ศิลปกรรม DPU เปิดมุม “เสื้อบอล” จากสนามสู่แฟชั่น ปั้นศักยภาพนักศึกษา ผ่านโจทย์จริง ต่อยอดสู่ผลงานเชิงพาณิชย์

ศิลปกรรม DPU เปิดมุม “เสื้อบอล” จากสนามสู่แฟชั่น เชื่อมกีฬา–ดีไซน์–ธุรกิจ ปั้นศักยภาพนักศึกษา ผ่านโจทย์จริง ต่อยอดสู่ผลงานเชิงพาณิชย์ พร้อมก้าวสู่อาชีพในโลก Creative Economy
ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เสื้อฟุตบอลค่อย ๆ เข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันมากขึ้น จากที่ใส่เพื่อเชียร์ทีมโปรด วันนี้กลายเป็นไอเท็มที่ใส่ได้ในหลายโอกาส สื่อถึงสไตล์ของแต่ละคนได้อย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งเสื้อหนึ่งตัวเต็มไปด้วยการดีไซน์ที่สวยงาม มีการเล่าเรื่องราวของสโมสร บรรยากาศของท้องถิ่น และความผูกพันของแฟนบอลเอาไว้ด้วย ขณะเดียวกันก็สามารถต่อยอดเป็นสินค้าแฟชั่นได้จริง ทั้งการทำคอลเลกชันพิเศษ การร่วมงานกับศิลปินหรือแบรนด์ต่าง ๆ ไปจนถึงการออกแบบเพื่อวางขายโดยเฉพาะ
คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) จึงนำกระแสนี้มาต่อยอดในมุมของการเรียนการสอน โดยมองว่า “เสื้อบอล” คือหนึ่งในพื้นที่สร้างสรรค์ที่เชื่อมกีฬา แฟชั่น และธุรกิจให้มาอยู่บนพื้นที่เดียวกัน เพราะงานออกแบบประเภทนี้มีทั้งเรื่องของความสวยงาม ฟังก์ชันการใช้งาน อัตลักษณ์ของสโมสร ความรู้สึกของแฟนบอล และโอกาสในการสร้างรายได้จริง ซึ่งสอดรับกับแนวคิด Soft Power และ Creative Economy ที่ให้ความสำคัญกับการนำวัฒนธรรม ความชอบ และไอเดียสร้างสรรค์มาต่อยอดเป็นสินค้าและรายได้จริง

จากแฟนบอลสู่นักออกแบบ เมื่อความชอบกลายเป็นประสบการณ์จริง
ผศ.จักรพันธ์ สุระประเสริฐ อาจารย์ประจำหลักสูตรการออกแบบเชิงสร้างสรรค์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เล่าถึงจุดเริ่มต้นของความสนใจในเสื้อฟุตบอลว่า เกิดจากความชอบฟุตบอลในวัยเด็ก ในยุคที่การติดตามข่าวสารยังต้องอาศัยหนังสือพิมพ์และนิตยสารฟุตบอลเป็นหลัก ภาพโฆษณาชุดแข่งของสโมสรต่าง ๆ ทั้งในไทยและต่างประเทศ ซึ่งมักปรากฏอยู่บริเวณปกหลังของนิตยสาร ภาพเหล่านั้นค่อย ๆ ซึมซับเข้ามาโดยไม่รู้ตัวกลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญเมื่อเข้าสู่เส้นทางงานออกแบบ
“สำหรับแฟนบอล เสื้อหนึ่งตัวมีความหมายมาก เพราะเสื้อแต่ละฤดูกาลเชื่อมโยงกับช่วงเวลา ความทรงจำ และความรู้สึกที่มีต่อทีมโปรด บางคนยอมซื้อเสื้อของแท้ราคาหลายพันบาทเพื่อเก็บไว้ แต่ไม่ได้นำมาใส่ในชีวิตประจำวัน เพราะในอดีตการใส่เสื้อบอลในชีวิตประจำวันยังไม่แพร่หลายเหมือนปัจจุบัน” อาจารย์ประจำหลักสูตรการออกแบบเชิงสร้างสรรค์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ DPU กล่าว
จากความชอบส่วนตัว ผศ.จักรพันธ์ ได้มีโอกาสทำงานร่วมกับสโมสรฟุตบอลจริงทั้งสุโขทัย เอฟซี ลำพูน วอริเออร์ และบีอีซี เทโร ในหลายบทบาท ทั้งการออกแบบ การพัฒนาต้นแบบ การให้คำปรึกษา ไปจนถึงการดูแลทิศทางงานในฐานะ Creative Director ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้เห็นชัดว่า เสื้อฟุตบอลหนึ่งตัวต้องผ่านกระบวนการคิดอย่างรอบด้าน ตั้งแต่ตัวตนของสโมสร ความคาดหวังของแฟนบอล ข้อจำกัดด้านแบรนด์ ไปจนถึงการผลิตและการใช้งานจริง

เสื้อบอลหนึ่งตัว เล่าเรื่องสโมสร เมือง และวัฒนธรรม
ผศ.จักรพันธ์ อธิบายเพิ่มเติมว่า ในอดีตเสื้อฟุตบอลของหลายทีมจะยึดสีประจำสโมสร หรือสีขององค์กรเป็นหลัก การออกแบบจึงค่อนข้างเรียบง่าย ต่างจากสโมสรในต่างประเทศ โดยเฉพาะฟุตบอลอังกฤษ ที่เสื้อแข่งขันมักเชื่อมโยงกับเมือง ชุมชน ประวัติศาสตร์ และสัญลักษณ์เฉพาะถิ่น เมื่อฟุตบอลเติบโตเป็นธุรกิจระดับโลก เสื้อบอลจึงกลายเป็นพื้นที่เล่าเรื่องของสโมสร และเป็นสินค้าที่แฟนบอลทั่วโลกอยากครอบครอง
แนวคิดนี้เริ่มถูกนำมาปรับใช้กับฟุตบอลไทยมากขึ้น เมื่อสโมสรหันมาให้ความสำคัญกับอัตลักษณ์ของตัวเอง เช่น สุโขทัย เอฟซี ที่มี “ค้างคาวไฟ” เป็นสัญลักษณ์สำคัญ การออกแบบไม่ได้หยิบภาพค้างคาวมาวางตรง ๆ แต่ตีความใหม่ให้กลายเป็นลวดลายที่ซ่อนอยู่ในเนื้อผ้า รายละเอียดถูกออกแบบให้กลืนไปกับพื้นผิวและโครงสร้างของเสื้อ มองเผิน ๆ อาจดูเรียบง่าย เมื่อสังเกตจะเห็นเรื่องราวที่ซ่อนอยู่ภายใน วิธีคิดลักษณะนี้ทำให้เสื้อฟุตบอลมีมิติทางการออกแบบมากขึ้น และสร้างความผูกพันระหว่างสโมสรกับแฟนบอลได้ลึกยิ่งขึ้น

Jersey ตลาดใหม่ที่เชื่อมแฟชั่น ศิลปิน และธุรกิจสโมสร
ผศ.จักรพันธ์ กล่าวต่อว่า เสื้อฟุตบอลยุคปัจจุบันเริ่มเข้าสู่ตลาดแฟชั่นมากขึ้น สโมสรจำนวนมากออกแบบเสื้อคอลเลกชันพิเศษเพื่อจำหน่ายให้แฟนบอลและกลุ่มแฟชั่นโดยเฉพาะ เพราะบางคอลเลกชันเกิดจากการร่วมงานระหว่างสโมสรกับศิลปิน นักดนตรี ดีไซเนอร์ หรือแบรนด์สตรีทแฟชั่น ทำให้ Jersey กลายเป็นสินค้าไลฟ์สไตล์ที่เข้าถึงคนวงกว้างกว่าเดิม
“สิ่งที่น่าสนใจคือ ผู้บริโภคจำนวนหนึ่งซื้อเสื้อบอลจากดีไซน์ ความเท่ หรือภาพลักษณ์ มากกว่าความผูกพันกับทีมฟุตบอลโดยตรง คนที่ไม่ติดตามฟุตบอลก็สามารถหยิบ Jersey มาใส่เป็นแฟชั่นได้ เพราะเสื้อประเภทนี้มีองค์ประกอบเฉพาะตัว ทั้งโลโก้ หมายเลข ลายกราฟิก สปอนเซอร์ และโครงสร้างของเสื้อที่ให้ความรู้สึกสปอร์ตผสมสตรีท” อาจารย์ประจำหลักสูตรการออกแบบเชิงสร้างสรรค์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ DPU กล่าว
กระแสดังกล่าวทำให้หลายแบรนด์ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับสโมสรฟุตบอลโดยตรง เริ่มนำรูปแบบของเสื้อบอลมาพัฒนาเป็นสินค้าแฟชั่นของตัวเอง ขณะเดียวกันสโมสรฟุตบอลก็ใช้เสื้อ Jersey เป็นเครื่องมือสร้างรายได้ สร้างแบรนด์ และขยายฐานผู้บริโภคไปยังกลุ่มที่กว้างขึ้น จากแฟนบอลในสนามไปสู่คนรุ่นใหม่ที่มองหาเสื้อผ้าที่มีเรื่องราวและสไตล์เฉพาะตัว

ห้องเรียนศิลปกรรม DPU เชื่อมโจทย์จริงสู่อาชีพจริง
ประสบการณ์จากสนามจริง ผศ.จักรพันธ์ ได้นำมาปรับใช้ในห้องเรียนของคณะศิลปกรรมศาสตร์ DPU ผ่านการเรียนรู้ที่พานักศึกษาออกไปทำงานกับโจทย์จริง นักศึกษาได้เริ่มต้นจากการลงพื้นที่ เก็บข้อมูล ทำความเข้าใจสโมสร วิเคราะห์ผู้ใช้งาน และนำข้อมูลทั้งหมดกลับมาพัฒนาเป็นผลงานที่ตอบโจทย์ทั้งด้านความคิดสร้างสรรค์และการใช้งาน
โจทย์ของงานออกแบบในลักษณะนี้ทำให้นักศึกษาได้คิดในมุมที่ลึกขึ้น ระหว่างแฟนบอลที่มองหาความสวยงาม ความเท่ และความรู้สึกผูกพันกับทีม ไปจนถึงนักกีฬาที่ให้ความสำคัญกับฟังก์ชัน วัสดุ และความคล่องตัวในการใช้งานจริง ความแตกต่างของผู้ใช้ทั้งสองกลุ่มทำให้นักศึกษาต้องเรียนรู้และออกแบบอย่างรอบด้านมากขึ้น ขณะเดียวกัน ผลงานบางชิ้นยังสามารถต่อยอดเป็นสินค้าแฟนคลับ ของที่ระลึก หรือผลิตภัณฑ์ที่สโมสรนำไปใช้เชิงพาณิชย์ได้จริง จึงทำให้ผู้เรียนเห็นภาพเส้นทางของงานออกแบบตั้งแต่แนวคิดไปจนถึงการออกสู่ตลาดได้
อัลบั้มภาพ 5 ภาพ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี







