ทำความรู้จัก "Dragon’s Tail" ช่วงหลุมสุดท้าทายแห่งสนามเซนโตซา กอล์ฟ คลับ เซราปง คอร์ส ประเทศสิงคโปร์

ทำความรู้จัก "Dragon’s Tail" ช่วงหลุมสุดท้าทายแห่งสนามเซนโตซา กอล์ฟ คลับ เซราปง คอร์ส ประเทศสิงคโปร์

ทำความรู้จัก "Dragon’s Tail" ช่วงหลุมสุดท้าทายแห่งสนามเซนโตซา กอล์ฟ คลับ เซราปง คอร์ส ประเทศสิงคโปร์
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

"หางมังกร" คือเส้นทางทดสอบฝีมือระหว่างหลุม 3-7 ของสนามเซราปง ที่เต็มไปด้วยความคดเคี้ยวและต้องอาศัยความแม่นยำระดับสูง เพื่อให้ผ่านไปได้แบบไม่เสียแต้ม

สนามเซราปงจึงถูกยกให้เป็นหนึ่งในสนามแชมเปียนชิพที่ท้าทายที่สุด และยังถูกเปรียบกับเอกลักษณ์ของสนามแข่งขันระดับเมเจอร์อย่าง ออกัสตา เนชันแนล กอล์ฟ คลับ ซึ่งมี "อาเมน คอร์เนอร์" อันลือชื่อในหลุม 11-13 จุดที่ตัดสินชะตาผู้ท้าชิง “กรีนแจ็คเก็ต” มานับไม่ถ้วน

คำว่า Amen Corner มาจาก เฮอร์เบิร์ต วอร์เรน วินด์ นักเขียนกีฬาผู้ช่วยบอกเล่าเสน่ห์และความโหดของช่วงหลุมที่เต็มไปด้วยลมหมุน อุปสรรคน้ำ และสถานการณ์กดดันสูง จนกลายเป็นพื้นที่ชี้ชะตาของเดอะ มาสเตอร์ส หลายยุคหลายสมัย
หนึ่งในเหตุการณ์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุด คือปี 2016 เมื่อ จอร์แดน สปีธ แชมป์เก่าที่ขึ้นนำมาตลอด ต้องพลาดดับเบิลโบกี้หลุม 11 และควอดรูเปิลโบกี้หลุม 12 ทำให้ แดนนี วิลเลตต์ แซงคว้าแชมป์ไปในที่สุด

ในลักษณะเดียวกัน เซราปง คอร์ส ก็มี "Dragon’s Tail" เป็นจุดตัดสินเกม โดยเส้นทางนี้ต้องใช้ทักษะและสมาธิอย่างมาก ตั้งแต่หลุมขึ้นชื่ออย่าง "Dragon’s Feet" หลุม 3 พาร์ 4 ที่ยากที่สุดของสนาม ไปจนถึงหลุม 7 พาร์ 5 ที่มีบังเกอร์สมัยสงครามโลกครั้งที่สองเป็นเอกลักษณ์

สนามเซราปงกวาดรางวัลมากมาย รวมถึง สนามกอล์ฟยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย ปี 2022-2024 และติดอันดับ Top 55 ของโลก โดยนิตยสารกอล์ฟ ไดเจสต์

ปีนี้ การแข่งขัน Singapore Open presented by The Business Times ชิงเงินรางวัลรวม 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ก็จัดขึ้นที่สนามแห่งนี้ และไฮไลต์สำคัญยังคงอยู่ที่ "หางมังกร" อันท้าทาย

 

รายละเอียดหลุมในช่วง "Dragon’s Tail"

  • หลุม 3 พาร์ 4 "Dragon’s Feet"
    หลุมที่ยากที่สุดของสนาม ผู้เล่นต้องตีขึ้นเนินเข้ากรีนที่ถูกล้อมด้วยบังเกอร์จากระยะราว 200 เมตร
  • หลุม 4 พาร์ 5 "Dragon’s Leg"
    เลย์เอาต์คดเคี้ยวเลียบอุปสรรคน้ำด้านซ้าย ต้องตีเปิดเกมข้ามน้ำอย่างเฉียบคม จึงมีลุ้นขึ้นกรีนในสองช็อต
  • หลุม 5 พาร์ 4 "Dragon’s Body"
    ต้องตีสองช็อตใหญ่ลงบนกรีนที่เป็นลอนคลื่น ถือเป็นหลุมหินอีกหลุมหนึ่งของสนาม
  • หลุม 6 พาร์ 4 "Dragon’s Tongue"
    แฟร์เวย์แคบและลาดลงสู่น้ำด้านขวา ต้องขับตรงและตีช็อตสองให้ข้ามก้อนหินในบังเกอร์
  • หลุม 7 พาร์ 5
    ชมวิวช่องแคบสิงคโปร์พร้อมบังเกอร์ประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่สอง ต้องไดรฟ์แม่นเพื่อวางตัวสำหรับช็อตสองเข้าไปยังกรีนที่ยาวและคดเคี้ยว

ความโดดเด่นของสนามเซราปง

สนามเซราปง พาร์ 72 ระยะ 6,765 เมตร ขึ้นชื่อเรื่องกรีนที่เร็ว เลย์เอาต์ท้าทาย และมีอุปสรรคน้ำกับบังเกอร์รวมถึง 103 จุด เปิดให้บริการตั้งแต่ปี 1982 ผลงานออกแบบโดย รอน ฟรีม และผ่านการปรับปรุงใหญ่ในปี 2007 และ 2020 เพื่อยกระดับคุณภาพกรีน บังเกอร์ และแฟร์เวย์

ไม่ใช่เพียง Dragon’s Tail เท่านั้นที่ดึงดูดสายตานักกอล์ฟ

  • หลุม 1 พาร์ 4 แบบหักศอกขวา ต้องตีช็อตเปิดให้พ้นต้นไม้และบังเกอร์
  • หลุม 2 พาร์ 3 สั้นแต่สวยงาม บังคับให้ตีเหล็กสั้นอย่างแม่นยำท่ามกลางบังเกอร์รอบด้าน
  • หลุม 15 พาร์ 4 ค่าแฮนดิแคป 1 โด่งดังเรื่องความยากและอุปสรรคน้ำ
  • หลุม 18 พาร์ 5 แนวน้ำทางซ้ายตลอดหลุม ทำให้เกิดช็อตเสี่ยงเพื่อคว้าชัย

ที่หลุม 18 ยังเป็นที่มาของช็อตระดับตำนานของ พอลลา ครีมเมอร์ ในปี 2014 เมื่อเธอพัตต์อีเกิลระยะ 75 ฟุตลงหลุมอย่างน่าทึ่ง ส่งให้เธอคว้าแชมป์ HSBC Women’s World Championship พร้อมฉลองด้วยความดีใจแบบลืมไม่ลง

แชมป์เมเจอร์อย่าง อดัม สก็อตต์ ผู้ชนะสิงคโปร์ โอเพ่น 3 สมัย ก็มีป้ายเกียรติประวัติที่หลุม 4 และได้รับฉายา "พ่อมดแห่งเซนโตซา" จากผลงานอันยอดเยี่ยมในสนามแห่งนี้

Source: The Business Times

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล