เจาะเบื้องหลัง "FIFA" ยอมลดค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 ให้ "จีน" มากถึง 80%

เจาะเบื้องหลัง "FIFA" ยอมลดค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 ให้ "จีน" มากถึง 80%

เจาะเบื้องหลัง "FIFA" ยอมลดค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 ให้ "จีน" มากถึง 80%
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า (FIFA) ตกเป็นประเด็นพูดถึงอย่างมาก หลังมีรายงานว่าองค์กรลูกหนังโลกยอมลดราคาค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 ในประเทศจีนลงอย่างมหาศาล จากเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เหลือเพียง 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือคิดเป็นการลดลงถึง 80 เปอร์เซ็นต์

ตัวเลขดังกล่าวหมายความว่า ฟีฟ่าต้องยอมรับรายได้ที่หายไปประมาณ 240 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 7,680 ล้านบาท เมื่อเทียบกับเป้าหมายที่เคยคาดหวังไว้ก่อนหน้านี้

รายงานระบุว่า China Media Group บริษัทแม่ของ CCTV เป็นฝ่ายคว้าสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกปี 2026 และ 2030 หลังการเจรจาที่ยืดเยื้อมานาน โดยสิทธิ์ดังกล่าวครอบคลุมทั้งการถ่ายทอดทางโทรทัศน์ อินเทอร์เน็ต และแพลตฟอร์มมือถือ

01kqywr

แม้ดีลนี้จะทำให้ฟุตบอลโลกยังคงมีการถ่ายทอดในประเทศจีน ซึ่งมีประชากรมากกว่า 1,400 ล้านคน แต่ก็สะท้อนให้เห็นว่าฟีฟ่ากำลังอยู่ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบในการเจรจา เนื่องจากช่วงเวลาขณะนั้นเหลือเวลาไม่มากก่อนทัวร์นาเมนต์จะเริ่มต้น และการไม่มีพันธมิตรด้านการถ่ายทอดในตลาดใหญ่อย่างจีนถือเป็นความเสี่ยงที่องค์กรไม่สามารถยอมรับได้

อีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้ฟีฟ่าเสียอำนาจต่อรอง คือโครงสร้างตลาดสื่อในจีนที่แทบไม่มีการแข่งขันจริงจัง เนื่องจาก China Media Group ถือเป็นผู้เล่นรายใหญ่ที่แทบไร้คู่แข่ง ทำให้ฟีฟ่าไม่สามารถสร้างสงครามประมูลเพื่อดันมูลค่าลิขสิทธิ์ให้สูงขึ้นได้เหมือนหลายประเทศ

นอกจากนี้ ฟุตบอลโลก 2026 ที่จัดขึ้นในทวีปอเมริกาเหนือ ระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน ถึง 19 กรกฎาคม ยังถูกมองว่าไม่เอื้อต่อผู้ชมชาวจีนมากนัก เพราะหลายแมตช์แข่งขันในช่วงเช้ามืดตามเวลาจีน ส่งผลให้ความน่าสนใจด้านโฆษณาลดลงตามไปด้วย

afp__20241015__36k63aq__v1__m_1

ยิ่งไปกว่านั้น ทีมชาติจีนก็ไม่สามารถผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายได้ ทำให้กระแสความตื่นตัวภายในประเทศลดลง และกระทบต่อมูลค่าทางการค้าของลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดโดยตรง

ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตลาดลิขสิทธิ์กีฬาของจีนเองก็เริ่มชะลอตัว ผู้ประกอบการสื่อหลายแห่งระมัดระวังการลงทุนมากขึ้น และไม่ต้องการจ่ายค่าลิขสิทธิ์ในระดับสูงเกินจริงเหมือนในอดีต

อย่างไรก็ตาม แม้ฟีฟ่าจะต้องยอมลดค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดลงอย่างหนัก แต่รายได้สำคัญอีกส่วนของฟุตบอลโลก 2026 กลับยังมาจากบริษัทจีนรายใหญ่ที่เข้ามาเป็นสปอนเซอร์หลัก ไม่ว่าจะเป็น Lenovo, Mengniu และ Hisense ซึ่งร่วมลงทุนมหาศาลกับการแข่งขันครั้งนี้

กรณีดังกล่าวจึงสะท้อนให้เห็นว่า แม้ฟุตบอลโลกจะยังเป็นมหกรรมกีฬาที่ทรงอิทธิพลที่สุดรายการหนึ่งของโลก แต่ค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดก็ไม่ได้สามารถปรับเพิ่มขึ้นได้ทุกตลาดเสมอไป โดยเฉพาะในยุคที่เศรษฐกิจและพฤติกรรมผู้ชมเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล