"7 กีฬาที่เผาผลาญแคลอรีได้มากที่สุด" อันดับ 1 เซอร์ไพรส์สายสปอร์ต!

การออกกำลังกายมีหลายรูปแบบ แต่หากเป้าหมายคือการ เผาผลาญแคลอรี ลดไขมัน และควบคุมน้ำหนัก การเลือกชนิดของกีฬาก็เป็นปัจจัยสำคัญ
เว็บไซต์ okadoc รายงานว่า กีฬาแต่ละประเภทใช้พลังงานไม่เท่ากัน บางชนิดเน้นความเร็วและการเคลื่อนไหวต่อเนื่อง ทำให้ร่างกายต้องใช้พลังงานมากกว่าปกติ

นอกจากจะช่วยเบิร์นแคลอรีแล้ว การเล่นกีฬายังช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของหัวใจและปอด เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ พัฒนาความคล่องตัว และช่วยลดความเครียดได้อีกด้วย จึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งคนที่ต้องการลดน้ำหนักและผู้ที่อยากมีสุขภาพดีในระยะยาว
หากคุณกำลังมองหากีฬาที่ช่วยเผาผลาญพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลองมาดูกันว่า 7 กีฬาที่เผาผลาญแคลอรีได้มากที่สุด มีอะไรบ้าง พร้อมเหตุผลว่าทำไมกีฬาแต่ละชนิดจึงช่วยให้ร่างกายใช้พลังงานได้สูงกว่ากีฬาทั่วไป
7 กีฬาที่เผาผลาญแคลอรีได้มากที่สุด

1. สเก็ตน้ำแข็ง (Ice Skating)
ในบรรดาการเล่นสเก็ตน้ำแข็งทั้งหมด สปีดสเก็ต เป็นประเภทที่เผาผลาญพลังงานได้มากที่สุด โดยสามารถเผาผลาญได้ สูงสุดประมาณ 800 แคลอรีต่อชั่วโมง
สาเหตุเพราะผู้เล่นต้องใช้แรงขาในการเร่งความเร็วอย่างต่อเนื่อง ขณะที่แขนช่วยรักษาสมดุล และกล้ามเนื้อแทบทุกส่วนของร่างกายต้องทำงานร่วมกัน โดยเฉพาะเวลาหมุนตัวหรือกระโดด

2. วิ่ง (Running)
การวิ่งถือเป็นหนึ่งในการออกกำลังกายที่ได้รับความนิยมมากที่สุด หากวิ่งด้วยความเร็วในระดับค่อนข้างสูง (ไม่ใช่การจ็อกกิ้ง) สามารถเผาผลาญพลังงานได้ สูงสุดประมาณ 800 แคลอรีต่อชั่วโมง
การวิ่งยังช่วยเสริมความแข็งแรงของหัวใจและปอด เพิ่มความอึดของร่างกาย และเป็นวิธีลดไขมันที่ทำได้ง่าย ไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์มากมาย

3. บาสเกตบอล (Basketball)
การเล่นบาสเกตบอลแบบเต็มสนามสามารถเผาผลาญพลังงานได้ประมาณ 740 แคลอรีต่อชั่วโมง
การวิ่ง เปลี่ยนทิศทาง กระโดด เลี้ยงบอล และการตั้งรับ ล้วนทำให้กล้ามเนื้อทั้งแขน ขา และลำตัวทำงานอย่างหนัก จึงเป็นอีกกีฬาที่ช่วยเผาผลาญพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

4. แร็กเก็ตบอล (Racquetball)
แร็กเก็ตบอลเป็นกีฬาที่ต้องเคลื่อนไหวตลอดเวลา จัดเป็นการออกกำลังกายแบบแอโรบิกความเข้มข้นสูง สามารถเผาผลาญได้ ราว 600 แคลอรีต่อชั่วโมง ในการเล่นระดับแข่งขัน
นอกจากช่วยเบิร์นไขมันแล้ว ยังช่วยพัฒนาความแข็งแรงของหัวใจและปอด การประสานงานของร่างกาย รวมถึงเพิ่มความยืดหยุ่นของแกนกลางลำตัว

5. ว่ายน้ำแบบเข้มข้น (Vigorous Swimming)
การว่ายน้ำเป็นการออกกำลังกายที่ใช้กล้ามเนื้อแทบทุกส่วนของร่างกาย และช่วยเผาผลาญแคลอรีได้ดี ปริมาณพลังงานที่ใช้ขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวและความหนักของการว่าย ยิ่งว่ายเร็วและมีน้ำหนักตัวมาก ก็ยิ่งเผาผลาญแคลอรีได้มากตามไปด้วย
ผู้ที่มีน้ำหนักประมาณ 58 กิโลกรัม หากว่ายน้ำท่าฟรีสไตล์ด้วยความเร็วปานกลาง สามารถเผาผลาญพลังงานได้สูงสุดประมาณ 590 แคลอรีต่อชั่วโมง ขณะที่การว่ายน้ำด้วยความเข้มข้นสูงสามารถเผาผลาญได้ประมาณ 413 แคลอรีต่อชั่วโมง

6. เทนนิสประเภทเดี่ยว (Singles Tennis)
การตีเทนนิสเพื่อความสนุกอาจเผาผลาญพลังงานไม่มากนัก แต่หากเป็นการแข่งขันประเภทเดี่ยวที่ใช้ความเข้มข้นสูง สามารถเผาผลาญได้ สูงสุดประมาณ 560 แคลอรีต่อชั่วโมง
ผู้เล่นต้องเหวี่ยงไม้เทนนิสซ้ำ ๆ พร้อมเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วทั่วสนาม การตีแต่ละครั้งยังต้องอาศัยแรงจากแขน ไหล่ ลำตัว และขา จึงใช้พลังงานค่อนข้างมาก

7. ฟุตบอล (Soccer)
ฟุตบอลเป็นกีฬายอดนิยมที่ช่วยเผาผลาญแคลอรีได้ดี โดยการเล่น 45 นาที สามารถเผาผลาญได้ประมาณ 400 แคลอรี สำหรับผู้ที่มีน้ำหนักราว 83 กิโลกรัม
แม้ผู้เล่นต้องวิ่งขึ้นลงตลอดทั้งเกม แต่อย่างไรก็ตาม การใช้พลังงานจะแตกต่างกันตามตำแหน่งในสนาม โดยตำแหน่งกองกลางมักเผาผลาญพลังงานได้มากที่สุด

บทสรุปสำหรับสายสปอร์ตที่ต้องการเบิร์นแคลอรี
หากเป้าหมายคือการเผาผลาญแคลอรีให้ได้มากที่สุด การวิ่งและสปีดสเก็ตน้ำแข็ง เป็นสองกิจกรรมที่ติดอันดับต้นๆ โดยสามารถเผาผลาญได้ถึง ประมาณ 800 แคลอรีต่อชั่วโมง
รองลงมาคือ บาสเกตบอล, แร็กเก็ตบอล, ว่ายน้ำ, เทนนิส และ ฟุตบอล ซึ่งล้วนเป็นกีฬาที่ช่วยเสริมความฟิตของร่างกาย ควบคู่กับการควบคุมน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ
(หมายเหตุ: ตัวเลขการเผาผลาญแคลอรีเป็นค่าประมาณ โดยอาจแตกต่างกันไปตามน้ำหนักตัว อายุ เพศ ระดับความฟิต และความหนักในการเล่นกีฬาแต่ละบุคคล)
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี




