"7 เหตุผล" ที่หมีไม่เหมือนเดิม

"7 เหตุผล" ที่หมีไม่เหมือนเดิม
Hot Score

สนับสนุนเนื้อหา

หลังจากที่ประสบความสำเร็จในแบบที่ใครก็คาดไม่ถึงเมื่อปีก่อน แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่า แอตเลติโก มาดริด กำลังจะหลุดวงโคจรไปอีก 1 ถ้วย ลองมาวิเคราะห์ปัญหาของพวกเขาดูกันครับ

1. ไม่มีใครแทน ดีเอโก้ คอสต้า ได้
ดีเอโก้ คอสต้า ไม่ใช่ เนย์มาร์ ที่จะไปกับบอลด้วยลีลาการเล่นที่สวยงาม แต่รูปร่างที่พอเหมาะ ความเร็วก็พอมี ส่วนสูง 188 เซ็นติเมตร ทำให้เขาไม่ได้เก่งแค่ในเขตโทษ

ตอนเขาอยู่ที่นี่ เขาไม่ได้เล่นเหมือน มานด์ซูคิช ที่รอบอลในแดนสูง คอสต้า ลงมาช่วยกองกลางอย่าง กาบี และ โกเก้ เก็บบอลให้กับทีมได้ด้วย

2. แบ็กซ้ายเป็นจุดอ่อน
กีเยร์เม่ ซิเกร่า เติมเกมสนุก เพราะมีความเร็ว เลี้ยงบอลได้ยันสุดเส้นสนาม ดูจากแมตช์ที่เขาได้สองแอสซิสต์ในเกมดาร์บี้แมตช์กับ เรอัล มาดริด


แต่ในเกมรับ ซิเกร่า ยังไม่ได้ครึ่ง เฟลิเป้ หลุยส์ ที่ย้ายไป เชลซี เหมือน คอสต้า ซีซั่นที่แล้ว 4 แต้มที่ได้มาทั้งเหย้า-เยือนในการพบกับบาร์ซ่า เฟลิเป้ หลุยส์ ทำให้ เมสซี่ และผองเพื่อนเล่นกันไม่ออก แต่ฤดูกาลนี้เจอบาร์ซ่าแพ้ทั้งไป-กลับ เพราะบาร์ซ่าเจาะตรง ซิเกร่า นั่นหล่ะ

3. อาการบาดเจ็บของ โกเก้ และ ตูราน
โกเก้ ลงสนามให้ ตราหมี เฉพาะในบอลลีก 36 นัดในซีซั่นก่อน ไม่รวมฟุตบอลยุโรปที่เล่นตั้งแต่นัดแรก ยันนัดชิงชนะเลิศ บวกเกมทีมชาติ ที่สเปนตกรอบแรกอีก 2 นัด โดยการไปบอลโลกที่บราซิลบวกกับการเก็บตัวทีมชาติ นั่นเท่ากับว่าเขายังไม่ได้พักเลย

ไม่แปลกอะไรที่นับตั้งแต่เปิดฤดูกาลมา โกเก้ เจ็บแฮมสตริงไป 2 หนแล้ว รวมระยะเวลาการรักษาก็เท่ากับว่าหายไป 4 สัปดาห์พอดี

อาร์ด้า ตูราน เองก็เช่นกัน เขาไม่ได้ลงสนามช่วงสตาร์ทซีซั่น 2 อาทิตย์จากการบาดเจ็บที่แฮมสตริงเช่นเดียวกับ โกเก้ รวมทั้งในเกมกับ เรอัล ที่อาการดังกล่าวกำเริบอีกหน

4. ผู้รักษาประตูไม่ใช่ กูร์กตัวส์
ปีที่แล้ว ติโบต์ กูร์กตัวส์ เฝ้าเสาให้ แอตเลติโก เสียไปเพียง 26 ประตู ในเกมลีก และที่น่ายกย่องก็คือ จากทั้งหมด 38 นัด กูร์กตัวส์ รักษาคลีนชีตได้ถึง 19 แมตช์ เรียกได้ว่าครึ่งต่อครึ่งเลยทีเดียว

แต่ในซีซั่นปัจจุบัน เล่นมา 23 เกม แอตเลติโก เสียประตูให้คู่แข่งไปแล้ว 22 ประตู ทั้งที่คู่เซ็นเตอร์ ดูจะสมดุลกว่าปีที่แล้ว เพราะ โฮเซ่ กิเมเนซ เข้ามาคอยช่วยโรเตชั่นรักษาสภาพร่างกาย โกดิน และ มิรานด้า

5. ราอูล การ์เซีย ถูกลดบทบาท
หากมองว่า ดีเอโก้ คอสต้า เป็นกองหน้าจอมตุกติกในเขตโทษแล้ว ราอูล การ์เซีย เองก็คงไม่น้อยหน้าเช่นกัน

เขาคือนักเตะที่คอยเติมขึ้นมาทำประตูในจังหวะลูกเซตเพลย์ได้บ่อยครั้ง โดยฤดูกาลก่อนเขายิงไป 10 ประตูเฉพาะในลีก ถือว่าเป็นกองกลางที่ทำประตูได้มากที่สุดรองจาก ราคิติช ที่ตอนนั้นอยู่ เซบีญ่า

แม้จะเริ่มอาชีพกับโอซาซูน่า โดยการเป็นมิดฟิลด์ตัวรับ แต่ปัจจุบันเขาเล่นได้หลากหลาย ตั้งแต่กองกลางยันหน้าต่ำ แถมยังมีทั้งลูกหนักและลูกตุกติกตามที่บอกข้างต้น

6. เกมนอกบ้านห่วย!!!
ในสถานการณ์ปัจจุบัน 5 นัดล่าสุดที่ออกนอกถิ่นบิเซนเต้ กัลเดร่อน แพ้ถึง 3 โดยชนะได้แค่นัดเดียว หากจะบอกว่าเด็กตื่นเวลาเล่นที่อื่นก็ไม่ใช่ เพราะในไลน์อัพแรกของลูกทีม ซิเมโอเน่ ถือว่าเก๋าพอตัวทุกคน จะมีก็แค่ โฮเซ่ กิเมเนซ อะไหล่ในแนวรับที่อายุเพียง 20 ปี

เป็นไปได้ว่ายามเล่นโดยแฟนบอลที่ส่งเสียงเชียร์น้อยลง ความฮึกเหิมของนักเตะก็ลดลงตามไปด้วย

7. โลภไปหน่อย
เห็นได้ชัดว่าการเสียแข้งดีๆอย่าง หลุยส์ และ คอสต้า ได้เงินมามหาศาล ซิเมโอเน่ เลือกที่จะเพิ่มขนาดทีมมากกว่าซื้อบิ๊กเนมคืนมา

ปีนี้ เอล โชโล่ มีทั้ง ราอูล กิเมเนซ, เฟร์นานโด ตอร์เรส และ อังเคล คอร์เรีย ที่กำลังหายจากการบาดเจ็บมาเป็นตัวเลือกในแนวรุก ก็เพื่อที่จะเอาไว้หมุนเวียนเวลาเล่นศึกนอกประเทศ เหมือนที่บาร์ซ่า มีขนาดทีมมากพอในการเลือกนักเตะโรเตชั่น

โดยเมื่อปีที่แล้ว แอตเลติโก มีไลน์อัพเดียวคือ กูร์กตัวส์, ฆวนฟราน, มิรานด้า, โกดิน, หลุยส์, โกเก้, กาบี, ติอาโก้, ตูราน, การ์เซีย และ คอสต้า 11 คนนี้เล่นทุกถ้วย ประสบความสำเร็จ 1 ถ้วย ได้รองแชมป์ 1 ถ้วย แต่ปีนี้ทีมใหญ่กว่าเดิม กำลังจะแห้วแล้ว 1 รายการ หลังจากร่วงโกปา เดล เรย์ไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม ขึ้นชื่อว่า ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ เขาพร้อมเผชิญปัญหาอยู่แล้ว อยากจะรู้เหมือนกันว่า เอล โชโล่ จะพาลูกน้องผ่านซีซั่นนี้ได้สวยขนาดไหน

Palm