ซูซูกิคัพ นัดไทย อัด มาเลย์ 2-0 "ผมเห็นอะไรใน 9 อย่าง"

S! Sport

สนับสนุนเนื้อหา

 

1.  เห็น "ศรัทธาของแฟนบอลชาวไทย"

เอเชียนส์เกมส์ครั้งที่ 13 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ คือเหตุการณ์สนามแตกครั้งสุดท้าย ก่อนจะมาอุบัติขึ้นอีกครั้งในเกมรอบรองฯ และรอบชิงฯ ที่เมืองไทย

กระแสฟีเวอร์เข้าขั้นรุนแรงจนยากจะถอนตัว ตั๋วเข้าชมถูกจำหน่ายหมดเกลี้ยงภายในเวลาไม่กี่อึดใจที่เปิดจำหน่าย 

ทุกอย่างที่ว่ามานี้ ล้วนแล้วแต่เกิดขึ้นในยุคเกิดใหม่ของฟุตบอลทีมชาติไทยอย่างแท้จริง




2.   เห็น แฟนบอลฉบับครอบครัว,ฉบับหนุ่มสาวคู่รัก

ภาพของแฟนบอลแห่งสยามประเทศในเกมเมื่อวานที่ผ่านมา เป็นภาพที่น่าจดจำ ผมมองไปเห็นพ่อแม่ลูก ,เห็นคู่รักหนุ่ม-สาว, แม้กระทั่งคุณลุงคุณป้าวัยกว่า 60 ปี เข้าไปเชียร์ในสนาม

สิ่งเหล่านี้ ถามว่ามันเกิดขึ้นมาได้ง่ายๆซะที่ใหน และนี่เองคือสาเหตุที่ผมบอกเสมอว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่นักเตะทีมชาติไทยทำผลงานเข้าตา แฟนบอลไทยทั่วประเทศ ก็พร้อมที่จะเป็นผู้เล่นคนที่ 12 ที่หนุนหลังพวกเขาตลอดไป



3.  เห็น ใครก็ไม่รู้ ตอนไทยได้ประตู โผเข้ากอดกันกลม

ลูกจุดโทษปลดล็อก 1-0 ของเทพบุตรสุดหล่อ "ชาริล ชัปปุยส์" มาพร้อมกับเสียงเฮลั่นสนามราชมังคลากีฬาสถาน

และแน่นอนแฟนบอลชาวไทยที่อยู่ในนั้นกระโดดตัวลอย พร้อมกับกอดกันกลม คำถามต่อมาคือ ใครกันหว่า ไม่รู้จัก แต่เราก็กอดกันเฉย!! 555




4.  เห็น คนลางาน เพื่อมาดูบอล!

อันนี้เข้าใจว่า ด้วยปัญหาการจราจรสุดอำมหิต ที่ขึ้นชื่อมาตลอดกาลของย่านนี้ ยิ่งมีเกมฟุตบอลนัดสุดสำคัญแบบนี้ ใครที่เลิกงานในเวลา 17.00 - 18.00 น. ถ้าไม่ได้อยู่บริเวณหัวหมาก บอกได้คำเดียว ไม่มีทางเดินทางมาทันการแข่งขันแน่

ดังนั้นการ "ลาเจ้านาย" การ "ลาออฟฟิศ" ลากิจบ้าง แกล้งป่วยบ้าง จึงเป็นวิถีทางของการเอาตัวรอดในการใช้ชีวิตบนเมืองที่มีรถติดวินาศสันตะโรเช่นนี้  




5.  เห็น กองเชียร์ไทย และ มาเลย์ มีสปิริตที่ดีต่อกัน

หลังจบเกมที่ไทยเอาชนะไปได้ 2-0 กองเชียร์ชาวไทยทั้งสนามก็หันหน้าฝั่งกองเชียร์มาเลเซีย ที่ตามมาเชียร์ร่วมๆ 500 คน

แฟนบอลเราในสนามแสดงออกถึงมิตรภาพที่ดี ด้วยการตะโกนคำว่า "มาเลเซีย มาเลเซีย มาเลเซีย " ดังกึกก้องสนาม

ถัดมาไม่กี่วินาที ก็มีเสียงตะโกนกลับว่า "แต้งกิ้วไทยแลนด์ แต้งกิ้วไทยแลนด์ แต้งกิ้วไทยแลนด์"  แค่นี้....มันทำให้คนไทยอย่างผม "หัวใจพองโตทันที"




6.  เห็น ทีมไทยเล่นดีแบบที่ไม่เคยเป็นแบบนี้มานาน

ฟอร์มตลอด 90 นาที ที่ราชมังฯ เมื่อวาน อุดมไปด้วยความหมายของคำว่า "ฟุตบอลเล่นดีแฟนตรึม" คำว่า "บอลนอกแค่สะใจ บอลไทยอยู่ในสายเลือด" เวลานี้แหละเหมาะสมเป็นที่สุดครับกับคำนี้!



7.  เห็น ทีมชาติไทยเล่นช็อตที่ทำเอาอึ้ง

ช็อตการ "ต่อบอล" ที่กำลังเป็น "ท็อคออฟเดอะทาวน์" ในเวลานี้ สร้างปรากฎการณ์ใหม่ให้กับผู้ที่ได้ดู ผมเชื่อนะ ว่าหลายคนดูคลิปจังหวะนี้เกินกว่า 5 รอบ (สารภาพมาซะดีๆ555)  

ผลผลิตจากจังหวะนี้ มาจากการฝึกซ้อมที่ดี ความเข้าใจในเกม ความเป็นทีม และที่สำคัญการนำ 2-0 ทำให้ทุกคนยิ่งเล่นยิ่งมั่นใจ บวกกับสภาพนักเตะมาเลย์ที่ดูอ่อนแรง ขณะที่นักเตะไทยยังวิ่งกันปร๋อ มันเป็นอะไรที่ไม่เห็นมานาน หรือจะเรียกว่าไม่เคยเห็นมาก่อนก็ได้

ยิ่งเมื่อเรามองย้อนไปถึงเรื่องตัวผู้เล่น ที่นักเตะชุดนี้เกินกว่าครึ่งทีม ถูกผลักดันมาจากชุดแชมป์ซีเกมส์ สานต่อมาถึงการคว้าที่ 4 เอเชียนเกมส์ และนี่แหล่ะครับ คือความลงตัวของ "ทีมชาติไทยเวอร์ชั่นใหม่"!




8 เห็น อดีตนักเตะขวัญใจในวัยเด็ก ผันตัวมาเป็นโค้ชที่ทำผลงานโคตรอร่อยเหาะ

ในวันที่ "พี่โก้" โหม่งเช็ดบอลเสียบสามเหลี่ยมตาข่าย เป็นประตูชัยให้ไทยชนะพม่า  4-3 คว้าแชมป์ซีเกมส์ครั้งที่ 17 ที่สิงคโปร์ จากวันนั้นมาถึงวันนี้ "ซิโก้" กลายเป็นขวัญใจของผมเองมาตลอด

มาถึงเวลานี้ ผมเองก็ไม่เคยคิดว่าอดีตกองหน้าขวัญใจในวัยละอ่อน จะมารับงานคุมทีมชาติไทย และทำทีมได้อย่างสุดยอดถึงเพียงนี้  

ประสบการณ์ที่เอกอุ ถูกส่งผ่านไปถึงน้องๆ ในทีมชาติไทย "โค้ชศรัทธาผู้เล่น ผู้เล่นก็ศรัทธาโค้ช" เหตุผลแค่นี้ก็เพียงพอแล้วว่า "เกรียรติศักดิ์ เสนาเมือง"  อาจจะเป็นโค้ชทีมชาติไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งก็เป็นได้




9 เห็น เราคนไทยมีความสุขไปด้วยกันในวันนี้

เอาจริงๆนะครับ เหนือสิ่งอื่นใด ตอนนี้เรายังไม่ได้เป็นแชมป์ แต่อีก 2 วันข้างหน้า (20 ธ.ค.) จากสกอร์ที่ตุนอยู่ 2-0 เรามีโอกาสสูงที่จะได้ชูโทรฟี่ และยุติเส้นทางแห่งการรอคอยมากว่า 12 ปี

ฟอร์มจากวันแรกถึงวันนี้ ตัวแทนของพวกเราชาวไทย แสดงออกถึงความกระหายในชัยชนะ แสดงออกถึงรูปแบบการเล่นที่ได้ใจกองเชียร์ แสดงออกถึงมิตรภาพที่ดีกับคู่แข่ง และ แฟนบอลคู่แข่ง

ภาพของนักเตะไทยหลังจบเกม ที่เดินไปขอบคุณสตาฟโค้ชคู่แข่ง และแฟนบอลคู่แข่ง รวมถึงภาพเดินไปรอบสนามเพื่อขอบคุณกองเชียร์ผู้คอยหนุนหลัง คือ "ภาพ" ที่ดูแล้วปลื้มปริ่มในดวงใจ

ภาพเหล่านี้นี่แหละ คือการแสดงออกถึงการเป็น "ผู้ชนะ" ทั้งในและนอกสนาม ของนักเตะทีมชาติไทย  

ขอบคุณ และ ขอบคุณ  สำหรับความสุข ในวันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ 2557


เรื่องโดย บ. ส้มซิ่ง