เงื่อนไขการคว้าแชมป์ "คิงส์คัพ" ของแต่ละทีม!

ถึงคราวที่ต้องใช้วลี "ยืมจมูกคนอื่นหายใจ" คงยังไม่พอ เพราะต้อง "ทำวันนี้ให้ดีที่สุด" ด้วยสำหรับ "ทัพช้างศึก" หากหวังจะคว้าแชมป์ คิงส์คัพ ครั้งที่ 43 นี้
เพราะล่าสุด หลังจากที่ ทีมชาติไทย พ่ายเละต่อ ทีมชาติอุซเบกิสถาน 2-5 ไปเมื่อช่วงหัวค่ำวานนี้ ทำให้สถานการณ์ "ลุ้นแชมป์" ประตูไม่เปิดกว้างสำหรับเราเท่าไรนัก
"โสมขาว" เกาหลีใต้ ถือไพ่ได้เปรียบ ดูดีมีภาษีกว่าใครเพื่อนในตอนนี้ เมื่อนำเป็นจ่าฝูง 6 คะแนน นัดสุดท้ายกับทีมชาติไทย "แค่ไม่แพ้" พวกเขาก็จะเป็นแชมป์ทันที
ส่วน อุซเบกิสถาน อยู่ในสถานการณ์ที่เป็นรองลงมา เนื่องจากนัดสุดท้ายพวกเขาต้องชนะ ฮอนดูรัส แล้ว ก็ต้อง "ยืมจมูกช้างศึกหายใจ" ลุ้นให้ไทยเราเอาชนะเกาหลีใต้ให้ได้สถานเดียว และต้องชนะแบบยิงไม่เยอะด้วยนะ

ตารางคะแนนก่อนนัดสุดท้าย
ด้าน "ช้างศึก" ทีมชาติไทย เสียเปรียบกว่าใครเพื่อน เมื่อต้องเอาชนะเกาหลีใต้ให้ได้อย่างน้อย 2 ประตู และ "ยืมจมูกฮอนดูรัสหายใจ" ด้วยหวังให้ขุนพลจากทะเลแคริบเบียนไม่แพ้อุซเบกิสถานนั่นเอง
และสุดท้าย ฮอนดูรัส แม้โอกาสจะได้แชมป์ครั้งนี้จะเท่ากับศูนย์ไปแล้ว แต่พวกเขายังถือเป็นส่วนสำคัญ กำหนดชะตาชีวิตตำแหน่งแชมป์ของทีมอื่นได้ โดยเฉพาะ อุซเบกิสถาน และ ทีมชาติไทย
อย่างไรก็ดี วันที่ 7 ก.พ. 2558 นี้ ทัพนักเตะทีมชาติไทยยังถือว่ามีโอกาสดีไม่น้อย เมื่อโปรแกรมที่วางไว้ จะลงสนามเตะเป็นคู่ที่สอง ตอน 19.00 น. ซึ่งนั่นหมายความว่า เราทราบผลคู่แรกที่ลงแข่งไปก่อนตอน 16.00 น. แล้วนั่นเอง
เงื่อนไขการคว้าแชมป์ "คิงส์คัพ" ครั้งที่ 43 ของแต่ละทีม
"ไทย" จะได้แชมป์ ก็ต่อเมื่อ - ต้องชนะ เกาหลีใต้ ไม่น้อยกว่า 2 ประตูขึ้นไป และ อุซเบกิสถาน ไม่ชนะ ฮอนดูรัส
"เกาหลีใต้" จะได้แชมป์ ก็ต่อเมื่อ - ได้เปรียบมากกว่าเพื่อน เพราะมีถึงสองเงื่อนไข เงื่อนไขแรกคือ ชนะหรือเสมอ ทีมชาติไทย ก็พอ และ เงื่อนไขที่สองคือ แพ้ ไทย ไม่เกิน 1 ประตู แต่ อุซเบกิสถาน ไม่ชนะ ฮอนดูรัส
"อุซเบกิสถาน" จะได้แชมป์ ก็ต่อเมื่อ - ต้องชนะ ฮอนดูรัส ให้ได้ก่อนสถานเดียว และลุ้นให้ ไทย ต้องชนะ เกาหลีใต้ เท่านั้นเช่นกัน ซึ่งถ้าเป็นกรณีนี้ ต้องมานับลูกได้เสียว่าใครดีกว่า ถ้าบวก-ลบผลต่างยังเท่ากัน ทีมที่ยิงประตูได้มากกว่าจะได้แชมป์ไปครอง
"ฮอนดูรัส" ไม่มีโอกาสได้แชมป์แล้ว

ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี



