ทำความเข้าใจ! กติกาใหม่ FIVB ประเดิมใช้ครั้งแรก ศึกวอลเลย์บอล เนชันส์ลีก 2026

วอลเลย์บอลหญิง เนชันส์ลีก 2026 (VNL 2026) เตรียมที่จะเปิดฉากการแข่งขันในช่วงระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน - 26 กรกฎาคม 2026
โดย สหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ (FIVB) เตรียมที่จะทดลองใช้กติกาใหม่ในการแข่งขันเนชันส์ลีก 2026 ครั้งนี้ รวมถึงรายการชิงแชมป์โลก รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี และการแข่งขันในระดับชิงแชมป์ทวีป ตลอดปี 2026

ซึ่งเป้าหมายสำคัญของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ คือทำให้เกมการแข่งขันมีความรวดเร็ว ต่อเนื่อง เข้าใจง่าย และลดช่วงหยุดเกมที่ไม่จำเป็น ก่อนประเมินผลก่อนพิจารณาปรับใช้เป็นกติกาถาวรในอนาคต
กติกาใหม่ในการแข่งขันเนชันส์ลีก 2026
1. ผ่อนปรนการจับ "ดับเบิลคอนแทกต์" ในจังหวะเซต
การสัมผัสบอลสองจังหวะเล็กน้อยระหว่างการเซตบอล จะยังได้รับอนุญาต ตราบใดที่บอลยังอยู่ในฝั่งทีมตัวเอง โดย FIVB มองว่าเป็นแนวทางที่ช่วยให้เกมลื่นไหลมากขึ้น

2. ทีมรับสามารถเริ่มเคลื่อนที่ได้เร็วขึ้น
ผู้เล่นฝั่งรับจะสามารถเริ่มขยับตำแหน่งได้ทันที เมื่อผู้เสิร์ฟเริ่มต้นจังหวะการเสิร์ฟ ไม่จำเป็นต้องรอจังหวะสัมผัสบอลเหมือนที่ผ่านมา ช่วยเพิ่มความเร็วของเกมรับและการเข้าทำ
3. เพิ่มโควตาเปลี่ยนตัวจาก 6 เป็น 8 ครั้งต่อเซต
แต่ละทีมจะสามารถเปลี่ยนตัวได้สูงสุด 8 ครั้งต่อเซต จากเดิม 6 ครั้ง เพื่อเปิดโอกาสให้โค้ชบริหารเกม และแก้แท็กติกระหว่างแข่งขันได้มากขึ้น

4. อนุญาตให้เลือกใช้งานลิเบอโร่ 2 คน
ทีมสามารถลงทะเบียนผู้เล่นได้ 12-14 คน และต้องมีลิเบอโร่อย่างน้อย 1 คน โดยสามารถเลือกใช้งานลิเบอโร่ได้สูงสุด 2 คน และต้องยืนยันรายชื่อก่อนแข่งขันไม่เกิน 1 ชั่วโมง
5. บอลโดนเพดานยังเล่นต่อได้ในบางกรณี
หากบอลสัมผัสเพดานหรือโครงสร้างเหนือสนามหลังการเล่นจังหวะแรกหรือจังหวะที่สอง และบอลยังตกกลับมาในแดนตัวเอง จะสามารถเล่นต่อได้ตามปกติ แต่หากบอลกระดอนข้ามไปยังฝั่งคู่แข่ง จะถือว่าเสียแต้มทันที

6. เข้มงวดเรื่องการอุ้มบอล และผลักบอล
FIVB จะบังคับใช้กฎเกี่ยวกับการจับ ยก ผลัก หรืออุ้มบอลในจังหวะรุกอย่างเข้มงวดมากขึ้น โดยอนุญาตเฉพาะการสัมผัสบอลระยะสั้นแบบ "ทิป" เท่านั้น
7. ใช้ระบบ "บุกมาร์ก ชาลเลนจ์" ระหว่างแรลลี่
ทีมสามารถมาร์กจังหวะที่ต้องการตรวจสอบไว้ระหว่างแรลลี่ได้ทันที โดยเกมจะยังดำเนินต่อไป ไม่หยุดการแข่งขันกลางแต้ม หลังจบแรลลี่ ทีมที่เสียแต้มสามารถเลือกได้ว่าจะใช้ ชาลเลนจ์ กับจังหวะที่มาร์กไว้หรือไม่ ช่วยลดเวลาหยุดเกมและเพิ่มความต่อเนื่องในการแข่งขัน

8. เพิ่มการ ชาลเลนจ์ จังหวะสัมผัสบอลเกมรับ
จังหวะสัมผัสบอลในเกมรับและการรับเสิร์ฟ จะสามารถใช้ระบบ ชาลเลนจ์ ตรวจสอบได้เพิ่มเติม แต่ต้องมีภาพวิดีโอที่แสดงการสัมผัสอย่างชัดเจน จึงจะสามารถเปลี่ยนคำตัดสินได้
9. ลดช่วงหยุดเกมหลัง ชาลเลนจ์
หลังประกาศผล ชาลเลนจ์ แล้ว ทีมที่เป็นฝ่ายร้องขอ ชาลเลนจ์ จะไม่สามารถขอเวลานอกต่อเนื่องได้ทันที เพื่อลดการถ่วงเวลาและทำให้การแข่งขันดำเนินต่อเร็วขึ้น

10. ลดการใช้นกหวีดของผู้ตัดสิน
ผู้ตัดสินจะไม่เป่านกหวีดในจังหวะที่เห็นผลชัดเจน เช่น บอลออกชัดเจน ลูกเสิร์ฟไม่ข้ามตาข่าย หรือบอลโดนบล็อกออกนอกสนามโดยตรง เพื่อลดจังหวะหยุดเกมที่ไม่จำเป็น
11. เปิดโอกาสให้โค้ชพูดคุยกับผู้ตัดสินได้
หัวหน้าผู้ฝึกสอนสามารถเข้าไปสอบถามหรือยืนยันรายละเอียดเกี่ยวกับการ ชาลเลนจ์ รวมถึงขอคำอธิบายเกี่ยวกับคำตัดสินได้ แต่ยังคงห้ามการประท้วงหรือแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม

12. เพิ่มช่วงวอร์มเสิร์ฟ ทีมละ 90 วินาที
FIVB จะเพิ่มช่วงซ้อมเสิร์ฟแยกทีมละ 90 วินาทีในขั้นตอนวอร์มอัพก่อนแข่งขัน โดยทั้งสองทีมยังใช้ตาข่ายร่วมกันในช่วงซ้อมตบตามปกติ การปรับเปลี่ยนดังกล่าวมีเป้าหมายหลักเพื่อเพิ่มความปลอดภัยและความพร้อมของนักกีฬาก่อนลงแข่งขัน
อ่านเพิ่มเติม
- โปรแกรมถ่ายทอดสด วอลเลย์บอลหญิงไทย เนชันส์ลีก 2026 เช็กที่นี่!
- กางโปรแกรมครบ 18 ทีมชาติ ในศึกวอลเลย์บอลหญิง เนชันส์ลีก 2026
- นอกสนามอย่างปัง! "โบว์ กัญญารัตน์" ลูกยางสาวดีกรีบอลเร็วยอดเยี่ยมไทยลีก
- โอ้โหแซ่บมาก! "ออมสิน ศศิภาพร" ลูกยางสาวดีกรีแชมป์ไทยลีกต้อนรับซัมเมอร์
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี



