
ในความเป็นจริง เส้นครึ่งวงกลมดังกล่าวไม่ได้มีไว้เพื่อความสวยงามหรือเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการออกแบบสนามเท่านั้น แต่มีบทบาทสำคัญต่อการตัดสินเกมและความยุติธรรมในการแข่งขัน
เส้นครึ่งวงกลมหน้ากรอบเขตโทษ มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า Penalty Arc หรือที่แฟนบอลมักเรียกกันติดปากว่า “เส้นโค้งเขตโทษ” เส้นนี้มีรัศมี 9.15 เมตร (10 หลา) วัดจากจุดโทษ และลากเป็นครึ่งวงกลมออกมานอกกรอบเขตโทษ

ประโยชน์สำคัญที่สุดของเส้นครึ่งวงกลม คือการใช้กำหนดระยะห่างของผู้เล่นคนอื่นๆในจังหวะยิงจุดโทษ ตามกติกาฟุตบอลของฟีฟ่า ผู้เล่นทุกคน ยกเว้นผู้ยิงและผู้รักษาประตู จะต้องอยู่ห่างจากจุดโทษอย่างน้อย 9.15 เมตร
เส้นครึ่งวงกลมนี้จึงทำหน้าที่เป็น “เส้นเตือน” ทางสายตา เพื่อให้ผู้ตัดสินสามารถมองเห็นได้ชัดเจนว่า ผู้เล่นคนใดก้าวล้ำระยะเข้ามาในเขตต้องห้ามก่อนที่ลูกบอลจะถูกยิงหรือไม่
เหตุผลที่เส้นนี้ถูกวาดเป็นเพียงครึ่งวงกลม เนื่องจากอีกครึ่งหนึ่งของวงกลมถูกนับรวมอยู่ภายในกรอบเขตโทษอยู่แล้ว การลากเส้นเฉพาะส่วนที่อยู่นอกกรอบเขตโทษจึงช่วยลดความซับซ้อนของเส้นสนาม และทำให้ผู้ตัดสินแยกพื้นที่ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

ในจังหวะยิงจุดโทษ ผู้เล่นมักพยายามวิ่งเข้าไปซ้ำทันทีหากผู้รักษาประตูปัดบอลออกมา เส้นครึ่งวงกลมช่วยให้ผู้ตัดสินตัดสินได้ง่ายขึ้นว่า ผู้เล่นเริ่มวิ่งเข้ามาก่อนเวลาหรือไม่ หากมีการล้ำเส้นก่อนลูกถูกยิง ผู้ตัดสินสามารถเป่านกหวีดสั่งให้ยิงใหม่หรือให้ฟาวล์ตามกติกาได้ทันที
แม้เส้นครึ่งวงกลมหน้ากรอบเขตโทษจะดูเป็นรายละเอียดเล็กน้อยของสนามฟุตบอล แต่ในหลายเกม เส้นนี้กลับมีผลต่อผลการแข่งขันโดยตรง ทั้งการยิงใหม่ การริบประตู หรือการตัดสินจังหวะสำคัญที่อาจเปลี่ยนเกมทั้งเกมได้

เส้นครึ่งวงกลมหน้ากรอบเขตโทษไม่ได้มีไว้เพื่อความสวยงาม แต่เป็นองค์ประกอบสำคัญของกติกาฟุตบอล ทำหน้าที่ควบคุมระยะห่างในจังหวะยิงจุดโทษ ช่วยให้ผู้ตัดสินตัดสินได้ชัดเจน ลดข้อโต้แย้ง และรักษาความยุติธรรมในการแข่งขัน
เส้นเล็กๆเส้นนี้จึงเป็นอีกหนึ่งรายละเอียดที่สะท้อนว่า ฟุตบอลคือกีฬาที่ให้ความสำคัญกับกติกาและความเท่าเทียมในทุกจังหวะของเกม