“แว่น สิริรัตน์” อดีตนักบาสสาวหล่อ จากความดังชั่วข้ามคืน กับชีวิตที่เปลี่ยนไป

“แว่น สิริรัตน์” อดีตนักบาสสาวหล่อ จากความดังชั่วข้ามคืน กับชีวิตที่เปลี่ยนไป
S! Sport

สนับสนุนเนื้อหา

ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 20 ปีก่อน “แว่น” สิริรัตน์ ยนต์โยธินกุล อดีตนักบาสเกตบอลหญิงทีมชาติไทย

เป็นที่รู้จักในฐานะนักบาสเกตบอลหญิงที่มีความสามารถ อีกทั้งรูปร่างหน้าตาและบุคลิกใกล้เคียงหนุ่มหล่อ จนได้รับฉายาจากสื่อมวลชนว่าเธอคือ “ศรราม 2” 

ในยุคนั้นไม่มีใครไม่รู้จักเธอ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ชื่อของเธอค่อยๆ หายไปจากวงการกีฬา

ในวันนี้วันที่วงการกีฬาบ้านเราเต็มไปด้วยดาวเด่น Sanook! Sport จึงอยากพาทุกคนไปพูดคุยกับดาวเด่นคนนี้ว่าปัจจุบันเธอทำอะไร ความโด่งดังและวงการกีฬาให้คุณค่าอะไรกับชีวิตของเธอบ้าง

เหตุการณ์ที่ทำให้คุณเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปคืออะไร  เล่าให้เราฟังหน่อย

จริงๆ แล้วคนจำภาพตอนซีเกมส์ที่เชียงใหม่ ประมาณเดือนธันวาคมปี 2538  ตอนนี้ครบรอบ 20 ปีพอดี  เราเป็น 1 ใน 15 คนในซีเกมส์  

ปีนั้นได้แชมป์และเป็นการเล่นทีมชาติครั้งแรกที่แว่นไปญี่ปุ่น เด็กสุดเลยอายุ 18 ปี  นอกนั้นเป็นรุ่นพี่หมด ต่อจากนั้นมาแมทช์ที่ 2 ซีบร้า คัพ เป็นการจัดการแข่งขันครั้งแรกและประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ จัดที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี

และเป็นครั้งแรกที่ช่อง 7 ถ่ายทอดสด เป็นนัดเปิดสนาม มีเด็กนักเรียนมาดูกันเยอะ และแว่นมีโอกาสถือธง ก็เริ่มมีน้องๆ มาถามพี่ชื่ออะไร  มาตามเชียร์ทุกนัดเลย การแข่งขันครั้งนั้นก็ได้แชมป์อีก คนเริ่มรู้จักเรา

เริ่มมีนักข่าวเขียนข่าว ตอนนั้นพี่หนุ่มศรราม มีละครเรื่องผยอง ที่เล่นเป็นเหินฟ้าและดังมาก มีคนบอกว่าเราคล้ายๆ หนุ่มศรราม เลยได้ฉายาศรราม 2  ตอนนั้นเริ่มมีนักข่าวตาม และทำสกู๊ป ทีวีทุกช่องมาทำข่าว บังเอิญนุ๊ก สุทธิดา มาขอถ่ายรูป

จริงๆ เขาจะมาหาคุณพ่อ แต่เจอเราเลยขอถ่ายรูป (หัวเราะ) นักข่าวก็ทำข่าวว่า นุ๊ก สุทธิดา มาเชียร์พี่แว่นนะ ก็เลยยิ่งเป็นกระแส 

และคำว่าสาวหล่อต้นกำเนิดมาจากแว่นนะ  จำไม่ได้ว่าใครเรียก ไม่ทราบว่าเป็นน้าติ่งหรือเปล่า เพราะตอนแข่งก็จำไม่ได้ว่าใครเป็นคนพากย์  คนก็เรียกสาวหล่อตั้งแต่นั้นมาเลย เลยเป็นที่มาของความดัง และต้องขอบคุณพี่ๆ นักข่าวด้วยที่ทำให้ทุกคนรู้จักบาสเกตบอลและตัวเรามากขึ้น

 

หลังจากมีชื่อเสียงแล้ว คุณรับมือกับความโด่งดังนั้นอย่างไร

ใช้ชีวิตปกติเลย ตอนนั้นแว่นเด็กมาก อายุ 18 ปี  วันๆ ไม่ได้ไปไหน ชีวิตประจำวันเข้าห้องเรียนและซ้อมบาส ซ้อมหนัก เช้า กลางวัน เย็น วันเสาร์ก็ซ้อมเช้าถึงบ่าย วันอาทิตย์เหนื่อยก็พักผ่อน ประสบการณ์การใช้ชีวิตของแว่นจะน้อยกว่าเด็กคนอื่นที่ได้ไปเที่ยว ดูหนัง ฟังเพลง  นับได้เลยตั้งแต่ ม.1 – ม.6  เข้าโรงหนัง 2 -3  ครั้งเอง (ยิ้ม) ความดังที่เกิดขึ้นรู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากกว่า รู้สึกภูมิใจและดีใจที่คนรู้จักกีฬาบาสเกตบอลมากขึ้น

นักกีฬาหลายคนหมดตัวเมื่อไม่มีชื่อเสียง  ในฐานะที่เคยเป็นนักกีฬามาก่อน มีคำแนะนำอย่างไรในการจัดการ วางแผนการเงิน หรือวางแผนชีวิต

จริงๆ แล้วคิดว่านักกีฬาสมัยนี้โชคดีกว่าเมื่อก่อน รายได้ค่อนข้างเยอะ ด้วยเรื่องของเบี้ยเลี้ยงหรืออะไรหลายๆ อย่าง แว่นอยากให้เอานักกีฬารุ่นเก่าๆ มาเป็นอุทาหรณ์ เคยเจอรุ่นพี่คนหนึ่งพอเขาหมดผลประโยชน์ บริษัทที่เคยดูแลก็ไม่สนใจ 

แว่นอยากฝากว่าเวลาเราเป็นอะไรขึ้นมาไม่ต้องให้ใครมาช่วยเราต้องดูแลตัวเราเองให้ดีก่อน และใช้ชีวิตไม่ประมาทควรวางแผนชีวิตในอนาคตเผื่อไว้ด้วย เพราะกีฬามันมีหมดอายุ ไม่ต้องอายุเยอะหรอก แค่เจ็บป่วยขึ้นมาก็ไม่สามารถเล่นได้แล้ว เพราะกีฬาต้องใช้ร่างกายและจิตใจเป็นส่วนประกอบ

เคยมีคนถามแว่นว่า กีฬา “ร่างกายหรือสมองต้องมาก่อน”  แว่นตอบเลยว่าร่างกาย เพราะว่าถ้าสมองคิดได้แต่ร่างกายไม่แข็งแรง มันก็เล่นลำบาก และเราต้องไม่หลงระเริงกับชีวิต ถ้ามีขึ้น มันก็ต้องมีลง ให้คิดว่าทำอะไรให้กับคนอื่นได้บ้าง จงพยายามเป็นผู้ให้มากกว่าเป็นผู้รับ

และสิ่งที่ได้กลับคืนมาเราไม่ต้องไปคิดหรอกว่ามันจะดีหรือไม่ดี แล้วมันก็จะมีสิ่งดีๆ เข้ามาเอง บางทีนักกีฬาที่ได้เยอะๆ จากสังคม แว่นคิดว่าอยากให้คืนบ้าง เช่นทำกิจกรรมหรือช่วยรณรงค์ต่างๆ

พ่อแม่บางคนอยากส่งเสริมลูกให้เป็นนักกีฬา คิดว่าอาชีพนักกีฬาจะสามารถทำให้เรามีทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตได้ไหม

ต้องถามกลับไปว่า พ่อแม่อยากให้ลูกเล่นกีฬาชนิดไหน มันไม่เหมือนกัน ผู้ปกครองบางคนตั้งเป้าไว้ว่าลูกฉันต้องเป็นนักกีฬาสามารถสร้างเงินได้ อันนี้ก็จะเป็นบางกีฬา อย่างกอล์ฟถือว่าเป็นกีฬาที่รายได้ดี ถ้าสามารถไปถึงระดับหนึ่งได้ อย่างพี่ ธงชัย ใจดี

แต่ผู้ปกครองต้องดูลูกเราด้วยว่าเขามีพรสวรรค์ไหมที่จะสามารถไปถึงตรงนั้นได้ แต่ถ้าให้แว่นแนะนำจริงๆ อยากให้เล่นกีฬาทุกคนเลย เพราะมันทำให้ร่างกายแข็งแรง อาจทำให้เห็นพรสวรรค์ด้านนั้นๆ ทำให้รู้จักเข้าสังคมด้วย แต่สุดท้ายก็อยู่ที่พรแสวงในการฝึกฝนด้วย

ทุกวันนี้คุณมองวงการบาสเกตบอลไทยอย่างไรบ้าง

ด้วยปัจจัยหลายๆ อย่างและยุคสมัยที่เปลี่ยนไป มีเรื่องของมาร์เกตติ้งมาเกี่ยวด้วย เรื่องของแรงดึงดูดที่แบบ ทำไมเดี๋ยวนี้เรารู้จักแต่นักกีฬาวอลเลย์บอล หรือรู้จักแต่นักฟุตบอลบางคน สโมสรบางสโมสร

คือยุคสมัยมันเปลี่ยนไป บาสเกตบอลอาจจะไม่มีตรงจุดนี้ ไม่มีสตาร์ที่โดดเด่น จริงๆ แล้วบาสเกตบอลบรรจุอยู่ในกีฬาที่เป็นอาชีพแล้ว และไม่ค่อยมีคนทราบตรงนี้ เป็นแค่กลุ่มเล็กๆ ยังต้องใช้จังหวะหรืออะไรหลายๆ อย่างที่ทำให้มันดังขึ้นมา

แว่นเองแอบหวังอยู่นิดๆ อยากให้มันดังขึ้นมา ถ้ามีกีฬาแล้วคนสนใจเยอะๆ ก็จะช่วยให้อะไรหลายอย่างในสังคมลดลงได้เลย เช่น ยาเสพติด อาชญากรรม

เพราะเปรียบเทียบกับตัวเอง ถ้าไม่ได้เล่นบาส อาจจะไปกินเหล้า สูบบุหรี่ อันนี้ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลนะ แต่หมายถึงว่าตอนที่เราเป็นวัยรุ่นเนื่องจากเราเล่นกีฬาจึงไปไหนไม่ได้เพราะเหนื่อยมาก และกีฬาทำให้ประเทศเจริญ รายได้เข้าประเทศเยอะด้วย สุขภาพดีขึ้นด้วย

เมื่อคุณไม่ได้เล่นกีฬาแล้ว ตอนนี้คุณทำอะไรอยู่ เกี่ยวข้องกับกีฬาไหม

คนชอบสงสัยว่ามาทำงานที่เวิร์คพอยท์ได้ยังไง  ย้อนไปสมัยเรียนจบใหม่ๆ ทำโปรดักชั่นมานานแล้ว ตั้งแต่รุ่นเกมส์โซนทางช่อง 9 

แต่ก่อนแว่นอยู่แกรมมี่ ทำตั้งแต่ประสานงาน สเตจ ข้อมูล โปรดิวเซอร์ ทำหมดเลย หนังโฆษณา ละคร ภาพยนตร์ แต่คนไม่ค่อยทราบ ส่วนใหญ่คนจะคิดว่าเป็นนักกีฬาแล้วมาดูแลศิลปินจริงๆ มันไม่ใช่ เรามีประสบการณ์ตรงนี้มาก่อนแล้ว แต่เราไม่เคยเปิดเผยที่ไหน 

จนปัจจุบันพี่ที่รู้จักชวนมาสมัครงานที่เวิร์คพอยท์ เขาเปิดรับสมัครตำแหน่งบริหารศิลปิน ทำงานที่นี่มา 2 ปีแล้ว  ส่วนใหญ่คนจะรู้สึกว่าเป็นนักกีฬาทีมชาติทำไมไม่ไปเป็นโค้ช ในชีวิตจริงมันก็ไม่ได้เป็นแบบนั้นเสมอไป หน้าที่ก็คือจะดูแลศิลปินเกือบทั้งหมดทั้ง หม่ำ เท่ง โหน่ง จุ๋ย ฯลฯ  ติดต่อประสานงานต่างๆ  งานหลากหลายมาก

แล้วคุณคิดจะกลับมาเกี่ยวข้องกับวงการกีฬาอีกไหม

ต้องถามกลับไปว่าในฐานะอะไร เพราะตอนนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องเรื่องบาสเลย แว่นไม่ได้ทำทีมหรือเป็นครูสอนที่นั่นที่นี่เลย ความเป็นจริงคนที่จะเป็นโค้ชได้เขาต้องอยู่กับเด็ก ซ้อมทั้งวัน

แต่ถ้าเผื่อจะมีบางอย่างให้ไปช่วยเหลือ ไปได้ เช่นมีโครงการต่างๆ ขึ้นมา อยากให้ไปช่วยเป็นจ๊อบๆ ไปแบบนี้ได้ เคยเป็นกรรมการบริหารสมาคมอยู่ 2 สมัย และเคยไปช่วยพากย์บาสทางช่อง MONO

ความแตกต่างระหว่างการเป็นนักกีฬากับการเป็นพนักงานออฟฟิศคืออะไร ชีวิตมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง และคุณเอาความเป็นนักกีฬามาประยุกต์ใช้กับการเป็นพนักงานออฟฟิศอย่างไร

รู้สึกว่าโชคดีมากที่เป็นนักกีฬา เพราะชีวิตเราจะไม่เหมือนคนอื่น มีเรื่องของวินัย ความอดทน เรื่องของรุ่นพี่รุ่นน้อง การแบ่งเวลาที่ถูกต้อง และความรับผิดชอบ เวลาทำงานต้องทำให้สุด ตามงานก็ตามให้สุด ได้มาจากตรงนั้น

ประโยชน์ของการเป็นนักกีฬา ถ้าการมาเป็นพนักงานประจำ ถามว่าแตกต่างไหมอยู่ที่เรามอง  แต่เรื่องงานที่เรารับผิดชอบขอให้สำเร็จแค่นั้นเอง มีความเหมือนในความแตกต่าง

ในวงการกีฬาและวงการบันเทิงมีดาวเด่นเหมือนๆ กัน คิดว่าเส้นทางของนักกีฬากับดารา มีความเหมือนหรือความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง

มีความเหมือนอย่างแรกคือเป็นที่รู้จักของประชาชน อย่างที่สองคือกว่าที่เขาจะประสบความสำเร็จไม่ใช่ว่ามาถึงแล้วดังเลย อย่างดาราที่เล่นเก่งต้องไปเรียนการแสดงในบทบาทนั้นๆ ที่ได้รับ

เหมือนกันนักกีฬาก็ต้องฝึกซ้อมเยอะๆ ในหน้าที่ๆ ได้รับมอบหมาย และฝึกซ้อมเหมือนๆ กัน ขยันตั้งใจ แต่ว่าความแตกต่างคือเรื่องของรายได้และกลุ่มเป้าหมาย และสิ่งหนึ่งที่อยากให้เหมือนกันคือทำประโยชน์ให้กับสังคมและเป็นตัวอย่างที่ดี

หน้าที่การดูแลศิลปินของคุณ คุณได้ใกล้ชิดกับดารา นักแสดงต่างๆ ชีวิตนักแสดงสอนอะไรกับคุณบ้าง

ศิลปินก็เหมือนเรานี่แหล่ะ แตกต่างเพียงว่าเขาต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด จากที่อยู่กับพี่หม่ำ เท่ง โหน่ง สอนให้รู้ว่าความรู้ทั้งหลายไม่ได้หยุดอยู่แค่การเป็นคนที่คนทั่วไปรู้จัก

เขาต้องพัฒนาไปเรื่อยๆ มีอะไรแปลกใหม่ตลอด ไม่งั้นเขาอยู่ไม่ได้มาจนถึงทุกวันนี้  เหมือนคนเราที่ต้องมีการพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น และการมีความรักให้กับงาน นี่คือสิ่งที่แว่นได้

ทุกวันนี้คุณให้ความสำคัญกับเรื่องใดในชีวิตมากที่สุด และเพราะอะไร

เท่าๆ กันนะเพราะว่าถ้าอย่างใดอย่างหนึ่ง ก็จะทำให้อย่างอื่นไม่ดี คือทำงานเต็มที่ พักผ่อนเต็มที่ เหมือนกัน

ไม่ใช่ว่าทำงานเยอะมากแต่ไม่ดูแลสุขภาพ ก็อาจจะทำให้งานมีผลกระทบได้ แต่สิ่งที่สำคัญคือเราต้องเอาใจเข้าไปใส่ในงานให้มากที่สุด

เคยมีเรื่องทำให้รู้สึกท้อแท้หรือสิ้นหวังบ้างไหม และมีวิธีการรับมือกับมันอย่างไร

ก็เยอะ เป็นเรื่องปกติ เหมือนกับว่ายิ่งเราอายุเยอะขึ้นเราจะมีวิธีการจัดการ รับมือกับมันเร็วขึ้น

เช่นถ้าเราเจอเรื่องแบบนี้ซ้ำๆ บ่อยๆ จะแกร่งขึ้น คือเจออะไรก็แล้วแต่ พยายามแก้ให้ตรงจุด ให้แก้กับปัญหาแต่ไม่ให้จมปลักกับปัญหา รีบมีสติและนั่งนิ่งๆ นั่งสมาธิสวดมนต์

เหมือนผู้ชายขนาดนี้ มีคนเข้าใจผิดบ้างไหม

บ่อยมาก เคยไปเข้าห้องน้ำ ผู้ชายจะต่อยว่าเราเข้าห้องน้ำผู้หญิง บนรถเมล์ก็เคยโดน ใส่ชุดบาสเลิกเรียน สาย 67  จำได้ หาว่าเราไม่ยอมลุกให้ผู้หญิงนั่ง  แต่ตูเป็นผู้หญิง (หัวเราะ)ประกบเลย ถือไม้ทีทำไมมึงไม่ลุกให้ผู้หญิงนั่ง! ก็ลุกไปนั่งตรงอื่น  ไปเข้าห้องน้ำต่างประเทศก็มีปัญหา แม่บ้านของสนามบินเอาไม้กวาดไล่ตีคิดว่าเราเป็นผู้ชายโรคจิต ต้องไปลากเพื่อนผู้หญิงมาช่วยพูดว่าเหมือนกันๆ  ทุกวันนี้ยังเจออยู่เลย

เป็น “ทอม” หรือเปล่า

คำว่าทอมคืออะไร มาจากอะไร ความรักมีหลายรูปแบบ มันอยู่ที่คนนิยาม อะไรคือสิ่งที่กำหนดว่าทอมต้องเป็นแฟนกับผู้หญิง ซึ่งมันก็ไม่แน่เสมอไปในสมัยนี้ 

แว่นคิดว่ามันเป็นเหมือนความรู้สึกดีๆ ให้แก่กันมากกว่า คือเป็นคาแรคเตอร์แบบนี้ตั้งแต่เด็กๆ แต่เรามีความรู้สึกว่ามันไม่ใช่

มีแฟนหรือยัง

มีแฟนแล้วคบตั้งแต่สมัยเล่นบาสมาด้วยกัน คบมา 20 ปีแล้ว มันเป็นความรักที่ไม่ใช่เรื่องของเพศเป็นเรื่องของครอบครัวมากกว่า มีความรักและรู้สึกดีๆ ให้กัน

ตั้งเป้าหมายในอนาคตของตัวเองไว้อย่างไร

ถือว่าชีวิตแว่นตอนนี้ก็โอเคในระดับหนึ่ง มีบ้าน มีรถ ทำยังไงก็ได้ทำปัจจุบันให้ดีที่สุด แล้วอนาคตมันจะมาเอง  แต่เอาอดีตมาเป็นประสบการณ์ให้กับเราเท่านั้นเอง  ชีวิตมันไม่มีอะไรแน่นอนเพราะฉะนั้นทำปัจจุบันให้ดีที่สุด

สาวหล่อคนนี้น่าจะเป็นตัวอย่างหนึ่งของอดีตนักกีฬาที่ไม่หลงไปกับชื่อเสียง เงินทอง รู้ว่าจุดเริ่มต้นของตนเองอยู่ที่ไหน และใช้ชีวิตอย่างมีสติ วันนี้ถึงแม้เธอจะไม่ได้มีชื่อเสียงโด่งดังเช่นในอดีต แต่การมีปัจจัยพื้นฐานซึ่งล้วนได้มาจากสองมือสร้าง ก็น่าจะทำให้ชีวิตคนธรรมดาคนหนึ่งมีความสุขที่สุดแล้ว