"จอชชัว โรเบิร์ต แอทคินสัน" : เปิดเบื้องหลังทีมชาติไทยและก้าวต่อไปในระดับโลก

"จอชชัว โรเบิร์ต แอทคินสัน" : เปิดเบื้องหลังทีมชาติไทยและก้าวต่อไปในระดับโลก

"จอชชัว โรเบิร์ต แอทคินสัน" : เปิดเบื้องหลังทีมชาติไทยและก้าวต่อไปในระดับโลก
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ผลงานขึ้นหิ้งตำนาน 4 เหรียญทองซ้อนในซีเกมส์ 2021 ที่ฮานอย ประเทศเวียดนาม ถูกบันทึกในหน้าประวัติศาสตร์นักวิ่งไทยอีกครั้ง โดย "จอชชัว โรเบิร์ต แอทคินสัน" หนุ่มลูกครึ่งไทย-ออสเตรเลีย วัย 19 ปี  ผู้เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาเพื่อพิสูจน์ตัวเอง

"พี่ใหญ่" พล.ต.ต.สุรพงษ์ อาริยะมงคล อุปนายกและเลขาธิการสมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทยฯ เคยแนะนำจอชชัวให้นักข่าวรู้จักตั้งแต่หลังจบซีเกมส์ครั้งก่อนที่ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อปี 2019 โดยบอกว่านี่คือว่าที่ดาวดวงใหม่ ที่จะมารับใช้ชาติในฐานะนักวิ่งระยะกลาง คือ 400 และ 800 เมตร แต่ด้วยเหตุผลเรื่องโควิด ทำให้ยังไม่มีใครได้เจอลูกครึ่งหนุ่มรายนี้

2 ปีที่วงการกีฬาชะงักเพราะโรคระบาด เมื่อต้นปี 2022 ที่ผ่านมา เมื่อทางการเวียดนามยืนยันการจัดซีเกมส์ จอชชัวจึงเดินทางมาจากออสเตรเลีย เพื่อมาเก็บตัวที่ประเทศไทย "คุณแม่อ้อ" ชโลธร แอทคินสัน คุณแม่ของจอชชัว เล่าว่า ในตอนแรกลูกชายลังเลที่จะมาประเทศไทย เพราะกังวลเรื่องการปรับตัว แต่คุณแม่ยืนยันว่า อยากให้เดินทางมาเพื่อพิสูจน์ตัวเอง

"แม่อยากให้จอชมาแข่งให้ทีมชาติไทย และเหมือนฟ้าบันดาล ทุกสิ่งกำหนดมาให้จอชได้รับใช้ชาติ วันนี้เราทุกคนจึงมาอยู่ด้วยกันที่ฮานอย" คุณแม่ชโลธรเล่าความรู้สึก

1

2เดิมทีจอชชัวเป็นนักกีฬาระดับไฮสคูลของออสเตรเลีย ก่อนหน้านี้ทีมชาติออสเตรเลียให้ความสนใจในตัวเขาเช่นกัน แต่ตัวจอชชัวต้องการแข่งในนามทีมชาติไทยมากกว่า ครอบครัวจึงตัดสินใจพามาฝากตัวกับสมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทย

หลังตัดสินใจมาเก็บตัวเพื่อซีเกมส์ที่เวียดนาม จอชซึ่งมีบุคลิกเป็นกันเอง และปรับตัวง่ายตามประสาวัยรุ่น ทำให้เข้ากับทุกคนในแคมป์ได้ดีมาก เป็นที่รักของเพื่อนๆ และเป็นที่ชื่นชมของโค้ชกับอาจารย์

"ไม่มีปัญหาเลย ขยันมาก เป็นเด็กที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจมาก ในการทำเพื่อทีมชาติ จอชทำตามโปรแกรมทุกขั้นตอน และปรับตัวง่าย" พล.ต.ต.สุรพงษ์ เล่าถึงจอช ซึ่งตรงกับที่คุณแม่อ้อเล่าว่า ลูกชายมีความสุขมากที่ประเทศไทย

3

4"พรจากแม่" เบื้องหลังตำนานที่ฮานอยของจอชชัว

"จอชชัว" ในชุดนักวิ่ง ที่หน้าอกมีธงชาติไทย คาดผ้าโพกหัวสีชมพู ตั้งใจวอร์มอัพอบอุ่นร่างกาย อยู่ที่สนามเล็กสำหรับการซ้อม ณ มิดิ่น สเตเดี้ยม สนามกีฬาแห่งชาติของเวียดนาม เพื่อเตรียมตัวก่อนลงสนามครั้งแรกในนามทีมชาติไทย ก่อนจะเปลี่ยนชุดเป็นชุดแข่งขันและเตรียมลงสนามจริง

คุณแม่อ้อจูบที่หน้าผากของจอช และบอกกับลูกชายว่า "Just do your best. You can do it!" ก่อนจะส่งจอชเข้าสู่สนาม ใบหน้าของทั้งคู่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม

4 คูณ 400 เมตร คือการแข่งแรกในซีเกมส์ของจอชชัว การกระชากแบบม้วนเดียวจบของเขาในการเป็นผลัดไม้สุดท้าย สร้างความฮือฮาให้คนไทยทั้งประเทศ ตามติดมาด้วย 400 และ 800 เมตรชายอีกรายการละ 1 เหรียญทอง นี่คือเหรียญทอง 3 เหรียญในการแข่งทีมชาติครั้งแรกของเด็กหนุ่มอายุ 19 ปี

การจะคว้าเหรียญทอง 4 เหรียญในซีเกมส์ครั้งเดียวไม่ใช่เรื่องง่าย ในอดีตมีเพียง เหรียญชัย ศรีหะวงษ์ ซึ่งเป็นนักวิ่งระยะสั้นเท่านั้นที่เคยทำได้ ดังนั้น ในการแข่งรายการสุดท้ายของจอช คือ 4 คูณ 400 เมตรชาย จึงมีทั้งความรู้สึกกดดัน และตื่นเต้นไปพร้อมกัน แต่สุดท้ายทีมเวิร์กที่ยอดเยี่ยมของทีมผลัดชายไทย ซึ่งประกอบด้วย ใบพัน ศิริพล, หยวก รวมโชค, ฉ่ำ อภิสิทธิ์ และ จอชชัว ก็ผนึกกำลังกันจนไปถึงเป้าหมายได้สำเร็จ

5

6ขึ้นแท่นการเป็นตำนานของวงการวิ่ง และได้รับคำชื่นชมจากคนไทยทั้งประเทศ ซึ่งคนที่ปลื้มใจมากที่สุด คงหนีไม่พ้นคุณแม่ของจอชชัว แต่คุณแม่ก็ยังคงให้คำแนะนำที่ดีกับลูกชาย เพื่อการเป็นนักกีฬาอาชีพที่ยอดเยี่ยม "แม่ดีใจมาก ภูมิใจมาก ทั้งพ่อและแม่ บอกเค้าตลอดว่า ยูทำได้แล้ว แต่ต้องอย่าผยอง อย่าคิดว่าตัวเองเหนือกว่าใคร ให้เป็นปกติ ธรรมดา ทำอย่างที่เคยทำ และอย่าลืมเป้าหมาย"

ส่วนจอชเอง แม้จะยังพูดไทยไม่เก่ง แต่ก็ฝากข้อความเป็นภาษาไทยว่า "ผมรักคนไทยมาก ขอบคุณมากครับ" และยกมือไหว้ตามแบบวัฒนธรรมไทย

จอช อธิบายความรู้สึกของตัวเองต่อเป็นภาษาอังกฤษบอกว่า เขามีความสุขมาก และอยากจะทำผลงานให้ได้ดีกว่านี้ การชนะในซีเกมส์เป็นสิ่งที่เขาเคยคาดหวัง แต่ไม่คิดว่าจะทำได้ถึง 4 เหรียญทอง "Thank you for your supported me. I'm appreciated. Hopefully I will do my best next time." จอชชัวกล่าวขอบคุณการสนับสนุนจากทุกคน และหวังว่าจะทำได้ดีอีกในการแข่งครั้งต่อไป

7

8มุ่งหน้าสู่เยาวชนโลกและเอเชียนเกมส์

ตอนนี้ จอชชัว อยู่ระหว่างเดินทางกลับไปดำเนินการเรื่องเรียนต่อที่ประเทศออสเตรเลีย และจะเดินทางกลับมาประเทศไทยอีกครั้ง เพื่อเตรียมทำเอกสารการเดินทางไปแข่งขันกรีฑาเยาวชนโลก ที่ประเทศโคลอมเบีย ซึ่งจะแข่งกันในช่วงต้นเดือนสิงหาคมนี้

คุณแม่ชโลธรบอกว่า เยาวชนโลกคือเป้าหมายปีนี้ของจอชชัว และปีหน้าจะมุ่งสู่การแข่งในเอเชีย คือ เอเชียนเกมส์ ที่หางโจว ประเทศจีน "แม่บอกเค้าว่า อย่าลืมว่าซีเกมส์ยังเป็นการแข่งที่เล็กมาก ในตอนนี้ทุกคนรู้จักยูแล้ว การได้แชมป์ไม่ยากเท่าการรักษาแชมป์ไว้ แม่ขอให้ยูก้าวต่อไปด้วยตัวเองอย่างมั่นคง" คุณแม่ชโลธรกล่าว

ซีเกมส์ถือเป็นแค่ก้าวแรกของจอชชัวในฐานะนักวิ่งทีมชาติ ซึ่งตัวจอชเองก็ยืนยันความมุ่งมั่นตั้งใจ ที่จะลงแข่งเพื่อคนไทยอีกครั้ง "ผมรอไม่ไหวแล้วที่จะแข่งในฐานะทีมชาติไทยอีกครั้ง ผมภูมิใจที่ได้แข่งในฐานะนักกีฬาไทย นี่คือเรื่องที่ยอดเยี่ยมมาก" จอชเล่าความรู้สึก

9พรสวรรค์นั้นอาจมีติดตัวมาตั้งแต่เกิด แต่แพสชั่น และวินัยจะถูกสร้างขึ้นในภายหลัง เมื่อ 3 สิ่งผสมกันอย่างลงตัวแล้ว สิ่งที่ต้องสะสมเพิ่มนั่นคือ "ประสบการณ์" ซึ่งจะเป็นองค์ประกอบสำคัญเพื่อความสำเร็จของนักกีฬา

"อนาคตดูกันไปอีกยาวๆ จอชนั้นมีพรสวรรค์ดี มุ่งมั่นที่จะแข่งให้ประเทศไทย แต่ยังต้องใช้เวลาในการฝึกฝนและพัฒนาอีกระยะหนึ่ง เราจะได้เห็นเนื้อแท้ของเขา เพราะนี่เป็นแค่การวิ่งครั้งแรกของจอชชัวในฐานะทีมชาติ" พล.ต.ต.สุรพงษ์กล่าว

ณ สนามกีฬามิดิ่น สเตเดี้ยม จอชชัวไปถึงเส้นชัยแรกของเขาอย่างสวยงามตามเป้าหมายเพื่อการพิสูจน์ตัวเองได้แล้ว แต่ในเดือนสิงหาคมนี้ ณ ประเทศโคลอมเบีย คือ เส้นทางใหม่ บนสนามการแข่งระดับเยาวชนโลก เป็นเป้าหมายที่ใหญ่ขึ้นที่จอชชัวจะกลับมาเพื่อพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง

อัลบั้มภาพ 9 ภาพ

อัลบั้มภาพ 9 ภาพ ของ "จอชชัว โรเบิร์ต แอทคินสัน" : เปิดเบื้องหลังทีมชาติไทยและก้าวต่อไปในระดับโลก

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล