ไม่งั้นเราได้เหรียญแล้ว! แฟนรุมจวก ส.ลูกยางเกาหลี เรื่องแบน "คู่แฝดอี" (ภาพ)

ไม่งั้นเราได้เหรียญแล้ว! แฟนรุมจวก ส.ลูกยางเกาหลี เรื่องแบน "คู่แฝดอี" (ภาพ)

กลายเป็นประเด็นร้อนในวงการวอลเลย์บอลหญิงเกาหลีใต้ เมื่อมีกองเชียร์กลุ่มหนึ่งออกมาโจมตีสมาคมฯ ถึงการแบน คู่แฝดตระกูลอี จนส่งผลให้ทีมชาติไปไม่ถึงฝั่งฝันในโอลิมปิกครั้งที่ผ่านมา

ทีมลูกยางหญิงแดนกิมจิจบทัวร์นาเมนต์ในโอลิมปิกที่กรุงโตเกียวด้วยตำแหน่งอันดับที่ 4 หลังการพ่ายให้กับสาวทีมชาติบราซิล 0-3 เซต ชวดคว้าเหรียญทองแดงไปอย่างน่าเสียดาย

ล่าสุด hankyung.com สื่อดังของประเทศเกาหลีใต้รายงานว่า แฟนวอลเลย์บอลจำนวนมากออกมาโจมตีสมาคมฯ แสดงความไม่พอใจที่ "ฝาแฝดอี" อี แจ-ยอง กับ อี ดา-ยอง โดนแบน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ผลงานในโอลิมปิก 2020 ของทีมชาตินั้นประสบความสำเร็จน้อยกว่าที่ควรจะเป็น

สื่อดังกล่าวอ้างว่า "คุณ A" ตัวแทนจากกลุ่มผู้สนับสนุนฝาแฝดอี ได้เผยว่า "ถ้าไม่มี อี แจ-ยอง กับ อี ดา-ยอง เราก็จะแพ้แบบนี้แหละ ได้แค่นี้ในโอลิมปิกมันน่าอับอายนะ ทีมเราน่าจะไปได้ไกลกว่านี้"

"ก่อนโอลิมปิกจะเริ่ม คู่แฝดถูกแบนจากสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ และทุกคนก็พากันเห็นดีเห็นงามด้วยว่ามันถูกต้องแล้ว"

"แต่รู้มั้ยว่ามันส่งผลเสียอย่างไร? ทีมชาติของเราอ่อนลง นัดชิงเหรียญทองแดงกับบราซิล เซตที่สามเรามีโอกาสชนะ และเกมอาจจะเปลี่ยนไป แต่สุดท้ายเราก็แพ้ 19-25"

"ถ้ามี อี แจ-ยอง กับ อี ดา-ยอง ในทีม ฉันว่าเราจะรักษาโมเมนตัมและเป็นผู้ชนะในเซตที่สามนั้นได้ คู่แฝดสำคัญต่อทีมชาติมากๆ"

"การขาดคู่แฝดทำให้เกิดช่องว่างขนาดใหญ่ในทีม สมาคมฯควรคิดถึงทีมชาติไว้ก่อน การไม่สนับสนุนคู่แฝดทำให้วอลเลย์บอลเกาหลีของเราผลงานถดถอยและเสื่อมความนิยมลง"

ทั้งนี้ ความพ่ายแพ้ดังกล่าว ทำให้วอลเลย์บอลหญิงทีมชาติเกาหลีใต้ยังหยุดสถิติดีที่สุดในโอลิมปิกไว้ที่เหรียญทองแดงเมื่อปี 1976 เท่านั้น ส่วนการได้อันดับที่ 4 ในครั้งนี้ถือว่าผลงานดีสุดเทียบเท่าโอลิมปิก 1972 และ 2012

สำหรับฝาแฝดอีวัย 24 ปี สร้างชื่อขึ้นมาจากการแข่งขันระดับเยาวชนทีมชาติ จนควงแขนกันมีชื่อติดทีมชาติชุดใหญ่เมื่ออายุได้เพียง 17 ปีเท่านั้น โดยแฝดพี่ แจ-ยอง เล่นตำแหน่งตัวตีหัวเสา ส่วนแฝดน้อง ดา-ยอง เล่นในตำแหน่งมือเซต ก่อนจะมาเจอมรสุมข่าวฉาวเรื่องการบูลลี่ในวัยเด็กไปเมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา