"สติง VS โฮแกน" : แมตช์มวยปล้ำคนดูเยอะที่สุดแห่งยุค .. แต่ตอนจบเป็นปริศนา

"สติง VS โฮแกน" : แมตช์มวยปล้ำคนดูเยอะที่สุดแห่งยุค .. แต่ตอนจบเป็นปริศนา

"สติง VS โฮแกน" : แมตช์มวยปล้ำคนดูเยอะที่สุดแห่งยุค .. แต่ตอนจบเป็นปริศนา
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

สติง และ ฮัลค์ โฮแกน คือ 2 นักมวยปล้ำตัวชูโรงของ WCW ในช่วงปลายยุค 1990s

เรื่องราวของพวกเขาถูกร้อยเรียงมาอย่างตั้งใจ ฝ่ายธรรมะคือ สติง ผู้นำทัพ WCW ขณะที่ฝ่ายอธรรมคือ โฮแกน ผู้นำทัพกลุ่มดาวร้ายขวัญใจแฟนๆอย่าง nWo

เรื่องทั้งหมดปูมาเพื่อศึก Starrade 1997 ที่ทั้งสองจะขึ้นปล้ำกัน และแฟนๆทุกคนก็ต่างรอคอย ทว่าเมื่อถึงตอนจบ เรื่องทั้งหมดกลับสร้างความสงสัยไม่น้อยกว่าการได้แชมป์โลกของ WCW

มันเกิดอะไรขึ้น? ติดตามไปพร้อมกับ Main Stand กันได้เลย

nWo ตัวร้ายในใจคุณ 

WCW หรือ World Championship Wrestling ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1988 หลัง เท็ด เทอร์เนอร์ มหาเศรษฐีจากธุรกิจสื่อสารมวลชน ผู้ก่อตั้งช่องโทรทัศน์ CNN ทุ่มเงิน 9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อซื้อส่วนหนึ่งของสมาคม NWA ค่ายมวยปล้ำอันดับ 2 ของโลกมาไว้ในการดูแลของตัวเอง

1อย่างไรก็ตาม เส้นทางการผงาดของ WCW นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะกระดูกชิ้นใหญ่ที่ขวางหน้าอยู่คือค่ายมวยปล้ำอันดับ 1 ของผู้บริหารที่ขึ้นชื่อว่าปราดเปรื่องเรื่องการสร้างมูลค่าทางการตลาดมากที่สุดของวงการมวยปล้ำตลอดกาล และเขาคนนั้นก็คือ "วินซ์ แม็คแมน"

วินซ์ แม็คแมน เข้ามาบริหารกิจการค่ายมวยปล้ำสมบัติของตระกูลอย่าง WWF (WWE ในปัจจุบัน) ในช่วงปี 1982 สิ่งที่สามารถใช้คำว่าเขาได้ปฏิวัติวงการคือการเปลี่ยนกรอบของมวยปล้ำให้ไม่ใช่แค่กีฬาแต่เป็นความบันเทิงที่ต้องควบคู่กันไปด้วย ช่วงเวลาดังกล่าวคือช่วงเวลาที่นักมวยปล้ำแต่ละคนจะถูก "สร้างคาแร็กเตอร์" ให้มีเสน่ห์และโดนใจคนดูที่สุด ถ้าเป็นเป็นตัวดีก็ต้องเป็นพระเอกขวัญใจมหาชน ถ้าจะร้ายก็ต้องกลายเป็นตัวโกงที่ทุกคนชังน้ำหน้า จนอยากจะตีตั๋วมาดูเพื่อได้เห็นพวกเขาแพ้กับตาตัวเอง 

WWF สร้างภาพจำที่ยอดเยี่ยมของมวยปล้ำยุคใหม่ตั้งแต่ยุค 1980s เป็นต้นมา นักมวยปล้ำของพวกเขาล้วนมีคาแร็กเตอร์ที่ชัดเจน มีสตอรี่เบื้องหลังที่ทำให้คนดูมีอรรถรสในการรับชมมากกว่าที่เคยเป็นมา 

อย่างไรก็ตาม ในช่วงกลางยุค 1990s WWF ต้องการปรับผังองค์กร พวกเขาเชื่อว่าแฟนบอลมวยปล้ำเริ่มมีความต้องการในการเสพมากขึ้น จากเดิมที่ขอแค่สตอรี่ดีเรื่องสนุก ตอนนี้แฟนๆอยากจะเห็นการปล้ำที่สมจริง แตกเป็นแตก เลือดเป็นเลือด เถื่อนๆดิบๆ นั่นทำให้ วินซ์ แม็คแมน มองว่าโฮแกนนั้นตกรุ่นไปแล้ว และสมควรแก่เวลาที่จะดันนักมวยปลํ้ารุ่นใหม่ขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 คนต่อไปแทน 

ความคิดเห็นดังกล่าวทำให้โฮแกนที่ยังคงเชื่อว่าเขาคือเบอร์ 1 ไม่พอใจและนำมาซึ่งการแยกทางกันในปี 1993 ช่วงเวลานี้เองที่ WCW ว่องไวเหมือนกับฉลามได้กลิ่นคาวเลือด พวกเขาเข้ามาจีบโฮแกนให้กลับสู่วงการมวยปล้ำอีกครั้ง พร้อมกับเสนอบท "ตัวร้าย" .. นี่คือบทบาทฝั่งอธรรมครั้งแรกของโฮแกนในอาชีพเลยก็ว่าได้ 

โฮแกนใช้เวลายอมรับความจริงอยู่พักใหญ่ จนสุดท้ายเขาก็ตัดสินใจรับบทนี้ ซึ่งบทดังกล่าวคือหัวหน้ากลุ่ม nWo (New World Order) ที่สมาชิกประกอบไปด้วยตัวร้ายขวัญใจแฟนๆอย่างกลุ่ม Outsider นำโดย เควิน แนช และ สก็อตต์ ฮอลล์ และด้วยขุมพลังที่พร้อมเป็นตัวร้ายขนาดนี้ ไม่นานนักโฮแกนก็ตีบทแตกได้สำเร็จ

"ผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงนี้คืออนาคตของวงการมวยปล้ำ คุณสามารถเรียกพวกเราว่า New World Order และพวกเราจะไม่แค่ยึดครองวงการมวยปล้ำ แต่พวกเราจะทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้าเส้นทางของพวกเรา"

2บทบาทของกลุ่ม nWo คือกลุ่มนักมวยปล้ำที่ต้องการจัดระเบียบโลกมวยปล้ำใหม่ด้วยแนวคิดของพวกเขา ใครที่ขวางทางจะต้องถูกอัดกระจุย ไม่ว่าจะเป็นการไล่อัดคู่ปรับของพวกเขาทั้งบนเวทีและแม้แต่ตอนที่เดินอยู่ข้างถนน ถ้าถามว่าคู่ปรับของ nWo คือใคร? คำตอบนั้นคือ สมาคมมวยปล้ำ WCW ทั้งหมด ทุกคนที่เกี่ยวข้องจะต้องโดนเล่นงานแบบไม่มียั้ง

ด้วยความที่กลุ่ม nWo ประกอบด้วยนักมวยปล้ำฝีมือดีทั้งนั้น ทำให้นักมวยปล้ำที่เป็นตัวแทนของฝั่ง WCW ต้องรับบทโดนกระทืบเสียทุกครั้งแบบไร้แรงต้านทาน กลุ่ม nWo ไล่เก็บปลาซิวปลาสร้อยไปทีละคนทีละคน และท้ายที่สุด พวกเขาก็มาถึงบอสใหญ่ที่เปรียบเสมือนเบอร์ 1 ของฝั่ง WCW เขาคนนั้นคือบุรุษผู้มาพร้อมกับหน้ากาก ชื่อของเขาคือ "สติง"

สติง อีกาเดียวดาย 

สติง คือนักมวยปล้ำที่เริ่มก้าวสู้เส้นทางของการเป็นดารานำตั้งแต่ช่วงยุค 1980s เขาเป็นหนึ่งในศิษย์เก่าของค่าย NWA (ค่ายที่ เท็ด เทอร์เนอร์ ซื้อส่วนหนึ่งมารีแบรนด์เป็น WCW) และถูกผลักดันจนก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญตลอดช่วงเวลาของ WCW 

3ลีลาการปล้ำคือสิ่งที่ทุกคนจดจำสติงได้ขึ้นใจ นั่นเป็นเพราะเขาเป็นคนปล้ำมันปล้ำสนุก มีลีลาเร้าใจ เหนือสิ่งอื่นใดกับคาแร็กเตอร์การเพนต์หน้าด้วยสีต่างๆตามโอกาส ทำให้เขาถูกจดจำได้มากขึ้นก่อนที่จะค่อยๆขยับสถานะมาอยู่ในระดับเดียวกับสตาร์ของ WCW อย่าง ริค แฟลร์ และ ดัสตี้ โรดส์ 

ปี 1988 สติงขึ้นปล้ำกับ ริค แฟลร์ ในศึก Clash of the Champions แม้การแข่งขันที่กินเวลานานถึง 45 นาทีจะจบลงด้วยการเสมอ แต่แมตช์นั้นได้สร้างประวัติศาสตร์ทำเรตติ้งเอาชนะศึก WrestleMania IV ของฝั่ง WWF ได้ .. สติงได้รับความนิยมเป็นอย่างมากหลังจากแมตช์นั้น ก่อนเขาจะถูกผลักดันให้กลายเป็นแชมป์โลกในปี 1990 

แม้จะมีช่วงที่โดนวิจารณ์อยู่บ้าง แต่ในปี 1996 สติงก็พลิกบทบาทตัวเองมาเป็น "The Crow" แอนตี้ฮีโร่ด้านมืดแห่ง WCW กล่าวคือเขาเป็นพวกหมาป่าเดียวดาย แข็งแกร่งด้วยตัวคนเดียว และนี่คือกิมมิคที่ "ปังสุดๆ" สติงดูเท่ขึ้นมาเป็นกองในบทบาทนี้ ซึ่งดูเหมือนว่าบทบาทนี้ของสติงจะถูกสร้างมาให้กลายเป็นคนที่มาหยุดความวุ่นวายภายใน WCW ที่ถูกคุกคามจาก nWo นำโดย ฮัลค์ โฮแกน

อยากให้คุณลองนึกภาพฮีโร่สักคนที่ไม่ค่อยสุงสิงวุ่นวายกลับใคร แต่วันหนึ่งผู้คนรอบตัวของเขากลับค่อยๆล้มลงและพ่ายแพ้ให้กับฝ่ายอธรรมทีละคน ทีละคน .. จากที่เป็นฮีโร่สันโดษ สติงถูกวางคาแร็กเตอร์ให้เป็นผู้เฝ้ามองหายนะอย่างอดทน จนกระทั่งเขาทนไม่ไหวต้องลงมาจัดการ nWo ด้วยตัวเอง

สติงค่อยๆรวมพลังฝ่ายธรรมะ นำโดยเขาที่เปรียบเสมือนหัวหน้าทีม พร้อมดัวย เล็กซ์ ลูเกอร์ และ แรนดี้ ซาเวจ ก่อนที่ทั้ง 3 คนจะขึ้นปะทะการทำลายล้างของกลุ่ม nWo ด้วยการต่อสู้แบบ 3-3 ในศึก Bash at the Beach ซึ่งจากนั้นสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างทั้งสองฝั่งก็ดำเนินต่อไป nWo ยังไม่ยอมหยุดง่ายๆ และแม้แต่ทีมของสติงก็ต้านเอาไว้ไม่อยู่

4เมื่อเรื่องราวกำลังเข้มข้นแต่กลับทำท่าจะหาจุดจบไม่ลง ที่สุดแล้วช่วงเวลาอันแสนสุกงอมของศึกภายในก็มาถึงจุดพีก ปี 1997 WCW ประกาศคู่เอกในศึก STARRADE ว่าจะเป็นการเจอกันของคู่ที่ทุกคนรอคอย 

ตัวแทนของฝ่ายธรรมะอย่าง สติง จะต้องขึ้นเวทีแบบ 1-1 กับตัวร้ายที่ได้ใจแฟนๆอย่าง ฮัลค์ โฮแกน .. ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ากระแสตอบรับของคู่เอกนี้จะร้อนแรงขนาดไหน

The Match of the Century?  

การร้อยเรียงเรื่องราวก่อนถึงการขึ้นปล้ำระหว่างสติงและโฮแกนนั้นเป็นไปอย่างสมบูรณ์แบบ ต่างฝ่ายต่างก็เรียกกระแสของแฟนๆได้เป็นอย่างดี และตัวของสติงก็ถูกวางเข้าไปในเส้นเรื่องที่มีการหักมุมเกิดขึ้น นั่นทำให้แมตช์นี้น่าดูขึ้นอีกเป็นกอง

5เรื่องเริ่มต้นจากสติงทำท่าเหมือนจะยอมรับว่าเขาไม่สามารถต้านทานความแข็งแกร่งของกลุ่ม nWo ไหว เขาจึงต้องยอมกลืนน้ำลายคืนคำด้วยการสมัครเข้าเป็นหนึ่งในกลุ่ม nWo ด้วย .. เรื่องนี้ทำให้แฟนๆช็อกกันเป็นแถบ เรียกได้ว่าสติงหลอกกันหลังหักเลยทีเดียว เพราะเบื้องหลังการเข้ากลุ่มมีขึ้นเพื่อแยก เควิน แนช และ สก็อตต์ ฮอลล์ ลูกคู่ของโฮแกนออกไปให้หมด .. ทีนี้ก็จะเหลือเพียงการต่อสู้แบบ 1-1 เท่านั้น 

ทีมวางสคริปต์ยังไม่หยุดท็อปฟอร์มง่ายๆ เพราะนอกจากจะสร้างเรื่องให้คู่ปล้ำที่น่าดูที่สุดแล้ว พวกเขายังเติมผงชูรสที่ทำให้แมตช์นี้มีดีกรีความน่าสนใจมากกว่าทุกครั้ง เพราะก่อนขึ้นปล้ำพวกเขาจะให้กรรมการทุกคนมาจับฉลากสุ่มว่าใครจะได้ตัดสินแมตช์นี้ และบังเอิญการสุ่มจบลงที่ นิค แพทริก กรรมการสายเรียกแขก ผู้เคยสวามิภักดิ์ต่อกลุ่ม nWo ได้เป็นผู้ตัดสินคู่เอกในศึก Starrade .. แค่นี้ก็ทำให้คนดูอยากรู้แล้วว่าหากสติงจะเอาชนะโฮแกนให้ได้เขาจะต้องทำอย่างไร? เพราะในเมื่อฝีมือไม่ได้หนีกันมาก แต่กรรมการกลับเป็นตัวแสบประจำวิกที่พร้อม "โกง" ทุกเมื่อแบบนี้ 

นับตั้งแต่ที่ระฆังดัง ทั้งสองคนใส่กันหมดแม็กแบบไม่ต้องนัดหมาย โฮแกนใช้ทุกอย่างที่มีโจมตีใส่สติงไม่ว่าจะเป็นท่า ดร็อปคิก และ ไซด์เฮดล็อก ตามด้วยการลากสติงออกนอกเวทีเหวี่ยงอัดกับเสาเวที ก่อนจะกระโดดทิ้งขาใส่สติงอีก 1 ชุด และกดสติงโดยที่กรรมการ นิค แพทริก นับด้วยความเร็วมากกว่าปกติ 2 เท่า .. หนึ่ง สอง สาม! เสียงระฆังดัง โฮแกนเป็นฝ่ายชนะภายในเวลาราว 10 นาทีเท่านั้น 

แต่แล้วเรื่องมันยังคงหักมุมต่อไป เพราะในขณะที่ทุกคนคิดว่าชัยชนะของโฮแกนจะทำให้ nWo ผงาดขึ้นครองโลกอย่างที่หวัง เบรต ฮาร์ต ตำนานนักปล้ำก็ออกมาค้านเรื่องดังกล่าวและบอกว่าแพทริกนับเร็วเกินไปจนดูตั้งใจโกง ก่อนที่ฮาร์ตจะจัดการให้เริ่มการแข่งขันใหม่ ที่ผ่านมาเป็นโมฆะ และ เบรต ฮาร์ต จะเป็นกรรมการเอง 

พอเปลี่ยนสคริปต์คดีก็พลิกทันที สติงที่โดนหนักในยกแรกกลับมาเข้าสู่เกมได้สำเร็จ สติงใช้ท่า Stinger Splash และ Scorpion Deathlock ทำให้เขาพลิกสถานการณ์กลับมาเป็นผู้ชนะ และครองแชมป์โลกของสมาคม WCW ได้สำเร็จ พร้อมกับสร้างสถิติยอดขายเพย์เพอร์วิวสูงสุดตลอดกาลของ WCW จากศึก Starrcade 1997

6แต่เท่าที่อ่านการบรรยายมา คุณคิดว่าแมตช์นี้มันมีอะไรแปลกๆไหม? ..

แม้แมตช์นี้ได้รับการชื่นชมว่าถูกวางบทมาได้อย่างดีมาตลอดตั้งแต่การปูเรื่องจนถึงจุดพีก แต่ความจริงที่หลายคนไม่รู้คือ Starrcade 1997 แมตช์ระหว่าง สติง และ โฮแกน เปรียบเสมือนการอิมโพรไวส์ไปพร้อมๆกันด้วย 

กรรมการ นิค แพทริก ผู้ฉาวโฉ่ พูดถึงแมตช์ดังกล่าวหลังจากที่เขาเกษียณอายุว่า "แมตช์นี้เกิดขึ้นเพราะคนสองคนคือ สติงและโฮแกน พวกเขาคือสองแฟรนไชส์ของ WCW นอกจากนี้ ทั้งคู่ก็มีเรื่องบาดหมางกันเกี่ยวกับการหาผู้ชนะในแมตช์นั้นด้วย"

"คนหนึ่งมาหาผมแล้วบอกให้ผมนับไวๆ ส่วนอีกคนมาบอกให้นับช้าๆ และไหลไปตามเกม ทุกอย่างมันพลิกไปพลิกมา ผมไม่อยากจะเลือกฝั่งไหนเลยจริงๆนะ นั่นคือค่ำคืนที่ผมเองยังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ ผมถึงขั้นต้องถามพวกเขาว่า -เฮ้ย สรุปพวกนายจะให้ฉันเอายังไงแน่วะ?-" นิค แพทริก กล่าวถึงเบื้องหลังไฟต์นั้น 

ขณะที่เว็บไซต์ The Sporter ก็พูดถึงแมตช์นี้ว่า "มันเป็นแมตช์ใหญ่ที่ปล้ำสนุกมากก็จริง แต่มันก็เป็นแมตช์ที่น่าอับอาย โดยเฉพาะในตอนจบของเรื่อง"

7เรื่องนี้นักเขียนเว็บดังกล่าวไม่ได้คิดไปเอง เพราะหลังจากเวลาผ่านไป เอริค บิสชอฟฟ์ ซีอีโอของ WCW ได้ออกมาเปิดเผยว่าก่อนที่แมตช์นี้จะเริ่มขึ้น เขา, โฮแกน และ สติง ได้ประชุมกัน ทว่าหลังจากที่สติงออกจากห้องไปก่อน โฮแกนและบิสชอฟฟ์ กลับเห็นตรงกันว่า สติงในตอนนี้ดูจะอ่อนซ้อมและไม่มีอารมณ์ตื่นเต้นกับแมตช์เลย ดังนั้น โฮแกนจึงไม่เห็นด้วยที่จะให้สติงเป็นผู้ชนะในไฟต์นี้ตามที่กำหนดไว้ 

อย่างไรก็ตาม แม้จะไม่เห็นด้วยแค่ไหน แต่บทก็ต้องเป็นบท ท้ายที่สุดแล้ว แม้โฮแกนจะพยายามยึกยักแค่ไหน สติงก็ต้องเป็นฝ่ายชนะตามสคริปต์ที่วางไว้อยู่ดี  

นั่นคือต้นเหตุของความโกลาหลเล็กๆที่เกิดขึ้นในแมตช์ดังกล่าว แต่ที่สุดเเล้ว มวยปล้ำคือกีฬาผสมความบันเทิงและมติเป็นเอกฉันท์ สติงต้องชนะ .. แม้นั่นจะทำให้ซีรีส์ระหว่าง WCW กับ nWo จบลงแบบที่แฟนๆหลายคนยังค้างคาใจมาจนถึงทุกวันนี้ 

อัลบั้มภาพ 7 ภาพ

อัลบั้มภาพ 7 ภาพ ของ "สติง VS โฮแกน" : แมตช์มวยปล้ำคนดูเยอะที่สุดแห่งยุค .. แต่ตอนจบเป็นปริศนา

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล