สงครามกลับมาอีกครั้ง.. "16 ผู้รอดตาย" ศึกศักดิ์ศรีแห่งเจ้ายุโรป

สงครามกลับมาอีกครั้ง.. "16 ผู้รอดตาย" ศึกศักดิ์ศรีแห่งเจ้ายุโรป
S! Sport

สนับสนุนเนื้อหา

กลับมาอีกครั้งกับบรรยากาศแห่ง "ค่ำคืนยุโรป" เริ่มต้นที่คืนนี้ในรอบน็อกเอ๊าท์ 16 ทีมสุดท้าย หลังจากหยุดพักกันมากว่า 2 เดือน นับตั้งแต่นัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มช่วงเดือนธันวาคมศกก่อน

ชื่อเรื่องไม่รู้จะดูอลังการไปมั้ย? แต่สำหรับ "16 ผู้รอดตาย" ที่ผ่านสมรภูมิในรอบแรกมาได้ จำแนกตามลีกคือ เยอรมัน 4 ทีม, สเปน กับ อังกฤษ ชาติละ 3 ทีม, ฝรั่งเศส 2 ทีม และ อิตาลี, โปรตุเกส, ยูเครน, สวิตเซอร์แลนด์ ชาติละทีม ต้องถือว่าต่างก็อยู่ในห้วงอารมณ์นี้อย่างแท้จริง

อัตรา "เต็งแชมป์" ล่าสุด ที่สื่อต่างประเทศเห็นตรงกัน เต็ง 1 เป็น "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค ยอดทีมจากบุนเดสลีกา ดูดีมีภาษีกว่า "แชมป์เก่า" เรอัล มาดริด เล็กน้อย ตามมาด้วย บาร์เซโลน่า, เชลซี และ แมนฯ ซิตี้ ที่เป็นเต็ง 3-5 ตามลำดับ

คืนนี้ (17 ก.พ. 58) 02.45 น. ตามเวลาบ้านเรา เปิดรอบนี้ด้วย 2 คู่แรก เกมที่ปารีสเป็น "ศึกเศรษฐี" เปแอสเช พบ เชลซี คู่นี้ซีซั่นที่แล้วเจอกันในรอบ 8 ทีม ก่อนจะเป็น "สิงห์บลูส์" ที่แสบสุดๆ เขี่ยทีมดังแดนน้ำหอมตกรอบด้วยกฏอเวย์โกล หลังจากแพ้นัดแรก 1-3 แต่กลับมาเอาชนะที่บ้านได้ 2-0 (สกอร์รวม 3-3)

อีกคู่เป็น ชัคตาร์ โดเน็ทส์ก แชมป์จากยูเครน เปิดบ้านรับศึกหนักพบ "เต็ง 1" บาเยิร์น มิวนิค งานนี้เชื่อว่า มีร์เซีย ลูเชสคู กุนซือใหญ่ชาวโรมาเนียของเจ้าบ้าน รู้ดีว่าการชนะเสือใต้ เป็นงานที่ยากพอๆกับเข็นครกขึ้นภูเขา  การ "ไม่แพ้" หรืออย่างน้อยไม่เสียประตูในบ้าน คงเป็นอะไรที่แฮปปี้สุดๆ จากนั้นค่อยไปว่ากันที่มิวนิคอีกทีในนัดที่สอง

ส่วนคู่อื่นๆที่มีคิวลงหวดกันในวันต่อๆไป "ชาลเก้ - เรอัล มาดริด" ทีมดังจากเยอรมันอยู่ในฟอร์มที่ดีในลีก ตอนนี้ยังเกาะกลุ่มอยู่ในอันดับลุ้นมาเตะถ้วยนี้ได้อีกครั้งในซีซั่นหน้า ส่วน "ราชันชุดขาว" ช่วงนี้ฟอร์มอาจกระท่อนกระแท่นในบางนัด แต่ก็เป็นบทพิสูจน์ชั้นดีว่า "เจ็ทโด้ & ผองเพื่อน" จะกลับมาเข้าฟอร์มได้ทันเวลาหรือไม่?

"บาเซิ่ล - ปอร์โต้" ไม่ใช่งานง่ายสำหรับแชมป์จากสวิส ดูมุมไหนก็เป็นรองทุกหน้า เมื่อต้องมาจ๊ะเอ๋พบกับ ปอร์โต้ เขี้ยวลากดินในบอลถ้วยยุโรปของวงการอีกทีมนึง รอบแรกแข่ง 6 นัด ชนะ 4 เสมอ 2 ไม่แพ้ใครเลย ก้ต้องมาดูกันว่า "บอลรอง" จะทำได้ดีแค่ไหน

"แมนฯ ซิตี้ - บาร์เซโลน่า" แชมป์พรีเมียร์ลีกจับเจอตอเข้าเต็มๆ(อีกแล้ว) เมื่อต้องมาพบกับ "เจ้าบุญทุ่ม" โดยเฉพาะตอนนี้ 3 ประสาน "MSN" ลิโอเนล เมสซี่, เนย์มาร์ และ หลุยส์ ซัวเรซ นับวันยิ่งเล่นยิ่งเข้าขา กระซวกประตูคู่แข่งได้เป็นกอบเป็นกำทุกนัด น่าสนใจว่า มานูเอล เปเยกรินี่ เฮดโค้ชชาวชิเลียนจะเอาตัวรอดจากกระดูกชิ้นโตจากสเปนนี้ไปได้ยังไง เพราะบอร์ด "เรือใบสีฟ้า" คาดหวังกับรายการนี้ไว้สูงเหลือเกิน

"ยูเวนตุส - โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์" ถือเป็นมวยถูกคู่ แม้ตามหน้าเสื่อดูฟอร์มในลีกตัวเอง ยูเว่ จะเหนือกว่าเยอะเพราะครองจ่าฝูงอยู่ ส่วน "เสือเหลือง" แม้จะเป็นแชมป์กลุ่มในรอบแรก แต่สถานการณ์ในลีกแตกต่างกันดั่งฟ้ากับเหว เพราะต้องดิ้นรนหนีจากโซนท้ายตารางอย่างหนัก แม้จะเริ่มเก็บชัยชนะได้มากขึ้นในช่วงหลังแล้วก็ตาม

"อาร์เซน่อล - โมนาโก" เป็นปีที่พลพรรค "ปืนใหญ่" คาดหวังไม่ใช่น้อย ด้วยนักเตะที่เข้ามาใหม่กับแข้งเก่าในทีมที่ผสานกันได้อย่างลงตัวทั้งพวกตัวเก๋าและดาวรุ่ง ด้านทีมดังจากฝรั่งเศส แม้จะไม่มีสตาร์เด่น หลังไม่มีทั้ง ฮาเมส โรดริเกวซ และ ราดาเมล ฟัลเกา แต่ก็ประมาทไม่ได้เช่นกัน เพราะรอบแรกก็เป็น "แชมป์กลุ่ม" มา

"ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น - แอตเลติโก มาดริด" ทีม "ห้างขายยา" อาจจะไม่โดดเด่นนักในเกมรุก แต่เกมรับที่เสียประตูยากช่วยให้พวกเขาผ่านเข้ารอบมาได้ ต้องมาพบกับ "ตราหมี" แชมป์ลีกสเปนฤดูกาลที่แล้ว ที่มีเกมบุกและการแก้เกมของ "เอล โชโล่" ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ เป็นจุดแข็ง ก็ทำให้คู่นี้เป็นอะไรที่น่าติดตามไม่แพ้คู่อื่นๆเช่นกัน

ย้ำกันอีกที บอกต่อกันอีกครั้ง ศึกแย่ง "บิ๊กเอียร์" กลับมาแล้ว! รับประกันความตื่นเต้น ดราม่า เร้าใจ เหมือนเช่นเคย จากคืนนี้ไปจนถึงเกมเลกที่สองช่วงกลางเดือนหน้า มาดูกันอีกทีว่า ที่สุดแล้ว "8 ผู้รอดตาย" จะเหลือทีมใดยืนตระหง่านอยู่กลางสมรภูมิบ้าง?

เรื่องโดย : "น้องเพชร"