การกำเนิดใหม่ของ "เวทีมวยราชดำเนิน" ที่คงรากเหง้าไว้ และตามเทรนด์โลกทัน

การกำเนิดใหม่ของ "เวทีมวยราชดำเนิน" ที่คงรากเหง้าไว้ และตามเทรนด์โลกทัน
Main Stand

สนับสนุนเนื้อหา

กาลครั้งหนึ่ง การถือกำเนิดของ "สนามมวยเวทีราชดำเนิน" เคยเป็นหมุดหมายสำคัญของวงการมวยอาชีพบ้านเรา

เมื่อสถานที่แห่งนี้นำเอา ศิลปะการต่อสู้จากภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ ที่มีรากฐานและประวัติศาสตร์คู่กับสังคมมาอย่างยาวนานอย่าง "มวยไทย" มาปรับทำให้เป็นกีฬาอาชีพ มีมาตรฐานสากลมากขึ้น 

วันเวลาผ่านไป 7 ทศวรรษ "เวทีราชดำเนิน" กลายมาเป็นสังเวียนระดับตำนาน ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวมากมาย และเป็นอีกเวทีของผู้มีหัวใจรัก Combat Sports ทั่วโลก ที่ควรต้องมาสัมผัสให้ได้สักครั้งในชีวิต

แม้จะเคยต้องเจอกับช่วงเวลาที่ซบเซา คนดูลดลง และเคยดูมองว่าล้าสมัย แต่วันนี้ "เวทีมวยราชดำเนิน" ก็ได้ Reborn อีกครั้ง 

เมื่อสถานที่ในตำนานแห่งนี้จัดการเปลี่ยนแปลงตัวเองครั้งใหญ่ เพื่อหมุนตามให้ทันกับโลกยุคใหม่ โดยพร้อมเปิดประตูต้อนรับผู้คนทุกเพศ ทุกวัย จากทั่วโลกให้มารับชมมวยไทยแบบเต็มอรรถรสที่นี่ พร้อมๆกับการรักษาเอกลักษณ์ คุณค่า และรากเหง้าของมวยไทย ไว้อย่างครบถ้วน

ราชดำเนินเกิดใหม่ 

หากย้อนกลับไปเมื่อ 3 ปีก่อน ต้องยอมรับว่านั่นเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากวงการกีฬาทั่วโลก รวมถึงมวยไทยอาชีพ ที่ไม่สามารถจัดการแข่งขันได้ยาวนานหลายเดือน เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19

1ครั้นเมื่อมวยไทยได้รับการผ่อนปรนจากภาครัฐให้กลับมาจัดต่อ ทุกเวทีไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ ล้วนได้รับผลกระทบทั้งสิ้น เพราะจำนวนผู้ชมในสนามลดลงอย่างมาก ทั้งจากปัจจัยด้วยข้อจำกัดจำนวนผู้เข้าชม ตามมาตรการสาธารณสุข 

ไปจนถึงความนิยมในตัวกีฬามวยไทยต่อคนรุ่นใหม่ก็ลดลง คนเข้าสนามมวย ส่วนใหญ่กลับเป็นเซียนขาประจำหน้าเดิมที่เข้ามาเสี่ยงโชค

บรรยากาศของวงการมวยไทย ภายหลังโควิด-19 ณ ช่วงเวลานั้นจึงซบเซาอย่างมาก ทว่าในยามที่หลายคนมองว่านี่คือวิกฤต กลับมีคนกลุ่มหนึ่งที่มองเห็นโอกาสที่จะพลิกเกม โดยเลือก "เวทีมวยราชดำเนิน" เป็นจุดศูนย์กลางของการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้

นั่นคือ บริษัท โกลเบิล สปอร์ต เวนเจอร์ส จำกัด (Global Sport Ventures) หรือ GSV ภายใต้การบริหารงานของ แบงค์-เธียรชัย พิสิฐวุฒินันท์ ซีอีโอหนุ่มผู้คลุกคลีกับกีฬาหมัดมวยมาทั้งชีวิต และมีแพชชั่นที่อยากจะการพัฒนาและยกระดับวงการมวยไทยให้ไปสู่ระดับโลก

โดย GSV ได้เข้ามาถือหุ้นและจับมือกับ สนามมวยเวทีราชดำเนิน พร้อมกับพยายามเน้นย้ำการสื่อสารว่า ยุคสมัยใหม่ของวงการมวยไทยได้เริ่มขึ้นแล้ว! ที่เวทีมาตรฐานแห่งแรกอันเป็นรากฐานและต้นกำเนิดของมวยไทยอาชีพ

2"GSV เกิดขึ้นมาจากการที่ผมกับผู้บริหาร PLAN B รู้จักกันเป็นการส่วนตัวอยู่แล้ว พอพวกเรามีการแชร์แพชชั่น แล้วพบว่าเรามีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือ ต้องการพัฒนากีฬาในประเทศไทย" 

"และกีฬาที่มีความสำคัญต่อคนในประเทศ เป็นมรดกของชาติ รวมทั้งคนไทยมีความสามารถไม่เป็นรองต่างชาติก็คือ มวยไทย .. GSV จึงเกิดขึ้นมาเพื่อพัฒนาและยกระดับกีฬามวยไทยครับ"

"ผมมีโอกาสได้คุยกับนักมวยและโปรโมเตอร์ต่างประเทศหลายคน พวกเขาบอกตรงกันว่า ความฝันของนักมวยไทยต่างชาติ คือการได้มาชกที่เวทีราชดำเนิน เปรียบเหมือนกับนักสนุกเกอร์อาชีพที่อยากไปแข่งในครูซิเบิล เธียเตอร์ สักครั้งในชีวิต นี่คือความฝันของนักมวยไทยทั่วโลก และนี่คือความสำคัญของเวทีราชดำเนิน" เธียรชัย เผยกับ Muay Thai Stand 

"ยุคใหม่" ในความหมายของ GSV จึงไม่ใช่แค่คำโฆษณาสุดหรู แต่พวกเขาได้แสดงให้เห็นด้วยสายตาถึงความเปลี่ยนแปลงที่เห็นรูปธรรม

ตั้งแต่การปรับปรุงด้านในสนาม ให้มีระบบไฟ แสง สี เสียง ที่มีความสวยงาม ตื่นตาตื่นใจ ราวกับว่าเรากำลังเข้าไปชมคอนเสิร์ตหรือการแข่งขันกีฬาลีกใหญ่ๆระดับโลก

เชื่อได้เลยว่า หากใครมีโอกาสได้เข้าไปชมการแข่งขันในเวทีมวยราชดำเนิน ณ ปัจจุบัน หรือรับชมการถ่ายทอดสดจากทางบ้าน ก็คงรู้สึกแปลกตาไปกับบรรยากาศของสังเวียนมวยแห่งแรกของประเทศไทย และสัมผัสถึงความเปลี่ยนแปลงที่เห็นเป็นรูปธรรม จับต้องได้ 

3"สิ่งที่ GSV ต้องการเปลี่ยนคือ การทำให้มวยไทยเป็นกีฬาร่วมสมัย และน่าสนใจสำหรับคนไทยทุกเพศทุกวัย การจะทำให้มวยไทยเข้าถึงทุกคนได้ก็คือ ต้องเปลี่ยนภาพลักษณ์ของมวยไทยให้ทันสมัยขึ้น เราได้ทำการเพิ่ม แสง สี เสียง เพื่อดึงดูดความสนใจ"

"เช่นเดียวกับการเปลี่ยนภาพลักษณ์ในแง่การสื่อสาร นั่นคือ การเปลี่ยนโลโก้ เราทำโลโก้ใหม่ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เพื่อให้ทุกชาติเข้าถึงได้ ในสเต็ปแรกมีผลตอบรับดีมาก ไม่ว่าจะเป็น แสง สี เสียง ในเวทีที่ดูเป็นเวทีระดับอินเตอร์ และการรีแบรนด์โลโก้ที่หลายคนชม"

ก่อนที่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จะเริ่มต้นขึ้น เวทีราชดำเนินได้เคลื่อนไหวผ่านการปรับเปลี่ยนโลโก้ โดยได้ร่วมมือกับบริษัทดีไซน์สัญชาติไทยอย่าง Farmgroup ที่เคยมีประสบการณ์ในการออกแบบโลโก้ Thai League มาแล้ว  

ด้วยความที่ เวทีราชดำเนิน ถูกออกแบบด้วยสถาปัตยกรรม art deco ในยุคสมัยศิลปะเดียวกันกับอาคารไปรษณีย์กลาง อาคารที่เป็นเอกลักษณ์และควรค่าในการอนุรักษ์ 

ดังนั้น การปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ในครั้งนี้นั้น ถูกทำขึ้นภายใต้ความตั้งใจที่จะสื่อสารความคลาสสิกของงานออกแบบดั้งเดิม ผ่านภาษาดีไซน์ที่ทันสมัยมากขึ้น

โดยดีไซน์ของคำว่า "เวทีราชดำเนิน"  ที่เห็นใช้ในอดีตนั้น ถูกนำมาปรับเล็กน้อยเพื่อให้ได้สัดส่วนที่ชัดเจนลงตัวมากยิ่งขึ้น ซึ่งเส้นสายและสไตล์ของตัวอักษรภาษาไทยนี้ ก็ได้ถูกนำไปต่อยอดเป็นชุดของฟอนต์ที่ใช้ในภาษาอังกฤษเช่นกัน 

4ซึ่งหากสังเกตดีๆจะพบว่า "วงกลม" เป็นรูปทรงที่แสดงชัดออกมาในคำของทั้งสองภาษา ประจวบเหมาะกับความพิเศษอีกอย่างของเวทีมวยราชดำเนินนั้นก็คือ ที่นี่เป็นเวทีเดียวที่มีอัฒจันทร์คนดูเป็นวงกลมมาตั้งแต่ยุคเริ่มต้น 

ทำให้ทั้งในแง่ของการออกแบบภาพลักษณ์ และสถาปัตยกรรม "วงกลม" จึงกลายเป็นส่วนประกอบและเอกลักษณ์ที่สำคัญที่แสดงถึงความเป็นเวทีราชดำเนิน ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันนั่นเอง

เวทีที่เข้าถึงทุกคน

"ราชดำเนิน" ไม่ได้ทำเพียงแค่รีแบรนด์โลโก้ และปรับปรุงภูมิทัศน์ด้านในสนามจนออกมาสวยงาม ดูอินเตอร์มากขึ้นอย่างเดียว

แต่ในส่วนของการแข่งขัน ทาง GSV และเวทีมวยราชดำเนิน ก็ยังมองไปข้างหน้าและเห็นตรงกันว่า ถึงเวลาที่สังเวียนนี้จะกลับต้องการจัดมวยไทยให้ล้อไปกับเทรนด์โลกกีฬาในยุคปัจจุบัน

5เพราะในยุคสมัยนี้ สปอร์ต อย่างเดียว อาจไม่เพียงพอ แต่ยังต้องมีการเพิ่มเติมเสริมแต่งความบันเทิงเข้าไปด้วย ดังเห็นได้จากการแข่งขันมวยรอบ Rajdamnern World Series ที่ถือกำเนิดขึ้น

รายการนี้ถือเป็นมวยไทยรูปแบบใหม่ ที่มีการปรับกฎ กติกา ให้มีความสนุกตื่นเต้น เข้าใจง่าย ดูได้ทุกวัย เริ่มจากการโชว์คะแนนทุกยก เพื่อความชัดเจน และทำให้นักสู้รู้สถานการณ์ตัวเอง, การปรับจาก 5 เหลือ 3 ยก รวมถึงการลดขนาดเวที และคะแนนพิเศษในรอบแบ่งกลุ่ม ยิ่งน็อกเร็วก็ยิ่งได้แต้มเพิ่มเข้าไปอีก 

"เราอยากให้คนรุ่นใหม่และชาวต่างชาติเข้ามาดูมวยไทยเพิ่มมากขึ้น ฉะนั้น เราจึงต้องมีการปรับปรุงสนาม รวมถึงรูปแบบการจัดการแข่งขัน เพื่อดึงดูดให้คนที่ไม่เคยเข้าสนาม ได้เข้าสัมผัสบรรยากาศที่นี่"

"เพราะผมมองว่า มวยไทยเป็นกีฬาที่มีเสน่ห์อยู่ในตัวเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นมวยไทย 5 ยกหรือ 3 ยก ซึ่งในแวดวงกีฬาการต่อสู้ทั่วโลก ก็ให้ยอมรับว่า มวยไทย เป็นศิลปะการต่อสู้ท่ายืนที่ดีที่สุดในโลก แต่ผมมองว่ายังขาดสะพานเชื่อมระหว่างคนวงการมวยกับคนกลุ่มอื่นๆ" 

6"สมมุติว่าคุยกับคนที่ไม่ได้อยู่วงการมวยว่า เคยเข้าสนามมวยไหม? เขาอาจจะคิดว่าสนามมวยเป็นอย่างไร น่ากลัวไหม จะกล้าเข้าไหม เพราะเห็นข่าวสนามมวยเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ทำให้ไม่กล้าเข้ามาดูมวย" 

"เราจึงต้องสร้างสะพานเชื้อเชิญเขาเข้ามา นั่นคือการปรับภาพลักษณ์ ปรับทุกอย่างเพื่อต้อนรับคนทุกช่วงวัย ให้เขารู้สึกว่าเข้ามาดูมวยที่สนามสนุกยิ่งกว่าดูหน้าจอทีวี"
 
"เพราะเรามีเป้าหมายชัดเจนคือการทำให้เวทีราชดำเนินเป็นศูนย์กลางของ สปอร์ต เอ็นเตอร์เทนเมนต์ เพื่อให้ทุกคนจะได้รับความสนุก และประสบการณ์ในการรับชมกีฬาที่ดีกลับไปครับ" เธียรชัย กล่าว 

เวทีราชดำเนิน จึงต้องการประกาศให้ทุกคนได้รับรู้ว่า พวกเขาพร้อมที่เป็น Hub ของกีฬามวยไทย ไม่ว่าจะเป็นคนที่ชื่นชอบมวยไทยดั้งเดิม หรือผู้ชมหน้าใหม่ ก็สามารถเข้าร่วมกันสนุก และจอยกันที่สังเวียนแห่งนี้

This is Muay Thai, This Is Rajdamnern

อีกหนึ่งสิ่งที่ เวทีมวยราชดำเนิน กล้าที่จะลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงให้ทันกับโลกยุคใหม่ คือ เรื่องความเท่าเทียมกันในการแข่งขันกีฬา

ตลอดระยะเวลา 77 ปีที่ผ่านมา สนามมวยแห่งนี้เคยไม่อนุญาตให้นักมวยหญิงขึ้นทำการแข่งขัน และหวงห้ามไม่ให้สุภาพสตรีแตะบริเวณผืนผ้าใบหรือขอบเวทีเลย 

7"ผู้หญิง" ในโลกของมวยไทยจึงต้องเผชิญกับความแตกต่างทั้งเรื่องของรายได้ เงินรางวัล ตลอดจนถึงโอกาสที่ได้มาชกในเวทีมาตรฐาน ที่ไม่ได้สามารถทำได้เหมือนมวยชาย 

แต่ในมวยรอบ Rajdamnern World Series ครั้งแรก ทางผู้จัดและสนามจัดแข่งขันทั้งมวยชาย 4 รุ่นและมวยหญิง 1 รุ่น โดยที่ผู้ชนะของทุกรุ่น ไม่ว่าจะเป็นมวยชายหรือมวยหญิง ต่างได้รับเงินรางวัลที่เท่ากันคือ 1 ล้านบาท

สอดคล้องกับประเด็นทางสังคมโลกที่ยุคนี้ ผู้คนล้วนออกมาส่งเสียงและต้องการเรียกร้องให้ความเท่าเทียมกัน และยอมรับความสามารถของคนทุกเพศ ทุกวัย 

"จุดมุ่งหมายของเราคือ การพัฒนา อนุรักษ์ สืบสาน ศิลปะมวยไทย ซึ่งในวันนี้ถึงเวลาแล้วที่เราจะสร้างประวัติศาสตร์ร่วมกัน ยกระดับมวยไทยให้เป็นกีฬาสากล แข่งขันได้ทั้งชายและหญิงโดยความเสมอภาค แต่เราก็ไม่ละเลยเรื่องขนบประเพณีของกีฬามวยไทย"

"เราได้ทำพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์และขออนุญาตครูบาอาจารย์ให้นักมวยหญิงได้ขึ้นเวทีชกโชว์ความสามารถ และเผยแพร่ศิลปะมวยไทยในนามสตรี เราให้ความสำคัญเรื่องความเสมอภาค ความเท่าเทียมกันในทุกสังคม"

8"นักมวยหญิงบางคนถึงกับร้องไห้ ดีใจได้ขึ้นชกที่เวทีราชดำเนิน นี่คือความใฝ่ฝันของนักมวยทุกคน ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง ทุกคนอยากมาต่อยที่เวทีราชดำเนิน" 

"ผมเชื่อว่านักมวยหญิงมีความเก่งไม่แพ้นักมวยชาย เราจึงบอกให้ทุกคนได้รู้ว่า นักมวยหญิงมีความสามารถเท่าเทียมนักมวยชาย ด้วยการตั้งรางวัลให้เท่ากันทั้งนักมวยชายและนักมวยหญิง นั่นคือ ชนะเลิศ ได้เงินรางวัล 1 ล้านบาท แล้วเราจะได้เห็นความสามารถของนักมวยหญิงครับ"

มวยรอบ RWS จึงถือเป็นการโชว์ถึงมวยไทยยุคใหม่ในแบบที่ เวทีราชดำเนิน ต้องการแสดงให้ชาวโลกได้เห็นอย่างเต็มตา ถึงความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นกับสังเวียนทรงคุณค่าแห่งนี้ 

แต่ถึงกระนั้น ธรรมเนียมประเพณีบางอย่างของดั้งเดิม ที่ทรงคุณค่าและควรอนุรักษ์อย่างเช่น การไหว้ครู, การบรรเลงปี่พาทย์ ไปจนถึงการแสดงถึงน้ำใจนักกีฬาของสปิริตของนักมวยไทยยามเกมสิ้นสุดลง ก็ยังคงเป็นสิ่งที่ผู้ชมสามารถพบเห็นได้จากการแข่งขันที่สนามราชดำเนิน ไม่ได้ถูกตัดทิ้งพิธีการแต่อย่างใด

9นี่คือเรื่องราวของสนามมวยเวทีราชดำเนิน กับการเดินหน้าเข้าสู่ยุคใหม่ที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า โลกกีฬายุคนี้ต้องขับเคลื่อนด้วย สปอร์ต เอ็นเตอร์เทน แต่ก็ยังคงรักษาอนุรักษ์สืบสานความงดงาม และเสน่ห์ของมวยไทยไว้ได้อย่างครบถ้วน 

ดังคำประกาศบนเวทีของโฆษกที่มักพูกย้ำเสมอว่า "This Is Muay Thai, This Is Rajdamnern"