ญี่ปุ่น ต้อง "แชมป์" เท่านั้น!

ญี่ปุ่น ต้อง "แชมป์" เท่านั้น!
Hot Score

สนับสนุนเนื้อหา

สำหรับเหล่าขุนพล “ซามูไรบลูส์” ทีมชาติญี่ปุ่นแล้ว ฟุตบอล “เอเชี่ยนคัพ” ที่ออสเตรเลีย ซึ่งจะเริ่มต้นขึ้นในสุดสัปดาห์นี้ไม่มีที่ยืนอื่นใดได้เลยนอกเหนือจากตำแหน่ง “แชมป์” เพียงที่เดียวเท่านั้น

หากเป็นอื่นนอกเหนือจากนี้ถือว่า “ล้มเหลว”

ทว่าหลายคนอาจนึกฉงนสงสัยว่า ทำไมถึงต้องเป็นเช่นนั้น? เพราะลำพังเพียงแค่การเข้าสู่ “รอบชิงชนะเลิศ” ได้เป็นอย่างน้อยก็ดูจะเป็นอะไรที่น่าจะพอใจแล้ว

 แต่เชื่อเถอะครับว่าแค่ “รอบชิงชนะเลิศ” นั้นไม่เพียงพอสำหรับ “ซามูไรบลูส์” แน่นอน

นั่นด้วยเพราะศักยภาพของผู้จัดการทีมอย่าง ฮาเวียร์ อากีร์เร่ การบริหารจัดการเตรียมความพร้อมของทีมอย่างมีมาตรฐานและคุณภาพของนักเตะในเกือบทุกตำแหน่งที่ต้องบอกตามตรงว่าแข็งแกร่งกว่าคู่แข่งชาติอื่นในระดับทวีปเอเชียด้วยกัน แม้กระทั่งทีมหัวแถวที่ไปฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายมาด้วยกันอย่าง อิหร่าน, เกาหลีใต้ หรือแม้กระทั่ง ออสเตรเลีย เจ้าภาพ “เอเชี่ยนคัพ” ครั้งนี้

ดังนั้นมันจึงเป็นการบีบบังคับแบบอัตโนมัติไปในตัวที่เจ้าของฉายา “ซามูไรบลูส์” จะต้องคว้า “แชมป์” ให้ได้สถานเดียวเท่านั้น

มิหนำซ้ำ “ผลงาน” ด้วยการเป็น “แชมป์เก่า” ก็ยิ่งตอกย้ำและผลักดันให้ทีมชาติญี่ปุ่นยืนอยู่ใน “สถานะ” ที่ “ทำดีเสมอตัวทำชั่วติดลบ” ไปโดยปริยาย

และตำแหน่ง “แชมป์” ก็คือการ “ทำดีเสมอตัว” ของเหล่าขุนพล “ซามูไรบลูส์”

ไม่เพียงเท่านั้น “ศักดิ์ศรี” ของความเป็น “เจ้าเอเชีย” ที่ “ซามูไรบลูส์” ยึดครองอยู่จากการผงาดคว้า “แชมป์” ทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดบนแผ่นดินเอเชียแห่งนี้ได้มากที่สุดถึง 4 ครั้ง เหนือชาติอื่นๆ จึงทำให้พวกเขาจำเป็นต้องป้องกันเอาไว้อย่างสุดความสามารถด้วยการไม่ปล่อยให้ “ใคร” ก็ตาม โดยเฉพาะ อิหร่าน, ซาอุดีอาระเบีย ที่คว้า “แชมป์” ได้ทีมละ 3 สมัย หรือแม้กระทั่ง เกาหลีใต้ ที่ได้ 2 สมัย ก้าวขึ้นมาเทียบเคียงพวกเขาได้ และการป้องกันที่ดีที่สุดก็คือการคว้า “แชมป์” นั่นเอง

และท้ายที่สุดสิ่งที่บีบคั้นให้ขุนพล “ซามูไรบลูส์” ต้องคว้า “แชมป์” ให้ได้ก็คือ เพื่อเป็นการลบ “ฝันร้าย” ที่เกิดขึ้นในปี 2014 ของทีมชาติญี่ปุ่น นั่นเอง

ผลงานในฟุตบอลโลกที่บราซิล ซึ่งขุนพล “ซามูไรบลูส์” ไม่สามารถเอาชนะใครได้เลยและตกรอบด้วยอันดับ “บ๊วย” ของกลุ่ม ยิงได้ 2 ประตู เสียถึง 6 ประตู เก็บได้เพียงแค่ 2 คะแนน เป็น “ฝันร้าย” ที่ตามหลอกหลอนพวกเขาอยู่เรื่อยมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จนถึง ณ บัดนี้ก็ยังไม่จายหายไป

รวมถึงผลงานจากฟุตบอล เอเชี่ยนเกมส์ ที่ต้องพลาดท่าตกรอบ 8 ทีมสุดท้ายด้วยความพ่ายแพ้ต่อ เกาหลีใต้ ไม่ได้มีโอกาสลุ้นเหรียญใดๆ เลยทั้งที่เป็นเจ้าของตำแหน่ง “แชมป์เก่า” ก็เป็นอีกหนึ่ง “ฝันร้าย” ที่ตามหลอกหลอนทีมชาติญี่ปุ่นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

ด้วยเหตุนี้ตำแหน่ง “แชมป์” ฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดบนแผ่นดินเอเชียตั้งแต่ห้วงเวลาเริ่มต้นปี 2015 จะเป็นสิ่งที่ช่วยให้ “ซามูไรบลูส์” ลืม “ฝันร้าย” ที่เกิดขึ้นในปี 2014 ที่ผ่านมาไปได้อย่างไม่ต้องสงสัย

ทั้งหมดที่กล่าวมาคือ “ปัจจัย” ที่บ่งบอกถึง “เป้าหมาย” ของทีมชาติญี่ปุ่นในฟุตบอล “เอเชี่ยนคัพ” ที่กำลังจะอุบัติขึ้นในสุดสัปดาห์นี้ ว่าต้องเป็น “แชมป์” เท่านั้น

แต่ “ซามูไรบลูส์” จะทำได้ตาม “ปัจจัย” ที่บีบบังคับพวกเขาหรือไม่นั้น เวลาอีกไม่นานเกินรอเราก็จะได้เห็นกันครับ