกส ของยอด ซุป’ตาร์ 500 ประตู คริสเตียโน่ โรนัลโด้ หรือจะเป็นทีมชาติเวลส์ ที่อยู่ในอันดับ 8 เหนือ อังกฤษในอันดับ 10

10 อันดับแรก ล่าสุดประจำวันที่ 1 ต.ค. 58 (คลิ๊กดูเต็มๆทั้งหมดที่นี่)
ถามว่า FIFA คิดคะแนนยังไง? สรุปง่ายๆคือใช้ผลงานในรอบ 4 ปีที่ผ่านมาในอัตราส่วนลดหลั่นลงไป (ข้อมูลเพิ่มเติม ติดตามได้ที่ เวบไซต์ทางการของ FIFA) ฉะนั้นและฉะนี้ ยอดทีมอย่าง “เซเลเซา” บราซิล จึงร่วงไปอยู่ในอันดับ 7 ด้วยผลงานสุดบู่ในช่วงหลัง รวมถึงสเปนในอันดับ 6
ถามต่อว่าอันดับโลกถูกนำไปใช้อย่างไร?… FIFA ใช้การจัดอันดับนี้ ในการแบ่งทีมวางในการแข่งขันระดับนานาชาติ ซึ่งหลายๆครั้งก็สร้างความผิดเพี้ยนไปมาก (ตัวอย่างเช่นไทย กับ เวียดนาม เมื่อเวียดนามอยู่ในอันดับสูงกว่า แต่ต้องมาจอดรถบัสที่สนามราชมังคลาฯในรอบคัดเลือกฟุตบอลโลกนัดก่อน)

เมื่ออันดับโลกมีความสำคัญเช่นนี้ หลายๆเสียงเริ่มมีการท้วงติง ในเรื่องของ “ประสิทธิภาพ” ของการวัดผลแบบนี้ ซึ่งคงไม่มีความเปลี่ยนแปลงใดๆในอนาคตอันใกล้นี้ (อย่างน้อยก็จนกว่าจะได้ประธาน FIFA คนใหม่) สิ่งที่เราทำได้คือเล่นให้ดีที่สุด และชนะให้ได้ทุกนัดที่ลงเพื่อไต่อันดับขึ้นไปเรื่อยๆ ก่อนที่จะถึงรอบ 12 ทีมสุดท้ายของเอเชีย
สุดท้ายถ้าจะมีการเปลี่ยนแปลงจริงๆ แฟนบอลอย่างเราคงได้แต่คาดหวังให้เป็นการจัดอันดับที่สะท้อนความเป็นจริง ไม่ใช่การจัดแชมป์โลกแบบมวย ที่ครั้งหนึ่งเคยจัดให้ เวลส์ เป็นแชมป์โลก หลังชนะ อังกฤษ ที่เพิ่งคว้าแชมป์โลกมาเมื่อปี 1966
เมื่ออันดับโลกนั้นสำคัญ … การคิดคะแนนก็สำคัญเช่นกัน…
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี



