ด่วน! ฟีฟ่าคุ้มครองชั่วคราว "ดัง วัน ลัม" ย้ายทีมได้ , กิเลน ยังมั่นใจชนะเคสฟ้องร้อง

ด่วน! ฟีฟ่าคุ้มครองชั่วคราว "ดัง วัน ลัม" ย้ายทีมได้ , กิเลน ยังมั่นใจชนะเคสฟ้องร้อง
S! Sport

สนับสนุนเนื้อหา

ดัง วัน ลัม ได้ลุ้นต่อหลังฟีฟ่าปล่อย ไอทีซี ชั่วคราวร่วมทีม เซเรโซ่ โอซาก้า และรับคดีที่ถึงฟีฟ่าแล้ว รอตั้งคณะทำงานเพื่อสอบสวนชี้ผิดถูกของนักเตะและต้นสังกัดภายหลัง ด้านกิเลนติดใจท่าทีของฟีฟ่าที่เปิดไฟเขียวให้ วัน ลัม แต่มั่นใจคำตัดสินที่เป็นธรรมเมื่อปิดเคส ยังยืนยันไม่เจรจาแน่ เพราะเอกสารส่งฟ้องทั้งนักเตะ, เอเยนต์และทีมใหม่เดินหน้าไปมากแล้ว

กรณีมหากาพย์มือกาวเวียดนาม ดัง วัน ลัม กับต้นสังกัด เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่เจ้าตัวพยายามย้ายออกจากทีมหลังตกเป็นมือสอง จึงขอยกเลิกสัญญา โดยอ้างว่าถูกลดเงินเดือนในช่วงโควิด-19 ซึ่งทำให้ทีมกิเลนผยองเดินหน้ายื่นคำฟ้องไปยังสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย และ ฟีฟ่า แล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนพิจารณา

ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวออกมาจากทางสมาคมฟุตบอลญีปุ่น ที่ยื่นขอใบโอนย้ายมายังสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย รอบสอง ให้ทีม เซเรโซ่ โอซาก้า ทีมดัง เจลีก ในโควตาผู้เล่นไร้สังกัด โดย ฟีฟ่า มีคำตัดสินให้เป็นการคุ้มครองใบโอนย้ายชั่วคราวกับ ดัง วัน ลัม แต่ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องและไม่ส่งผลต่อการพิจารณาสอบสวนที่สโมสรต้นสังกัดร้องอยู่ที่ ฟีฟ่า

ทางด้านต้นสังกัด เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด นายรณฤทธิ์ ซื่อวาจา ผู้อำนวยการสโมสร ออกมาเปิดเผยถึงกรณีนี้ว่า “ทางเราทราบจากสมาคมฯ ที่แจ้งมาว่าทางสมาคมฟุตบอลญี่ปุ่นว่ามีการติดต่อเพื่อขอไอทีซี (ใบโอนย้าย) ไม่มีการแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่การประสานผ่านระบบ TMS (ระบบโอนย้ายออนไลน์) ซึ่งทางเราได้ตอบปฎิเสธไปแล้วในครั้งแรก แต่ในครั้งที่สองที่ขอมาอีกครั้งเราไม่ทราบเลย มาทราบอีกครั้งจากสมาคมฯ ว่าฟีฟ่าอนุมัติคุ้มครองชั่วคราวให้ย้ายได้ก่อน โดยยังคงยืนข้อพิพาทที่ฟ้องกันของสโมสรต่อตัวนักเตะและเอเยนต์ไว้ยอมรับว่าแปลกใจมากและไม่เข้าใจต่อท่าทีที่ ฟีฟ่า ให้โอนย้ายได้ เพราะไม่ได้รับการติดต่ออย่างเป็นทางการตามระบบโอนย้ายปกติ ดังนั้นเราขอยืนยันว่าปฎิเสธการให้ย้ายตัว ซึ่งสิ่งที่ต้องทำในตอนนี้ก็คือการขอเปลี่ยนคำตัดสินของ ฟีฟ่า ที่มีมาถึง สมาคมฯ”

“จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เรายืนยันถึงความถูกต้องตลอดมาต่อการปฏิบัติต่อตัวนักเตะและเคารพสัญญาที่มีอยู่ระหว่างกัน โดยเคสนี้เราได้ยื่นฟ้องไปยัง ฟีฟ่า เพื่อเรียกค่าเสียหายจากนักเตะและเอเยนต์ รวมถึงสโมสรใหม่ที่จะย้ายไป ถึงการละเมิดสัญญาแบบผิดกฏ ทั้งๆ ที่ยังมีสัญญาเหลืออยู่ เราเชื่อมั่นว่าท้ายที่สุด สโมสรจะได้รับคำตัดสินจากคณะทำงานของ ฟีฟ่า ที่ชัดเจนและเป็นธรรม” นายรณฤทธิ์กล่าวปิดท้าย