เซอร์ไพรซ์ท้ายปี

เซอร์ไพรซ์ท้ายปี
Hot Score

สนับสนุนเนื้อหา

ผลเสมอพร้อมกันของ เชลซี, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีม “ท็อปทรี” ของตารางพรีเมียร์ลีก ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นได้ง่ายนัก แต่มันเกิดขึ้นแล้วในเกมนัดส่งท้ายปี เรียกว่าเป็น “เซอร์ไพรซ์ท้ายปี” เลยทีเดียว

ในความหมายของมัน อาจมองได้ทั้งแง่ของการแข่งขันที่ยังเปิดกว้างอยู่มากสำหรับกลุ่มลุ้นแชมป์ และโปรแกรมช่วงปลายปีนับตั้งแต่เข้า “บ๊อกซิ่งเดย์” นั้นมีโอกาสจะเกิดความผันผวนสูงมาก

จึงทำให้เป็นที่กล่าวขานกันมานานว่าทีมใดทำผลงานได้ดีในช่วงเวลานี้ก็มีโอกาสประสบความสำเร็จในบั้นปลายสูง

อย่างไรก็ดีการเสมอของ เชลซี, ซิตี้ และ ยูไนเต็ด นั้นมีความแตกต่างกันในรายละเอียดอยู่ครับ



สำหรับเชลซี นัดนี้ไม่ใช่เกมที่พวกเขาเล่นกันได้ “ท็อป” มากนัก โดยต้องยกเครดิตให้กับ เซาแธมป์ตัน ที่เล่นได้อย่างน่าประทับใจ ตั้งแต่เริ่มต้นเกมที่ได้ประตูขึ้นนำก่อนจาก ซาดิโอ มาเน่

แม้จะโดน เอเดน อาซาร์ ทำประตูที่ 10 ของฤดูกาลนี้ ตีเสมอก่อนหมดเวลาครึ่งแรกไม่กี่วินาที

เหล่า “นักบุญ” ยังคงปักหลักต้านทานทีมจ่าฝูงเอาไว้ได้อย่างน่าชื่นชมในครึ่งหลัง แม้จะเหลือ 10 คนช่วงปลายของเกมจากใบแดงของ มอร์แกน ชไนเดอร์ลินด้วยกตาม

สิ่งที่น่าสังเกตคือ เชลซี ไม่มีการ “โรเตชั่น” ผู้เล่นให้วุ่นวายจากเกมที่ชนะเวสต์แฮม ในวันบ๊อกซิ่งเดย์ โดย 11 คนแรกนั้นยังมีแกนหลักอย่าง จอห์น เทอร์รี่, เนมันย่า มาติช, เซสก์ ฟาเบรกาส, เอเดน อาซาร์ และดีเอโก้ คอสต้า ลงประจำการทั้งหมด



ซึ่งเป็นไปตามปรัชญาของ มูรินโญ่ ที่เน้นจำนวนผู้เล่นน้อยๆและจะไม่หมุนเวียนทีมให้พร่ำเพรื่อ

เพียงแต่ในเกมนี้เมื่อผลจบลงด้วยการเสมอกันนั้น การฝืนใช้แกนหลักลงต่อเนื่องจะส่งผลต่อสภาพร่างกายในระยะยาวหรือไม่ - ตรงนี้ต้องจับตาครับ

ในขณะที่ ซิตี้ พลาดโอกาสจะทำแต้มไล่กดดันเชลซี เมื่อปล่อยให้ 2 ประตูที่ขึ้นนำเบิร์นลีย์ไปก่อนสูญเปล่าจากการโดนตีเสมอในช่วงครึ่งเวลาหลัง

การผิดพลาดครั้งนี้ร้ายแรงมากครับ เพราะส่งผลโดยตรงต่อขวัญกำลังใจอย่างมาก เช่นกันกับการ “เปิดแผล” ให้เห็นถึงความอ่อนด้อยในเกมรับ และสามารถส่งผลต่อโอกาสในการลุ้นแชมป์ในช่วงหลังจากนี้ได้ครับ ซึ่งเป็นสิ่งที่ มานูเอล เปเญกรินี่ ต้องลบความผิดหวังออกจากใจลูกทีมให้ได้เร็วที่สุด

ขณะที่ฟอร์มของเบิร์นลีย์ ในเกมนี้อาจทำให้แฟนลิเวอร์พูล รู้สึกดีขึ้นบ้างกับชัยชนะที่ได้มาแบบไม่สมควรในเกมบ๊อกซิ่งเดย์ เพราะขนาดซิตี้ เองยังแย่เลยเมื่อเจอกับบอลสไตล์สู้ไม่ถอยเช่นนี้

ทีมที่ “เสีย” น้อยที่สุดคือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับเกมเสมอท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ซึ่งเป็นเกมแบบ “หนังคนละม้วน” เล่นดีกันฝ่ายละครึ่ง เป็นเกมที่สนุกระคนแปลกใจที่ไม่มีสกอร์เกิดขึ้นในเกมนี้



สำหรับสเปอร์ส พวกเขากลับมาเป็นทีมที่ดีอีกครั้ง และในเกมนี้แสดงให้เห็นว่าระดับมาตรฐานในการเล่นเวลานี้ไม่ได้เป็นรองทีมอย่างแมนฯ ยูไนเต็ดเลย

ในขณะที่ทีมของหลุยส์ ฟาน ฮาล แม้กุนซือชาวดัตช์จะแอบบ่นผิดหวัง แต่เมื่อมองจากผลงานในภาพรวมแล้ว การเก็บ 1 คะแนนจากไวท์ ฮาร์ท เลน ได้ถือว่าไม่มีอะไรเสียหาย

พวกเขาจะ “แอบลุ้น” แชมป์ไปแบบนี้เรื่อยๆครับ ซึ่งเมื่อเทียบการตกนรกทั้งเป็นเมื่อปีกลายแล้ว การฟื้นตัวเร็วและมาได้ไกลในระดับที่น่าจะการันตีโอกาสไปแชมเปี้ยนส์ ลีก ได้ขนาดนี้ถือว่ายอดเยี่ยมมากแล้ว

เป็นการส่งท้ายปีที่น่าพอใจสำหรับชาวผีแดงครับ


Football Insight by ลูกแม่กิ่ง
(lookmaeking@hotmail.com)