UEFA ออกแถลงการณ์เดือด หลัง FIFA วางแผนตั้งบริษัทเอกชนบริหารธุรกิจฟุตบอลโลก

UEFA ออกแถลงการณ์เดือด หลัง FIFA วางแผนตั้งบริษัทเอกชนบริหารธุรกิจฟุตบอลโลก

UEFA ออกแถลงการณ์เดือด หลัง FIFA วางแผนตั้งบริษัทเอกชนบริหารธุรกิจฟุตบอลโลก
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (UEFA) ออกแถลงการณ์แสดงจุดยืนอย่างหนักแน่นว่า "ฟุตบอลโลกไม่ใช่สินทรัพย์ที่มีไว้ซื้อขาย"

หลังจากสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) เปิดเผยแผนจัดตั้งบริษัทเอกชนแห่งใหม่เพื่อบริหารด้านธุรกิจของการแข่งขันภายใต้การดูแลขององค์กร ตามรายงานของ standard

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา FIFA เปิดเผยว่ากำลังผลักดันการจัดตั้งบริษัท FIFA Forward Enterprise (FFE) ซึ่งจะรับหน้าที่บริหารจัดการสิทธิทางการค้า และดูแลการดำเนินงานของทัวร์นาเมนต์ต่างๆของ FIFA โดยแผนดังกล่าวยังต้องได้รับความเห็นชอบจากสมาคมฟุตบอลสมาชิกและสภา FIFA ก่อนจึงจะมีผลบังคับใช้

afp__20260719__c2lh4ek__v1__m

FIFA ระบุว่า การก่อตั้ง FFE จะช่วยเพิ่มงบประมาณสำหรับการพัฒนาฟุตบอลให้กับสมาคมฟุตบอลทั่วโลกอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมตั้งเป้าใช้งบด้านการพัฒนาฟุตบอลรวมกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 330,000 ล้านบาท) ในช่วง 4 ปีข้างหน้า

นอกจากนี้ FIFA ยังเปิดเผยว่า หากโครงการได้รับการอนุมัติ จะคัดเลือกนักลงทุนระยะยาวอย่างรอบคอบ เพื่อเข้าถือหุ้นส่วนน้อยที่ไม่มีอำนาจควบคุมใน FFE โดยกลุ่มนักลงทุนจะนำโดยบริษัท Thrive Eternal ซึ่งก่อตั้งเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาโดย โจชัว คุชเนอร์ น้องชายของ จาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยของประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์

อย่างไรก็ตาม UEFA ออกแถลงการณ์ตอบโต้ทันทีว่า "นี่คือการก้าวข้ามเส้นที่องค์กรปกครองฟุตบอลไม่ควรก้าวข้าม"

 afp__20260719__2286811745__v1

"UEFA ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างยิ่ง เช่นเดียวกับที่สมาคมฟุตบอลแห่งชาติ ลีก สโมสร นักเตะ แฟนบอล รัฐบาล และทุกฝ่ายที่ห่วงใยอนาคตของวงการฟุตบอลควรให้ความสำคัญ"

"จิตวิญญาณและธรรมาภิบาลของฟุตบอลไม่ใช่ทรัพย์สินที่นำมาซื้อขายได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อไม่มีความโปร่งใสว่าใครจะเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์ทางการเงิน พวกเราไม่มีใครเป็นเจ้าของฟุตบอล และฟุตบอลก็ไม่ใช่สิ่งที่ FIFA จะนำออกมาขายได้"

ด้าน The Times รายงานว่า จานนี อินฟานติโน ประธาน FIFA อาจเข้ารับตำแหน่งกรรมาธิการหรือประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ FFE ตั้งแต่ปี 2031 เป็นต้นไป ขณะที่เจ้าตัวกำลังเตรียมลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นประธาน FIFA อีกสมัยในการเลือกตั้งปีหน้า ซึ่งมีวาระคราวละ 4 ปี

 afp__20260622__2282819382__v1

อย่างไรก็ตาม FIFA ไม่ได้กล่าวถึงบทบาทของ อินฟานติโน ใน FFE โดยระบุเพียงว่าบริษัทดังกล่าวจะยังอยู่ภายใต้การเป็นเจ้าของและการควบคุมของ FIFA ทั้งหมด ซึ่งมีการประเมินมูลค่าบริษัทไว้ที่ราว 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 660,000 ล้านบาท)

รายได้ส่วนใหญ่ของ FIFA ยังคงมาจากการแข่งขันฟุตบอลโลกชาย โดยก่อนหน้านี้ The Guardian รายงานว่า ฟุตบอลโลก 2026 ที่จัดขึ้นในทวีปอเมริกาเหนือ สร้างรายได้สูงถึง 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 495,000 ล้านบาท)

FIFA ยังเปิดเผยว่าได้แต่งตั้ง JP Morgan ให้เข้ามาเป็นที่ปรึกษาเกี่ยวกับโครงการ FFE พร้อมยืนยันว่า นักลงทุนภายนอกจะถือหุ้นเพียงส่วนน้อย ไม่มีบทบาทในการบริหารงาน และเป็นการลงทุนในบริษัทย่อยของ FIFA ไม่ใช่การลงทุนใน FIFA โดยตรง พร้อมย้ำว่า "สำหรับ FIFA แล้ว ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง"

 afp__20260212__977m3nq__v1__m

องค์กรลูกหนังโลกยังยืนยันว่าจะยังคงมี อำนาจแต่เพียงผู้เดียว ในการกำกับดูแลกติกา การจัดการแข่งขัน ปฏิทินฟุตบอล รวมถึงการตัดสินใจด้านกฎระเบียบและกีฬา

แถลงการณ์ของ UEFA มีขึ้นหลังจาก อเล็กซานเดอร์ เซเฟริน ประธาน UEFA ตัดสินใจไม่เข้าร่วมชมรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกครั้งล่าสุด เพื่อแสดงการประท้วงต่อการตัดสินใจและแนวทางการบริหารหลายประการของ FIFA ที่เขาไม่เห็นด้วย โดยหนึ่งในประเด็นที่สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์คือแนวคิดการจัดตั้ง FFE ดังกล่าว

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล