เริ่มที่ประเทศไทย ONE ยื่นเรื่องฟ้อง "รถถัง" ยันหวังได้ข้อยุติร่วมกันด้วยดี

ONE ได้ยื่นฟ้องคดีแพ่งในไทยต่อ “รถถัง” ในข้อหาหมิ่นประมาท พร้อมเรียกค่าเสียหายเฉพาะในประเทศไทยเป็นมูลค่า 542 ล้านบาท เนื่องจากปรากฏว่ามีการโพสต์คลิปและข้อความหลายครั้งในลักษณะที่พาดพิงจนสามารถเข้าใจได้ว่าหมายถึงองค์กรและพนักงานของ ONE โดยตรง ซึ่งส่งผลกระทบต่อชื่อเสียง และภาพลักษณ์ขององค์กรในระดับนานาชาติ ขณะเดียวกัน ทีมทนายในสิงคโปร์และญี่ปุ่นยังคงดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
ในประเด็นข้อพิพาทเรื่องสัญญา ONE ระบุว่า แม้ “รถถัง” จะยืนยันว่าเซ็นเพียงหน้าสุดท้ายของเอกสารสัญญาปี 2022 และกล่าวอ้างว่ามีการปลอมลายเซ็น แต่ที่ผ่านมาได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขของสัญญา และได้รับสิทธิประโยชน์ครบถ้วนมาโดยตลอด และกรณีนี้ไม่ใช่การลงนามในสัญญากับ ONE เป็นครั้งแรก เนื่องจาก “รถถัง” เคยลงนามในสัญญาแบบเดียวกันกับองค์กรมาแล้วเมื่อปี 2018 ซึ่งสัญญาปี 2018 มีเนื้อหาเกือบจะเหมือนกับสัญญาฉบับที่ 2022 ทั้งหมด
สัญญาของ ONE ใช้มาตรฐานเดียวกันทั่วโลก โดยสัญญามีรายละเอียด่อเนื่องหลายหน้า และนักกีฬาต้องลงลายมือชื่อของตนเองกำกับในแต่ละหน้า พร้อมเขียนข้อมูลส่วนตัว เช่น ที่อยู่ และรายละเอียดประกอบอื่น ๆ ไม่ใช่การลงนามเฉพาะหน้าสุดท้ายเพียงหน้าเดียว ทั้งนี้ นักกีฬาทุกคนจะต้องลงนามในสัญญาด้วยตนเอง
ONE ยืนยันอย่างชัดเจนว่า ไม่มีการปลอมลายเซ็นในทุกกรณี เพราะองค์กรมีนโยบายให้เคารพกฎหมาย ห้ามทำผิดกฎหมาย องค์กรมีเจตนารมณ์ที่หนักแน่นในการผลักดันนักมวยไทยสู่เวทีโลก และมีนักกีฬาจำนวนมากที่ต้องการเข้าร่วมงานกับ ONE อยู่แล้ว จึงไม่มีเหตุผลใดที่ ONE จะต้องบังคับผู้ใดให้เข้าสังกัด
ONE มองว่าการนำเรื่องภายในออกไปโพสต์สู่สาธารณะ ส่งผลเสียต่อทั้งสองฝ่าย จึงได้พยายามพูดคุยกับ “รถถัง” และทีมทนายโดยสุจริตใจตลอดมา เพื่อหาทางออกที่เหมาะสมกับทุกฝ่าย
ภายหลังจากที่ ONE ได้รับทราบถึงจุดประสงค์ของ "รถถัง" แล้ว องค์กรจึงได้จัดส่งเอกสารปล่อยตัวให้ตามที่มีการเรียกร้องเมื่อวันที่ 14 เม.ย. 69 พร้อมลงนามในส่วนขององค์กรเรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตามจนถึงขณะนี้ ONE ยังไม่ได้รับเอกสารที่ลงนามส่งกลับจาก “รถถัง” ทั้งนี้ในเอกสารดังกล่าวมีเงื่อนไขให้ “รถถัง” ขึ้นชกในวันที่ 29 เม.ย.69 ตามที่ตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้

ทั้งนี้ ONE ยืนยันว่าไม่ประสงค์จะผูกมัดนักกีฬาที่ไม่เต็มใจอยู่กับองค์กร และไม่ได้ต้องการทำร้ายหรือเอาเปรียบใคร โดยยังเชื่อว่าหากทั้งสองฝ่ายร่วมกันหาทางออก ก็ยังมีโอกาสจบเรื่องนี้ได้ในแบบที่เป็นผลดีต่อกัน
อย่างไรก็ดี ณ เวลานี้ กำหนดการอีเวนต์วันที่ 29 เม.ย. 69 ที่ประเทศญี่ปุ่นยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง และ ONE ยังคงดำเนินงานในส่วนที่องค์กรต้องรับผิดชอบต่อไปตามปกติ ทั้งด้านการจัดการแข่งขัน การประชาสัมพันธ์ และการประสานงานที่เกี่ยวข้อง โดยยังคงหวังว่าจะได้เห็น “รถถัง” ขึ้นชกตามกำหนด
แม้จะไม่ต้องการให้เกิดประเด็นใด ๆ ก่อนการแข่งขันสำคัญในช่วงเวลาเช่นนี้ แต่องค์กรไม่สามารถยอมรับต่อการพาดพิงและความเสียหายต่อชื่อเสียงได้อีกต่อไป จึงจำเป็นต้องใช้สิทธิ์ตามกฎหมายเพื่อปกป้ององค์กร และรักษาความเชื่อมั่นของนักกีฬาในสังกัดอีกจำนวนมาก รวมถึงพันธมิตรและคู่ค้าที่ทำงานร่วมกับ ONE
ONE ยอมรับว่า รู้สึกเสียดายและเสียใจที่ต้องเผชิญสถานการณ์เช่นนี้กับ “รถถัง” ซึ่งเป็นหนึ่งในนักกีฬาที่มีศักยภาพมากคนหนึ่ง ซึ่งองค์กรมีส่วนร่วมในการพัฒนา และลงทุนผลักดันจนก้าวขึ้นมาเป็นนักกีฬาที่มีรายได้สูงที่สุดคนหนึ่งในอุตสาหกรรม
หากอีเวนต์วันที่ 29 เม.ย. 69 ไม่สามารถดำเนินไปได้ตามข้อผูกพันของคู่สัญญา ก็อาจกลายเป็นข้อพิพาทเรื่องการผิดสัญญา ซึ่งต้องเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการที่สิงคโปร์ และหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแพ้คดี อาจต้องรับภาระค่าใช้จ่ายเป็นมูลค่าหลายล้านดอลลาร์สหรัฐ ดังนั้น ทางออกที่ดีที่สุดคือการกลับมาพูดคุยกันในบรรยากาศที่เป็นมิตร เพื่อหาทางยุติปัญหาในลักษณะที่ทั้งสองฝ่ายสามารถเดินหน้าต่อได้ ONE ไม่เคยปิดประตูการเจรจา และต้องการแสวงหาทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่าย
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี



