สื่อจัด11แข้งดัง ไม่เคยสัมผัสแชมป์พรีเมียร์ฯ

สื่อจัด11แข้งดัง ไม่เคยสัมผัสแชมป์พรีเมียร์ฯ
S! Sport

สนับสนุนเนื้อหา

"เดลี่ เมล์"(Daily Mail) แท็บลอยด์หัวดังแห่งเกาะอังกฤษ ได้จัด 11 นักเตะที่อยู่ในหัวอกเดียวกัน ด้วยระบบทีม 3-5-2 ที่ไม่เคยได้สัมผัสถ้วยพรีเมียร์ลีก อังกฤษแม้แต่ครั้งเดียว

นำโดย สตีเว่น เจอร์ราร์ด กัปตันทีม ลิเวอร์พูล ที่เตรียมอำลาสังเวียน หลังจบฤดูกาล 2014-15 และอีก 10 ราย อาทิเช่น เพื่อนเก่าอย่าง แบรด ฟรีเดล นายทวารชาวอเมริกัน และ เจมี คาร์ราเกอร์ รวมถึง แกเร็ธ เบล แข้งค่าตัวแพงสุดในโลก

ส่วนที่เหลือจะเป็นใครกันบ้าง..เราไปชมกันเลย

11นักเตะดังที่ไม่เคยสัมผัสแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

 

แบรด ฟรีเดล (ผู้รักษาประตู)

สร้างสถิติเฝ้าเสาติดต่อกันนานสุด 310 เกม ของ พรีเมียร์ ลีก ตั้งแต่เดือนสิงหาคม ปี 2004 - เดือนตุลาคม ปี 2012 ถึงแม้จะเป็นนายทวารฝีมือดีคนหนึ่งของเกาะอังกฤษ ทว่าตลอดระยะเวลา 17 ปี กับ ลิเวอร์พูล, แบล็กเบิร์น โรเวอร์ส, แอสตัน วิลลา และ ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ และอายุอานามล่วงเลยมาถึง 43 ปี ก็ยังไม่เคยสัมผัสโทรฟี ลีกสูงสุดเมืองผู้ดี เลย

เจมี่ คาร์ราเกอร์ (กองหลัง)

สวมบทผู้แชร์ความเจ็บปวดกับ เจอร์ราร์ด คว้าแชมป์ร่วมกันมาทั้งยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก, ยูฟ่า คัพ (ยูโรป้า ลีก ปัจจุบัน), ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ, เอฟเอ คัพ 2 สมัย, แคปิตอล วัน คัพ 3 สมัย และ คอมมูนิตี้ ชิลด์ ยกเว้น พรีเมียร์ลีก ตลอดระยะเวลา 17 ปี “คาร์ร่า” จัดเป็นกองหลังที่ผลงานคงเส้นคงวามากสุดคนหนึ่งของวงการลูกหนัง

มาร์เซล เดอไซญี่ (กองหลัง)

หนึ่งในสุดยอดเซ็นเตอร์แบ็กระดับโลก รับใช้ เชลซี มานาน 6 ปี สัมผัสเกียรติยศสูงสุดทั้งแชมป์ ฟุตบอลโลก และ ยูโร กับ ทีมชาติฝรั่งเศส แต่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าไรกับยักษ์ใหญ่แห่งกรุงลอนดอน คว้าแชมป์ระดับสโมสรเพียง เอฟเอ คัพ, ยูฟา ซูเปอร์คัพ และ แชริตี ชิลด์ นอกเหนือจาก ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก 2 สมัย กับ โอลิมปิก มาร์กเซย และ เอซี มิลาน

เลดลี่ย์ คิง (กองหลัง)

หากเทียบความสามารถ คิง จัดเป็นกองหลังระดับหัวแถวของเกาะอังกฤษ แต่เจอปัญหาการบาดเจ็บเข่าเรื้อรัง ทำให้ชีวิตการค้าแข้งไม่ราบรื่นนัก เคยถูก แฮร์รี เรดแนปป์ อดีตเจ้านาย ยกย่องในฐานะนนักเตะมหัศจรรย์ เพราะไม่สามารถเตะบอลเต็มแรงระหว่างการซ้อม และลงสนาม 1 เกมต่อสัปดาห์ ทว่ายังคงเป็นหัวใจสำคัญในแนวรับ ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ พาทีมคว้าแชมป์ ลีก คัพ ปี 2009 เพียงใบเดียว ตลอดระยะเวลา 13 ปี

 

ดาวิด ชิโนล่า (ปีก)

เป็นกำลังสำคัญของ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ซึ่งเคยกุมความได้เปรียบเหนือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 10 แต้ม ฤดูกาล 1995-96 แต่กลับปิดซีซันพ่าย ทีมของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เพียง 4 แต้ม

สตีเว่น เจอร์ราร์ด (กองกลาง)

ขึ้นทำเนียบนักเตะดีสุดที่ไม่เคยสัมผัสแชมป์ พรีเมียร์ ลีก ทำได้ใกล้เคียงสุดเมื่อฤดูกาลที่แล้ว และถูกหลอกหลอนจังหวะลื่นล้ม เกมพ่าย เชลซี คาบ้าน 0-2 เป็นเหตุให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี แซงเข้าวิน ด้วยช่องว่างเพียง 2 แต้ม

แม็ทธิว เลอ ทิสซิเอร์ (กองกลาง)

ไม่มีถ้วยแชมป์ติดมือตลอด ถึงแม้โดดเด่นจากทักษะ และการซัลโวประตูสุดสวยกับ เซาแธมป์ตัน ซึ่งไม่เคยหยิบยื่นโอกาสประสบความสำเร็จรายการใดๆ เลย แต่ก็ถือเป็นกองกลางที่มีฝีเท้าฉกาจคนหนึ่งในเกาะอังกฤษ

เชส ฟาเบรกาส (กองกลาง)

ลงเล่นเกม ลีก คัพ ฤดูกาล 2003-2004 ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับ อาร์เซนอล คว้าแชมป์ พรีเมียร์ ลีก ครั้งสุดท้าย แต่ยังไม่มีชื่อติดทีมชุดใหญ่ จึงไม่ได้รับเหรียญชนะเลิศ อย่างไรก็ตาม แต่เจ้าตัว มีสิทธิ์ทำสำเร็จ หลังโชว์ฟอร์มโดดเด่นกับ เชลซี ในซีซันนี้

แกเร็ธ เบล (ปีก)

อำลาจากถิ่น ไวท์ ฮาร์ท เลน ด้วยค่าตัวอันเป็นสถิติสูงสุดของโลก 86 ล้านปอนด์ (4.3 พันล้านบาท) แบบไม่เคยชูโทรฟี่ใดๆ บนเกาะอังกฤษเลย แต่หลังย้ายไปอยู่ เรอัล มาดริด กับสามารถหยิบแชมป์ 4 รายการ ภายใน 18 เดือน

จิอันฟรังโก้ โซล่า (กองหน้า)

เคยคว้าแชมป์ กัลโช่ เซเรีย อา เคียงข้าง ดีเอโก้ มาราโดน่า ตำนานลูกหนังชาวอาร์เจนไตน์มาแล้วสมัยค้าแข้งกับ นาโปลี ก่อนย้ายมาอยู่ เชลซี เมื่อปี 1996 แต่ตลอดระยะเวลา 7 ปี ในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ศูนย์หน้าร่างเล็กพาทีมคว้าแชมป์ 6 รายการ ยกเว้น พรีเมียร์ ลีก

ร็อบบี่ ฟาวเลอร์ (กองหน้า)

ดาวยิงสูงสุดอันดับ 6 ของ พรีเมียร์ ลีก (162 ประตู) มีสัญชาตญาณในการจบสกอร์ที่เยี่ยมยอด พา “หงส์แดง” คว้าโทรฟีมากมาย ทั้ง เอฟเอ คัพ, ลีก คัพ 2 สมัย, ยูฟ่า คัพ และ ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ แต่ก็ไม่เคยจับถ้วยแชมป์ พรีเมียร์ ลีก เลย