รอนด้า : คู่ชกของ"ฟลอยด์"ที่โลกรอคอย

เช้าวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน ตามเวลาเมืองไทย ฟลอยด์ เมย์เวตเธอร์ จูเนียร์ จะขึ้นชกกับ อังเดร เบอร์โต้
เบอร์โต้เป็นนักมวยโนเนม การชก 6 ครั้งล่าสุดของเขาแพ้ถึง 3 ครั้ง
หลายคนมองว่าการชกครั้งนี้ของฟลอยด์เป็นเรื่องโจ๊ก ฟลอยด์ขึ้นชกเพียงแค่ต้องการทำสถิติชก 49 ครั้ง ชนะ 49 ครั้งให้เท่ากับตำนานที่ ร็อกกี้ มาร์เซียโน ยอดนักชกรุ่นเฮฟวี่เวตเคยทำไว้ในอดีต
ฟลอยด์ได้ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ว่า การชกครั้งที่ 49 ของเขาจะเป็นการชกครั้งสุดท้ายก่อนแขวนนวม
เกจิกีฬาหลายคนทำนายว่า ที่ฟลอยด์ประกาศว่าการชกครั้งที่ 49 จะเป็นการชกอำลานั้น ท่าทางคงจะเป็นแผนทางการตลาดเพื่อเรียกคนดู เพราะเดี๋ยวอีกภายใน 1 ปี ก็จะออกมาประกาศมุขเก่าๆ ว่า คิดถึงวงการมวย ขอกลับมาขึ้นชกอีกเป็นครั้งที่ 50 เพื่อทำสถิติชนะรวด 50-0 ให้ดูเป็นสถิติตัวเลขที่สวยงาม ไม่มีใครลบล้างได้
และหากฟลอยด์กลับมาชกครั้งที่ 50 ตามที่บรรดาเกจิกีฬาคาดเอาไว้ คู่ต่อสู้ที่แฟนๆ กีฬาอยากเห็นเป็นอย่างมากกลับไม่ใช่นักมวยชาย แต่เป็น รอนด้า เราซี่ย์ ยอดนักต่อสู้หญิงศิลปะป้องกันตัวแบบผสมผสาน หรือ Mixed Martial Arts (MMA)!

ณเวลานี้ ไม่มีนักต่อสู้ศิลปะป้องกันตัวแบบผสมผสานคนไหน โด่งดังเทียบเท่า รอนด้า เราซี่ย์
เมื่อวันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา รอนด้า น็อก เบธ คอร์เรอา คู่ต่อสู้ชาวบราซิลภายในเวลาเพียง 34 วินาทีของยก 1 รักษาสถิติขึ้นเวทีต่อสู้ 12 ครั้ง ชนะทั้ง 12 ครั้งไม่เคยแพ้ใครเหมือนกับฟลอยด์
รอนด้าเองออกมาให้สัมภาษณ์อยู่เป็นระยะว่าเธอพร้อมที่จะขึ้นสังเวียนสู้กับฟลอยด์ หากเป็นการต่อสู้แบบศิลปะป้องกันตัวแบบผสมผสาน ไม่ใช่มวยสากล
ก่อนหน้านี้รอนด้าเป็นนักยูโดเหรียญทองแดงโอลิมปิกปี 2008 ที่กรุงปักกิ่งมาแล้ว ท่าไม้ตายเอาชนะคู่ต่อสู้ของเธอคือการจับทุ่มและดัดแขนขาคู่ต่อสู้จนเจ็บปวดทนไม่ไหวจนขอยอมแพ้
รอนด้ามั่นใจว่าเธอสามารถเอาชนะฟลอยด์ได้ ด้วยการจับทุ่มและดัดแขนขาที่เป็นท่าทีเด็ดของเธอ
แต่ฟลอยด์ไม่สนใจคำท้าของรอนด้า
เขาบอกว่าเป็นเรื่องไร้สาระ เขาจะไม่ลดตัวลงไปสู้กับศิลปะป้องกันตัวแบบผสมผสาน แถมเป็นผู้หญิง
การต่อสู้ระหว่างเขากับรอนด้า ยังไงก็ไม่มีวันเกิดขึ้น เพราะไม่ว่าจะชนะหรือแพ้ เขามีแต่เสียกับเสีย
แต่คนในวงการกีฬาหลายคนเชื่อว่า หากมีการต่อสู้ของทั้งสองคนนี้เกิดขึ้นมาจริงๆ รอนด้ามีโอกาสสูงที่จะเอาชนะฟลอยด์!
รอนด้าเป็นหญิงแกร่ง ดุดัน มีความมั่นใจสูงมาก แต่ก็มีปัญหาใหญ่เช่นเดียวกับผู้หญิงทั่วโลก นั่นคือเรื่องน้ำหนักตัว
สมัยที่รอนด้าเป็นนักยูโดทีมชาติสหรัฐอเมริกา เธอลงแข่งขันโอลิมปิกปี 2008 รุ่น 70 ก.ก. ที่กรุงปักกิ่งได้เหรียญทองแดง
รอนด้าเปิดเผยว่า ตอนที่เก็บตัวเพื่อแข่งขันยูโดโอลิมปิก เธอเป็นโรครับประทานอาหารผิดปกติ หรือ Eating Disorder เพราะต้องควบคุมน้ำหนักไม่ให้เกินพิกัด 70 กิโลกรัม
วิธีการลดน้ำหนัก มีทั้งทานอาหารแล้วล้วงคออาเจียนออกมา หรืออดอาหาร เพราะเวลาที่เธอทานจนอิ่ม เธอจะมีความรู้สึกผิด
รอนด้าเล่าว่าสมัยนั้นไม่มีคนแนะนำเรื่องโภชนาการ มีแต่โดนตะคอกใส่ถ้าไม่สามารถทำน้ำหนักให้อยู่ในพิกัด
ในปัจจุบัน รอนด้ามีนักโภชนาการให้คำแนะนำเรื่องการทานอาหารเมื่อไม่ต้องฟิตตัวก่อนแข่งขัน
รอนด้าเป็นนักสู้ในรุ่นน้ำหนักไม่เกิน 61 กิโลกรัม เธอสูง 170 เซนติเมตร เวลาที่ไม่ขึ้นสังเวียนชก รอนด้าจะปล่อยน้ำหนักตัวให้ขึ้นไปอยู่ที่ 68 กิโลกรัม เพราะเธอเห็นว่าเหมาะกับตัวเธอ ทำให้สามารถทานอาหารและใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีความสุข
ตอนที่รอนด้าเป็นนางแบบถ่ายชุดว่ายน้ำให้กับนิตยสาร สปอร์ตอิลลัสสเทรเทด สวิมสูท เอ็ดดิชั่น (Sport Illustrated Swimsuit Edition) หรือฉบับชุดว่ายน้ำประจำปีนี้ เธอปล่อยให้น้ำหนักขึ้นกว่าตอนแข่งเพื่อรูปร่างจะได้มีส่วนเว้าส่วนโค้งแบบผู้หญิง ไม่ใช่กล้ามใหญ่ตัวบึ้กเหมือนผู้ชาย
รอนด้าบอกเวลาที่เธอมีเนื้อมีหนัง เป็นรูปร่างที่เธอเห็นว่าตัวเธอดูดึงดูดใจที่สุด
รอนด้าพูดถึงเรื่องการควบคุมอาหาร ออกกำลัง เพื่อได้รูปร่างที่ต้องการว่า สมัยก่อนเธอคิดว่า หากสามารถลดน้ำหนักได้เท่านั้นเท่านี้ ให้มีรูปร่างอย่างที่เธอตั้งเป้าไว้จะทำให้เธอมีความสุข
แต่พอมีรูปร่างดีอย่างที่ฝันไว้ กลับไม่ได้ทำให้เธอมีความสุข ดังนั้น รอนด้าจึงได้คิดว่า สิ่งสำคัญคือต้องทำให้ใจตัวเองมีความสุขก่อน รูปร่างที่ดีถึงจะตามมา
คอลัมน์ คลุกวงใน โดย พิศณุ นิลกลัด
ที่มา : มติชนสุดสัปดาห์ 11 ก.ย. 2558
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี



